เชลล์ เปิดศึก Non Oil สร้างแต้มต่อขอท้าชนเบอร์ใหญ่ (วิเคราะห์)

อรอุทัย ณ เชียงใหม่ กรรมการบริหารธุรกิจการตลาดค้าปลีก บริษัท เชลล์ แห่งประเทศไทย จำกัด เปิดเผยข้อมูลเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมาในงานแถลงข่าวออนไลน์ ว่า

ในช่วงเมษายน 2563 ที่ผ่านมา สถานีบริการน้ำมันเชลล์มียอดจำหน่ายลดลง 10% โดยเฉพาะน้ำมันเบนซิน มียอดจำหน่ายที่ลดลงสูงสุด จากนโยบายรัฐบาลที่ให้ประชาชนอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ เพื่อควบคุมสถานการณ์โควิด-19

แต่ยอดจำหน่ายน้ำมันที่ลดลง เชลล์สามารถสร้างการเติบโตผ่านรายได้ใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากการขายแพ็กเกจเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องผ่านช่องทางอีมาร์เก็ตเพลสช้อปปี้ รวมถึงการเติบโตยอดจำหน่ายเบเกอรี่ภายใต้แบรนด์เดลี่คาเฟ่ ผ่านกลยุทธ์เดลิเวอรี่ จากการร่วมมือกับแกร็บ

 

จากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้เห็นชัดเจนว่า ธุรกิจสถานีบริการน้ำมันในอนาคตจะต้องมีทั้งน้ำมันและอื่น ๆ ที่ไม่ใช่น้ำมัน เพื่อสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจบนขาธุรกิจที่มากกว่าหนึ่ง

การให้ความสำคัญในธุรกิจนอนออยล์ของเชลล์เริ่มตั้งแต่ปี 2561 ผ่านบิสซิเนสโมเดล สถานีบริการน้ำมันต้องมีร้านสะดวกซื้อซีเลค ร้านกาแฟและเบเกอรี่ เดลี่คาเฟ่ และศูนย์เปลี่ยนถ่ายน้ำมันอยู่ในนั้น

โดยเชลล์มีเป้าหมายว่าปี 2568 เชลล์จะมีรายได้จากนอนออยล์ 50% จากรายได้ทั้งหมด

 

ในครึ่งปีหลังในธุรกิจนอนออยล์ของเชลล์นอกจากปรับสถานีน้ำมันให้มีบริการร้านสะดวกซื้อ เบเกอรี่ ศูนย์เปลี่ยนถ่ายน้ำมันแล้ว เชลล์ยังต่อยอดธุรกิจผ่านจุดเด่นที่ตัวเองมีอยู่ คือ เชลล์ชวนชิม ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับร้านอาหารที่มีรสชาติดี

ซึ่งที่ผ่านมารางวัลเชลล์ชวนชิม เชลล์ แห่งประเทศไทย ร่วมกับ ม.ร.ว. ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ ก่อนที่จะเงียบหายไปจากสุขภาพของ ม.ร.ว. ถนัดศรี

และรางวัลนี้ได้นำกลับมาให้มีชีวิตอีกครั้งด้วยการจับมือกับ ม.ล. ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ ซึ่งเป็นบุตรชายของ ม.ร.ว. ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ และปัจจุบันมีร้านอาหารที่ได้รางวัลมากถึง 120 ร้านด้วยกัน

และจะขยายการมอบตรา “เชลล์ชวนชิม” ให้กับร้านอาหารใหม่ ๆ ร่วมกับ  ม.ล. ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ ปัจจุบันมีกว่า 120 ร้าน พร้อมดึงร้านเหล่านี้เข้ามาเปิดบริการในปั๊มเชลล์ โดยเริ่มจาก 2 สถานีบริการน้ำมัน ท่าพระ และชัยพฤกษ์

เชลล์ ประเทศไทย มีแผนนำร้านอาหารที่ได้รางวัลเชลล์ชวนชิมมาเปิดร้านในสถานีบริการน้ำมัน เพื่อดึงทราฟฟิกให้ผู้ใช้รถใช้ถนนและผู้ที่มีที่พักอาศัยในพื้นที่ใกล้เคียงเข้ามาใช้บริการ เพราะเมื่อลูกค้าเข้ามารับประทานอาหารแล้ว โอกาสในการซื้อสินค้าอื่น ๆ เช่น สินค้าในร้านสะดวกซื้อ เบเกอรี่ และกาแฟ หรือแม้แต่เติมน้ำมัน หรือเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องจะมีมากขึ้นตามมา

Marketeer มองว่าสิ่งที่ทำให้เชลล์ทุ่มน้ำหนักไปกับธุรกิจนอนออยล์มากขึ้นมาจาก

1.

ธุรกิจค้าน้ำมันเพียงขาเดียวไม่สามารถสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดได้ จากปริมาณการใช้น้ำมันในประเทศไทยมีปริมาณความต้องการใช้งานในแต่ละปีเพิ่มสูงขึ้นไม่มากนัก

เมื่อดูย้อนหลังไป 3 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีความต้องการใช้น้ำมันเบนซิน และดีเซล ซึ่งถือเป็น 2 พลังงานในสถานีบริการน้ำมัน พบว่าปริมาณความต้องการน้ำมันเฉลี่ยต่อวันเติบโตสูงขึ้นไม่มากนักในแต่ละปี

 

2.

การแข่งขันในธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน เชลล์ถือเป็นแบรนด์น้ำมันที่มีสถานีบริการอันดับ 5 ในตลาด ทำให้โอกาสและความถี่ในการใช้บริการจากลูกค้าขาจรที่ไม่มี Brand Loyalty กับแบรนด์น้ำมัน และลูกค้าที่รีบเติมเพราะน้ำมันใกล้หมดมีน้อยกว่าคู่แข่ง

ทำให้เชลล์ต้องหาวิธีการอื่น ๆ เพื่อดึงลูกค้าเข้ามาในสถานีน้ำมันมากขึ้นผ่านนอนออยล์

 

 

โดยเฉพาะสถานีน้ำมันในต่างจังหวัดที่มีการแข่งขันกันสูง จากสถานีน้ำมันที่นิยมตั้งอยู่ไม่ห่างกันมากนัก และมีคู่แข่งที่สำคัญอย่าง ปตท. ที่มีสถานีบริการน้ำมันเพื่อให้บริการห้องน้ำ ร้านสะดวกซื้อ ร้านกาแฟ และอื่น ๆ อย่างเบ็ดเสร็จ ที่สามารถดึงผู้ใช้รถใช้ถนนแวะพัก ทำธุระ และเติมน้ำมันก่อนเดินทางต่อ

กลยุทธ์นี้ Marketeer เชื่อว่าเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ดึงลูกค้าให้แวะพักในสถานีบริการน้ำมันของเชลล์แทนคู่แข่ง ซึ่งการแวะพักนี้ลูกค้าบางคนอาจตัดสินใจเติมน้ำมันก่อนเดินทางต่อด้วย

 

แม้จำนวนสถานีบริการจะสู้คู่แข่งไม่ได้ แต่ด้วยกลยุทธ์นอนออยล์ของ เชลล์ อาจทำให้เชลล์เติบโตด้านรายได้อย่างน่าสนใจ

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer