หากไม่ได้มีอาชีพอยู่ในวงการสื่อและแวดวงโฆษณา หรือมีฐานะมั่งคั่ง ความโด่งดังและอิทธิพล
.
โอกาสที่คนธรรมดาจะกระจายข้อมูลข่าวสาร หรือแสดงความคิดเห็นของตนให้คนทั่วโลกได้รู้แทบเป็นศูนย์
.
แต่ Social Media คือ Game Changer ตัวจริง เพราะยกระดับให้เราเป็นทั้งผู้รับและส่งสารในเวลาเดียวกัน ดังนั้น หากเรื่องไหนสร้างกระแสได้
.
แรงกระเพื่อมที่เกิดขึ้นตามมาจึงขยายวงออกไปอย่างเร็วขึ้นกว่าในอดีตอย่างมาก
.
เหมือน #trashtag – การท้าให้เก็บขยะผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ที่ฮิตแรงระดับ 5G อยู่ในเวลานี้ ทั้งที่เป็น Campaign เก่าเมื่อหลายปีก่อน

ปลุกจิตอาสา ท้าวัยรุ่นทำดีด้วยภาพ Before / After

5 มีนาคมที่ผ่านมา Byron Roman เจ้าหน้าที่สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ชาวอเมริกันในเมือง Phoenix ได้ใช้ Facebook ส่วนตัว Post ภาพของชายคนหนึ่งที่แสดงให้เห็นความแตกต่างหลังการเก็บขยะ
.
พร้อมข้อความที่แปลเป็นไทยได้ว่า “นี่เป็นความท้าทายครั้งใหม่สำหรับวัยรุ่นเบื่อง่ายทั้งหลาย ผมท้าให้คุณถ่ายรูปบริเวณที่รกไปด้วยขยะ และความสะอาดเรียบร้อยที่เกิดขึ้นหลังคุณลงมือเก็บขยะ แล้ว Post มา”
.
ปรากฏว่า Post ดังกล่าวของ Roman วัย 53 ปี ที่ติด #trashtag และแปลมาจากภาษาสเปนของบริษัทท่องเที่ยวในกัวเตมาลา สร้างแรงกระเพื่อมอย่างรวดเร็ว
.
โดยอีก 1 สัปดาห์ถัดมามีคนกด Like ให้กว่า 92,000 ครั้ง และยอด Share อีกกว่า 320,000 ครั้ง ขณะเดียวกันคนทั่วโลกอีกมากมาย
.
ตั้งแต่สหรัฐฯ ไปจนถึงอินเดีย ต่าง Post ภาพการเก็บขยะแบบ Before/After พร้อม #trashtag
.
Roman เผยว่า ไม่ได้คิดว่า Post นี้จะกลายเป็น Viral ที่ดังไปทั่วโลก จนต้องสร้าง Basura Challenge Ariezona -Facebook Fanpage ใหม่ขึ้นมารองรับ
.
แต่ก็ดีใจที่ผู้ใช้ Social Media มากมายรับคำท้าดังกล่าวที่เป็นการช่วยให้โลกน่าอยู่ขึ้
.
ซึ่งแน่นอนว่าดีกว่าและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมมากกว่า Birdbox Challenge และ Momo Challenge
.
ความดังแบบคาดไม่ถึงของ #trashtag มีลักษณะใกล้เคียงกับ Ice Bucket Challenge เมื่อปี 2014 ที่ท้าให้ราดน้ำเย็นเฉียบลงบนหัว
.
เพื่อร่วมระดมทุนให้ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (ALS) ซึ่งมีคนทั่วโลกนับล้านที่รับคำท้า และสามารถระดมทุนได้ถึง 3,680 ล้านบาท
.
เบื้องหลังความสำเร็จของ Campaign คือการกระตุ้นให้ทำความดี มีความสนุกและการแข่งขันแทรกอยู่
.
ขณะเดียวกันยังทำได้ง่าย แต่ #trashtag อาจจะนำหน้าอยู่เล็กน้อย
.
เพราะลงแรงแทนการบริจาคเงิน และแสดงให้เห็นความเปลี่ยนแปลงได้เร็วกว่า

Viral ท้าเก็บขยะที่เริ่มจากแบรนด์เสื้อสาย Outdoor

แม้ Roman ทำให้ #trashtag กลับมาฮิตอีกครั้ง และเจ้าตัวนำมาจาก Post ของบริษัทท่องเที่ยวในกัวเตมาลา
.
แต่แท้จริงแล้ว Campaign นี้เริ่มขึ้นครั้งแรกจาก #TrashTag Project ของ UCO แบรนด์เสื้อผ้าในสหรัฐฯ ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนรักการผจญภัย ลุยป่า
.
และกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ เมื่อปี 2015 หลัง Steven Reinhold – Brand Ambassador ขณะนั้น สังเกตเห็นกองขยะริมถนน หลังลงไปเก็บใบเสร็จที่ปลิวลงมาจากรถตัวเอง

หากทำต่อเนื่องจะช่วยให้โลกน่าอยู่ขึ้น

คงยากจะคาดเดาว่า #trashtag ครั้งล่าสุดจะไปได้ไกลแค่ไหน แต่นี่ก็เป็น Campaign ที่เราทุกคนควรรับคำท้า ทว่าอาจไม่ต้อง Post อวดบน Social Media เสมอไป
.
เพราะการช่วยกันเก็บขยะ ใช้ของจนเต็มประสิทธิภาพหรือนำกลับใช้ใหม่ จะเป็นการแบ่งเบาภาระการย่อยสลายตามธรรมชาติที่โลกต้องแบกรับ และลดเงินที่ใช้กำจัดขยะในแต่ละปีได้อีกมาก
.
ข้อมูลจากการประชุม Global Waste Management เมื่อปี 2017 ระบุว่า ปริมาณขยะเฉลี่ยต่อปีทั่วโลกสูงถึง 1,300 ล้านตัน และอาจเพิ่มขึ้นเป็น 2,200 ล้านตันในปี 2025
.
โดยประเทศในเอเชียซึ่งทิ้งขยะมากสุดต้องใช้งบประมาณในการกำจัดขยะมากถึงปีละ 800 ล้านบาท
.
ส่วนขยะพลาสติกในทะเลก็เป็นอีกปัญหาใหญ่ด้านสิ่งแวดล้อม โดย World Economic Forum เผยว่าปัจจุบันมีขยะพลาสติกอยู่ในมหาสมุทรทั่วโลกราว 150 ล้านตัน ทุกปีจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอีก 8 ล้านตัน
.
และหากยังไม่ได้รับการแก้ไข เมื่อถึงปี 2050 ขยะพลาสติกในทะเลทั้งหมดอาจมีน้ำหนักมากกว่าน้ำหนักปลาทะเลทุกตัวในโลกรวมกัน/cnn, washingtonpost, cbsnews



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer