ปี 2561 ที่ผ่านมา เมืองไทยประกันชีวิต สามารถสร้างเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 94,467 ล้านบาท มีเม็ดเงินกำไรอยู่ที่ 9,304 ล้านบาท

เป็นบริษัทประกันชีวิตอันดับต้นๆ ของเมืองไทย แต่ทำไม มาขยายการลงทุนด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ด้วยการเปิดตัว “66 Tower” อาคารออฟฟิศ ย่านสุขุมวิท มูลค่า 3,800 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด “Human Centric Living Workplace”

สาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้อธิบายไว้ว่า

1. เป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนในระยะยาว สอดคล้องกับการทำธุรกิจประกันชีวิตที่ให้การคุ้มครองผู้เอาประกันในระยะยาว 30 ปี 50 ปี

2. บริษัทมีสินทรัพย์ในการลงทุนประมาณ 5 แสนกว่าล้านบาท เป็นการลงทุนในพันธบัตรเป็นส่วนใหญ่ประมาณ 85% ที่เหลือและการลงทุนในหุ้น  

ในขณะที่ตามกฎของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สามารถให้ลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้ในสัดส่วน 15%หรือประมาณ 70,000 บาทแต่ที่ผ่านมาบริษัทยังลงทุนทางด้านนี้น้อยมาก

3. เป็นคนหน้าใหม่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็จริง แต่เคยมีประสบการณ์ในการเข้าไปบริหารอาคารภัทรคอมเพล็กซ์ มาประมาณ 9 ปี ร่วมกับบริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย)

4. ซอยสุขุมวิท 66 ซึ่งเป็นที่ตั้งโครงการเป็นทำเลที่ดีมาก ใกล้ BTS สถานีอุดมสุข ใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนทั้ง 3 สาย

5. จากการทำงานร่วมกับบริษัท ซีบีอาร์อี ตั้งแต่แรกเริ่มทำให้มั่นใจว่า ตลาดอาคารสำนักงานในกรุงเทพฯ ยังเติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกับค่าเช่าที่ยังคงขยับขึ้น ถึงแม้จะมีโครงการใหม่ๆ จะทยอยเพิ่มเข้าสู่ตลาดในปี 2564 เป็นต้นไป

นิธิพัฒน์ ทองพันธุ์ กรรมการบริหารและหัวหน้าแผนกพัฒนาธุรกิจ บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CBRE ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า

นอกจากในเรื่องโลเคชั่นของการเดินทางแล้ว การออกแบบของ 66 Tower จะต้องถูกออกแบบให้สอดคล้องกับเทรนด์ของการออกแบบอาคารสำนักงานทั่วโลกรวมทั้งในกรุงเทพฯ เองที่ได้เปลี่ยนแปลงไปตามไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้อาคาร เช่น

1.ผู้เช่าจำนวนมากจะเปลี่ยนรูปแบบพื้นที่ทำงานเป็นพื้นที่ทำงานที่มีความคล่องตัว (Agile Workplace) โดยมีการใช้กลยุทธ์ในการจัดพื้นที่ทำงาน (Workplace Strategy) เพื่อให้ใช้พื้นที่น้อยลงแต่เพิ่มคนได้มากขึ้น

2. การใช้ลิฟต์ต้องสะดวก และมีความเร็วเพิ่มขึ้น

3. จำนวนห้องน้ำที่เพียงพอ

4. ผู้เช่ายังสามารถทำบันไดเชื่อมต่อระหว่างชั้นภายในพื้นที่สำนักงานของตนเอง เพื่อตอบโจทย์การทำงานรูปแบบใหม่ที่มีความคล่องตัว

5. อาคารต้องได้รับการออกแบบตามมาตรฐานอาคารสีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย 

นอกจากนั้นอาคารหลังนี้ยังมีจุดแตกต่างในเรื่อง

1. โครงการนี้ไม่มีเสากั้นตรงกลางพื้นที่ หรือ ที่เรียกว่า Column Free Design ช่วยให้ผู้เช่าสามารถออกแบบพื้นที่ได้หลากหลายฟังก์ชันและใช้สอยพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

2. ขนาดพื้นที่เช่าของอาคารสามารถรองรับผู้เช่าได้ตั้งแต่ 100 ตารางเมตรขึ้นไป และยังตอบโจทย์ความต้องการของผู้เช่าพื้นที่ขนาดใหญ่ ด้วยการรองรับการเชื่อมต่อระหว่างชั้นในพื้นที่เช่าได้ (Private Inter-Floor Access)

3. โครงการมีห้องประชุมส่วนกลางให้เช่าหลากหลายฟังก์ชัน รองรับการจัดประชุมหรือจัดสัมมนาของผู้เช่าได้ จุดนี้ช่วยให้ผู้เช่าประหยัดพื้นที่เช่าและลดค่าใช้จ่ายในการตกแต่งพื้นที่เพื่อทำเป็นห้องประชุมของผู้เช่า

66 Tower” ตั้งอยู่บนพื้นที่ 4 ไร่ สูง 28 ชั้น พื้นที่ขายประมาณ 3 หมื่นตารางเมตร มีแผนก่อสร้างเสร็จในไตรมาส 2 ปี 2564 ราคาค่าเช่าในย่านนั้นไม่ต่ำกว่า 600 บาทต่อตารางเมตร

โครงการมีผู้ออกแบบหลัก คือ บริษัท ปาล์มเมอร์ แอนด์ เทอร์เนอร์ (ประเทศไทย) จำกัด และผู้ออกแบบภูมิสถาปัตย์คือ บริษัท พี แลนด์สเคป 

เส้นสายสีบานเย็น สีสัญลักษณ์ของเมืองไทยประกันชีวิต ถูกพาดผ่านตัวตึกไปสู่ยอดที่เป็นแฉกๆด้านบน สาระบอกว่า สะท้อนถึงตัวตนของบริษัทที่กำลังเติบโต และขยายธุรกิจไปอย่างต่อเนื่อง

“66 Tower” เป็นแค่โครงการนำร่องของเมืองไทยประกันชีวิต  สาระบอกว่าจะต้องมีโครงการอื่นตามมาอย่างแน่นอน ซึ่งอาจจะเป็นการลงทุนเองหรือการร่วมทุนก็ได้ และต้องเป็นการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนในระยะยาวไม่ใช่ขายขาดอย่างแน่นอน 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer