ความท้าทายจากโควิด-19 สำหรับนักการตลาดอาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่ จากต้นปี 2563 ที่เราเคยผ่านมาด้วยกัน

แต่การระบาดของโควิด-19 ที่ระบาดระลอกใหม่นี้ นักการตลาดจะรับมืออย่างไร จะรับมือด้วยกระบวนท่าเหมือนกับครั้งที่แล้วได้หรือไม่

ถ้ายังไม่แน่ใจลองอ่านบรรทัดต่อไป เพราะกรุ๊ปเอ็ม ประเทศไทย แนะนำ 6 แนวทางสำคัญที่นักการตลาดสามารถนำมาปรับใช้เป็นกระบวนท่ารับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ดังนี้

1. เร่งขยายช่องทางจัดจำหน่ายออนไลน์ให้เหมาะสมกับธุรกิจ

บทเรียนจากปีที่แล้ว ผู้บริโภคไม่สามารถออกไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ รวมถึงกังวลเรื่องความปลอดภัยจึงหันไปพึ่งพาการซื้อของออนไลน์แทน

จากข้อมูลของ GroupM Consumer Eyes พบว่าในช่วงการแพร่ระบาดในครั้งที่ผ่านมามีผู้บริโภคมากถึง 89% ใช้เวลาไปกับการการซื้อของออนไลน์มากขึ้น  

การเปลี่ยนไปของพฤติกรรมผู้บริโภคผลักดันให้แบรนด์และนักการตลาดสร้างความอยู่รอดด้วยการพาตัวเองสู่ช่องทางออนไลน์เพื่อเข้าหาลูกค้าได้ตรงประเด็น

การเข้าสู่สนามอีคอมเมิร์ซของผู้บริโภคและแบรนด์ในปีที่ผ่านมาผลักดันให้ตลาดอีคอมเมิร์ซเติบโตสูงถึง 35% (อ้างอิงจาก FOCAL 2020 – eCommerce Outlooks)

จากพฤติกรรมที่คุ้นชินกับการซื้อสินค้าผ่านอีคอมเมิร์ซและช้อปออนไลน์ของผู้บริโภค การระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่จึงเป็นโอกาสสำหรับแบรนด์ที่จะตอกย้ำยอดจำหน่ายผ่านช่องทางนี้

โดยแบรนด์เคยสร้าง eco system ในการจำหน่ายทางออนไลน์ให้ตัวเองไปก่อนหน้านั้น อาจจะลงทุนเพิ่มขึ้น เพื่อต่อยอดการสร้างโอกาสในการขายอย่างมีประสิทธิภาพในสถานการณ์นี้

และนักการตลาดควรพาตัวเองไปยังแฟลตฟอร์มใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ลักษณะการขายของที่เหมาะสมกับสินค้าของตัวเอง นอกเหนือจากแพลตฟอร์มที่ตัวเองมีอยู่  รวมถึงหาพาร์ตเนอร์ที่สามารถขยายช่องทางการเข้าถึงลูกค้าใหม่ ๆ ได้

เช่น เคยขายผ่านเว็บไซต์ และ eMarketplace อาจจะขยายไปยังช่องทางอื่น ๆ เช่น Social Commerce การร่วมมือกับ Influencer เพื่อสร้างยอดขาย ตลอดจนการมองหาช่องทางใหม่ ๆ หรือแอปพลิเคชันใหม่ ๆ ที่ผู้บริโภคใช้ในการจับจ่ายใช้สอย ซื้อสินค้า เฉพาะหมวดหมู่

 

2. เพิ่มการลงทุนในช่องทางที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างจำเพาะเจาะจง

ในวันนี้คอนเทนต์ที่ผู้บริโภคติดตามไม่ได้จำกัดแค่ทางสื่อโซเชียลหรือเว็บไซต์ และผู้บริโภคมีพฤติกรรมการข้ามไปมาระหว่างแพลตฟอร์มมากขึ้นและรวดเร็วขึ้น การวางแผนซื้อสื่อทีละแพลตฟอร์มด้วยวิธีเดิมไม่สามารถตอบสนองการเข้าถึงผู้บริโภค และสร้างความน่าสนใจได้อย่างทันเวลา

เพื่อให้การลงทุนทางการตลาดมีประสิทธิภาพสูงสุด แบรนด์และนักการตลาดควรหา Touchpoint ของผู้บริโภค สื่อสารให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น อย่างเช่นการใช้เทคโนโลยีอย่าง Programmatic ที่มี AI วิเคราะห์ข้อมูลและยิงโฆษณาให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีความสนใจเดียวกันในแพลตฟอร์มที่ต่างกัน ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าและคุ้มค่ากว่าการลงทุนแบบแยกทีละแพลตฟอร์ม

 

3. เตรียมตัวสู่การแข่งขันในยุค Data Driven เลือกใช้กลยุทธ์ที่การันตีผลลัพธ์

ธุรกิจต่าง ๆ มีบทเรียนจากการแพร่ระบาดครั้งที่ผ่านมา และหันไปพึ่งแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น ทำให้เกิดการแข่งขันอย่างดุเดือดเพื่อแย่งลูกค้ากันเองในแต่ละแพลตฟอร์ม

พื้นฐานของการตลาดแบบ Data Driven ที่แข่งกันว่าใครใช้ Data เก่งกว่ากัน และไม่ได้จำกัดอยู่ที่การยิงโฆษณา แต่เป็นการทำ Promotion การใช้ Performance Marketing และการทำ Personalisation รวมไปถึงการทำ CRM ที่มีประสิทธิภาพเพื่อสร้างโอกาสเพิ่มยอดขาย

 

4. แบรนด์ต้องไม่หยุดสร้าง Brand Awareness

แม้การแข่งเรื่องโปรโมชั่น ราคา จะรุนแรงขึ้น แต่แบรนด์ใหญ่ต้องไม่ลดการลงทุนสื่อเพื่อสร้างการจดจำ ซึ่งเป็นโอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเพิ่มความมั่นใจและเชื่อใจในระยะยาว  อีกทั้งเป็นการลดโอกาสในการถูกคู่แข่งแย่งผู้บริโภคไปในการแข่งขันเรื่องราคา และโปรโมชั่นที่เข้มข้นขึ้น

สำหรับแบรนด์หน้าใหม่ ช่วงนี้เป็นโอกาสอันดีที่จะเข้าถึงผู้บริโภคที่อยู่บ้านและมีเวลารับสื่อมากขึ้น โดยเฉพาะสื่อ Offline อย่างโทรทัศน์ หรือการเลือกใช้ Influencer Marketing เพื่อสร้างการจดจำ รวมถึงมีโอกาสสร้างยอดขายมากขึ้นตามไปด้วย

 

5. ตามติดสถานการณ์ แบบ Realtime จากภาครัฐ

เมื่อเทียบกับการแพร่ระบาดในระลอกแรก มาตรการต่าง ๆ จากภาครัฐในเวลานี้มีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วกว่าเดิม รวมถึงพื้นฐานความเข้าใจต่อการใช้เทคโนโลยีของผู้บริโภคก็เพิ่มสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมา และพร้อมเข้าร่วมกับมาตรการช่วยเหลือของรัฐอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างเช่น เราชนะ หรือ คนละครึ่ง เป็นต้น

สิ่งนี้เองทำให้นักการตลาดต้องทำงานแบบ Agile ที่ต้องมีความรวดเร็ว และปรับตัวให้เข้าถึงโอกาสที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่อาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

6. เตรียมแผนไว้รองรับเหตุการณ์ไม่คาดฝันเสมอ

ต้องมีแผนสำรองในการรับมือกับสิ่งที่ไม่อาจคาดเดาได้ โดยจำเป็นต้องมีแผน 2, 3 หรือ 4 เผื่อไว้  ทีมงานต้องมีความยืดหยุ่น สามารถเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าได้   รวมถึงทำงานร่วมกันเพื่อให้แผนสำรองที่เตรียมไว้สามารถทำงานได้ทันทีเมื่อจำเป็น ซึ่งจะทำให้จัดการกับความเปลี่ยนแปลงได้ดีกว่าการมีแผนเดียว และแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นรายครั้งไป

 

เพราะการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่เราจะต้องผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกัน



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer