วิธีการสร้างสรรค์แผนการตลาดของคุณให้ประสบผลสำเร็จ: ดร.ธีรพันธ์ โล่ห์ทองคำ

กลยุทธ์การตลาด เคล็ดลับง่ายๆ ที่ทำให้แบรนด์กุมหัวใจลูกค้าและกำชัยเหนือคู่แข่ง

กลยุทธ์การตลาด ของคุณคือนโยบายของทีมงานคุณ เป็นเครื่องมือนำทางหรือคู่มือในการตัดสินใจว่า กลยุทธ์การตลาด ของคุณควรเป็นอย่างไร งานที่ทีมของคุณกำลังทำตรงตามกลยุทธ์ของคุณหรือไม่ และคุณจะวัดผลสำเร็จของพวกเขาในด้านใดบ้างและที่สำคัญจะประเมินผลอย่างไร

ขั้นตอนแรกก็คือคุณต้องกำหนดกลยุทธ์ของคุณ จากนั้นคุณต้องทำให้บรรลุผลสำเร็จ ฟังดูเหมือนง่าย ซึ่งตามทฤษฎีอาจจะใช่ แต่ในความเป็นจริงไม่ง่ายอย่างนั้นเสมอไป ต่อไปนี้เป็นวิธีที่คุณสามารถนำไปใช้เพื่อการดำเนินการจากกลยุทธ์ไปสู่กลวิธีและนำไปสู่ผลสำเร็จในที่สุด

ขั้นตอนแรก การกำหนดเป้าหมายและโอกาสของคุณ

ทีมงานฝ่ายการตลาดของแต่ละองค์กรมักใช้รูปแบบกลยุทธ์การตลาดที่แตกต่างกัน เช่น การสร้างความต้องการซื้อของผู้บริโภค การตลาดดิจิทัล การทำการตลาดด้วยเนื้อหา การตลาดเชิงกิจกรรม หรือการตลาดแบบหุ้นส่วนธุรกิจ เป็นต้น การกำหนดกลยุทธ์ที่ชัดเจนจะช่วยให้สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง โดยจะต้องคำนึงถึงปัจจัยดังต่อไปนี้

1. การกำหนดวิสัยทัศน์ของทีมของคุณ อะไรคือเป้าหมายทั้งหมดของทีม คุณต้องระบุโอกาสทางการตลาดและขีดความสามารถของคุณ การตลาดสามารถสร้างผลกระทบต่อธุรกิจสูงสุดตรงไหนและอย่างไร

2. การพิจารณาเส้นทางของลูกค้า (Customer Journey) ตั้งแต่ต้นจนจบ คุณสามารถติดต่อกับลูกค้าตรงจุดไหนในแต่ละขั้นตอนของเส้นทางของลูกค้า และที่สำคัญพวกเขาให้ความสนใจในสิ่งใดในแต่ละขั้นตอนบ้าง

3. คำตอบที่คุณได้รับจะช่วยเป็นแนวทางในการพัฒนากลยุทธ์ของคุณและทำให้มั่นใจได้ว่าคุณกำลังใช้โอกาสที่ถูกต้องเหมาะสมเพื่อทำเป้าหมายหลักๆ ของคุณให้บรรลุผลสำเร็จและสามารถติดต่อกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของคุณได้

ขั้นตอนที่ 2 การสร้างสรรค์กลยุทธ์การตลาดของคุณ

ขั้นตอนนี้เป็นการเริ่มต้นการจัดทำโครงร่างกลยุทธ์ของคุณ คุณต้องร่วมมือกับทีมของคุณในการระดมความคิด วางแผนการประชุม ปรึกษาหารือกันอย่างเป็นทางการ และกระตุ้นให้เกิดการถามคำถามและการตอบกลับ เพื่อให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มต้น เมื่อคุณร่วมสร้างสรรค์กลยุทธ์ด้วยกัน กลยุทธ์เหล่านั้นก็จะได้รับการยอมรับได้โดยง่าย

เพื่อให้มั่นใจว่า กลยุทธ์การตลาดของคุณนั้นรองรับวัตถุประสงค์และเป้าหมายของธุรกิจของคุณ กลยุทธ์ดังกล่าวจะต้องคำนึงถึงรายละเอียดต่างๆ ดังต่อไปนี้

– กลุ่มเป้าหมาย ด้วยกลยุทธ์นี้คุณตั้งเป้าหมายไปที่ใคร หากคุณสามารถเฉพาะเจาะจงได้มากเท่าไรก็จะยิ่งดีมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งกลุ่มเป้าหมายของคุณควรจะตรงกันกับกลุ่มที่ธุรกิจของคุณตั้งเป้าหมายไว้ ไม่ว่าจะเป็นผู้มุ่งหวัง หรือลูกค้าปัจจุบันเองก็ตาม

– เป้าหมายและวัตถุประสงค์ สิ่งที่คุณพยายามทำให้บรรลุผลสำเร็จคืออะไร คุณต้องการเพิ่มจำนวนคนเข้าชมเว็บไซต์ มีจำนวนผู้ใช้งานมากขึ้น เพิ่มรายได้ หรือขยายพื้นที่อื่นๆ ของธุรกิจของคุณ ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้จะช่วยเป็นแนวทางให้กับการกำหนดโปรแกรมและโครงการที่คุณวางแผนในเชิงปฏิบัติสำหรับกลยุทธ์ของคุณ

– ช่องทางการขายสินค้าหรือบริการ คุณจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของคุณได้อย่างไร คุณต้องรู้ว่าพวกเขาใช้เวลาของพวกเขาที่ไหน พวกเขาชอบเสพเนื้อหาแบบไหน และพวกเขาชอบการทำการตลาดแบบไหนเพื่อให้คุณสามารถเข้าถึงและจูงใจพวกเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

– การวัดผลและประเมินผล คุณจะวัดประสิทธิผลของกลยุทธ์นี้อย่างไร หลังจากนั้นคุณจะมีเกณฑ์อะไรบ้างที่จะประเมินผลดังกล่าว คุณต้องระบุจำนวนกลุ่มเป้าหมายที่คุณต้องการจะเข้าถึงเพื่อทำเป้าหมายของคุณให้บรรลุผลสำเร็จ

– งบประมาณ เมื่อมีการดำเนินงานก็ต้องมีค่าใช้จ่ายเสมอ ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปของจำนวนเงิน ทรัพยากรต่างๆ อย่างจำนวนคนที่จะเข้าไปทำงานหรือเวลา คุณต้องใส่ค่าใช้จ่ายทุกอย่างในรายการบัญชีให้ครบถ้วน คุณถึงจะสามารถมั่นใจได้ว่าผลที่ได้รับจะมากกว่าค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานตามขั้นตอนต่างๆ ตามแผนที่กำหนดไว้

– ระยะเวลา เมื่อคุณต้องการใช้เครื่องมือวัดผลเฉพาะและดำเนินการให้บรรลุผลสำเร็จ
ไม่ว่าคุณจะจัดทำกลยุทธ์เป็นรายไตรมาสหรือรายปี การกำหนดระยะเวลาจะช่วยให้การกำหนดตารางการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ นั้นเป็นระเบียบมากขึ้น ดังนั้นทีมของคุณก็จะสามารถสร้างตารางลำดับเวลาการทำงานที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้สามารถทำงานได้สำเร็จตามกำหนดเวลาที่วางไว้ในแผนการตลาด

หลังจากที่กลยุทธ์ของคุณเป็นรูปเป็นร่างแล้ว คุณต้องกำหนดเครื่องมือวัดผลและผลลัพธ์สำคัญที่คุณต้องการผลักดันให้บรรลุผลสำเร็จ ในระหว่างนี้คุณต้องพิจารณาถึงอุปสรรคที่อาจจะเกิดขึ้นต่อการดำเนินงาน รวมถึงความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นด้วย จากนั้นจัดลำดับกลยุทธ์ของคุณตามผลกระทบและความสำคัญบนรากฐานของวิสัยทัศน์อันเกิดจากทีมและวัตถุประสงค์ของบริษัท

เมื่อกลยุทธ์และรายละเอียดต่างๆ ของคุณเสร็จสิ้นแล้ว ก็นำแผนงานและตารางปฏิบัติงานไปแสดงไว้ในที่ที่ง่ายต่อการการมองเห็นและการเข้าถึงของทุกคน

ขั้นตอนที่ 3 การแตกกลยุทธ์ออกเป็นกลวิธี

เมื่อกลยุทธ์ของคุณอยู่ในที่ที่เป็นศูนย์กลางแล้ว คุณต้องกำหนดผู้รับผิดชอบแต่ละกลยุทธ์ด้วย พวกเขาจะทำงานร่วมกับผู้ร่วมทีมที่เหมาะสมเพื่อวางแผนโปรแกรมและโครงการที่จะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมาย

สิ่งที่จะช่วยสร้างโปรแกรมที่ดี ได้แก่

– เพื่อเป็นการป้องกันความสับสน ควรกำหนดผู้รับผิดชอบหลักเพียงคนเดียว ซึ่งจะเป็นผู้ขับเคลื่อนงานให้ก้าวไปข้างหน้า

– จัดทำกำหนดเวลาที่ชัดเจนด้วยตารางหลักของการปฏิบัติกิจกรรมให้ทุกคนรับทราบร่วมกัน

– จัดทำโครงร่างและขั้นตอนของกิจกรรมให้ชัดเจนสามารถวัดผลได้ ซึ่งจะทำให้ได้
ผลลัพธ์ที่ต้องการตามกลยุทธ์ที่กำหนดไว้

คุณต้องจัดทำรายการของแต่ละโปรแกรมหรือโครงการภายใต้กลยุทธ์ที่สอดคล้องกัน เพื่อทำให้คุณได้รู้อย่างชัดเจนว่าจะทำงานตามขั้นตอนต่อๆ ไปอย่างไร ซึ่งจะช่วยให้ทุกคนในทีมมองเห็นแผนที่ชัดเจนในกรอบของงานเดียวกันอันจะส่งผลดีและมีประสิทธิภาพต่องานที่พวกเขากำลังทำอยู่

ขั้นตอนที่ 4 ดำเนินการซ้ำๆ ตามกระบวนการที่กำหนดไว้

กลยุทธ์ของคุณนั้นมีโปรแกรม โครงการ กิจกรรม หรือแคมเปญการตลาดที่ทีมงานของคุณจะสามารถดำเนินการเป็นพื้นฐานได้ตามปกติหรือไม่ หากมีคุณก็ควรทำให้กระบวนการเหล่านี้เป็นมาตรฐานและนำไปไว้ในเทมเพลตซึ่งจะช่วยให้ทีมงานของคุณสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพทุกครั้งไม่ว่าใครจะเป็นผู้ดำเนินการก็ตามก็ควรเข้าใจตรงกัน คุณควรเก็บเทมเพลตเหล่านี้ไว้ในที่ที่ทุกคนในทีมจะสามารถค้นหาได้สะดวก โดยเป็นที่ที่คุณและทีมสามารถติดตามกลยุทธ์และการทำงานของทุกคนได้อย่างง่ายดาย

การจัดทำขั้นตอนการทำงานและสร้างเทมเพลตให้เป็นมาตรฐานเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์ดังนี้

– สามารถบริหารจัดการได้อย่างถูกต้อง เมื่อกระบวนการทำงานของคุณมีความชัดเจนเป็นรูปเป็นร่างแล้ว คุณก็สามารถดำเนินการตามขั้นตอนนั้นๆ ได้ และถ้าคุณเข้าใจขั้นตอนใดดีแล้วคุณก็ไม่ต้องเสียเวลาลงรายละเอียด สามารถข้ามไปยังขั้นตอนถัดไปได้เลย

– การทำงานจะไม่เกิดการติดขัดหรือข้อผิดพลาด หากกระบวนการทำงานนั้นได้ผ่านการพิสูจน์มาก่อนแล้วว่าประสบผลสำเร็จ เราก็แทบจะไม่ต้องกังวลถึงข้อผิดพลาดเลย

– สามารถให้เวลากับการสร้างสรรค์แผนก่อนลงมือปฏิบัติได้ คุณจะมีเวลาในการพัฒนาแคมเปญเพื่อสร้างความผูกพันกับลูกค้ามากขึ้นเพราะคุณไม่ต้องพบกับความยุ่งยากในการสร้างสรรค์และวางแผนงาน เพราะเราเลยขั้นตอนนั้นไปแล้ว

– ความเชื่อมั่นในกระบวนการทำงาน ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ดำเนินโครงการก็จะมีความรู้สึกเชื่อมั่นว่า พวกเขากำลังใช้กระบวนการทำงานที่ถูกต้องเหมาะสม เนื่องจากทีมงานได้ผ่านกระบวนการระดมสมองร่วมกันแล้วว่าแผนการตลาดนี้ถูกต้องและเหมาะสมที่สุด

– ไม่ทำผิดซ้ำๆ การปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานให้บรรลุผลสำเร็จบนพื้นฐานของการเรียนรู้สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วนั้นจะเป็นวิธีที่ถูกต้อง เพราะเกิดการเรียนรู้จากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแล้วนำมาพัฒนาและปรับปรุงให้ดีขึ้น

ขั้นตอนที่ 5 การรู้อยู่ตลอดเวลาว่าทีมงานกำลังดำเนินงานอยู่ ณ จุดไหนของแผนการตลาด

เมื่อทีมของคุณอยู่ในภาวะที่มีการบริหารจัดการงานเต็มรูปแบบแล้ว จะทำให้ยากที่จะรู้ว่า งานที่กำลังดำเนินการนั้นอยู่ ณ จุดไหนของแต่ละกลยุทธ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากแผนการตลาดนั้นไม่ถูกกำหนดบนกรอบเดียวกันก็จะเกิดความสับสนได้

การสอบถามสถานะปัจจุบันและความคืบหน้าของการทำงานเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และยิ่งยุ่งยากหากต้องพูดถึงเวลาที่ทุกคนสามารถเข้ามาประชุมร่วมกันเพื่อตามความคืบหน้าของงาน

หากแต่คุณมีการควบคุมตามกำหนดเวลา และตารางการปฏิบัติงาน คุณจะสามารถมองเห็นว่า แต่ละคนกำลังทำอะไรและสามารถตรวจสอบความก้าวหน้าของงานได้ตลอดเวลา โดยไม่เป็นการจับผิด และเป็นสิ่งที่ได้ประโยชน์ด้วยกันทุกคนในทีมงาน

เรื่องที่สำคัญอีกอย่างก็คือคุณต้องมั่นใจว่าทีมของคุณกำลังทำงานตามลำดับที่ถูกต้อง อาจมีการพูดคุยกับทีมงานที่เกี่ยวข้องทุกเช้าวันจันทร์ แต่ละคนก็จะแชร์ลำดับการทำงานในสัปดาห์นั้นกับทีมงาน การทำเช่นนี้จะทำให้ทุกคนในทีมอยู่ในวงจรการทำงาน โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาไปกับการเข้าประชุมแจ้งความคืบหน้าของงานโดยใช่เหตุ

หากคุณดำเนินการตามขั้นตอนที่ผู้เขียนกล่าวไปทั้ง 5 ขั้นตอน ผู้เขียนมั่นใจว่า คุณและทีมงานจะสามารถสร้างสรรค์แผนการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมั่นใจว่าแผนการตลาดดังกล่าวจะทำให้คุณและทีมงานบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไว้ได้อย่างแน่นอน แล้วพบกับเรื่องราวดีๆ ในประเด็นอื่นๆ ในฉบับหน้านะครับ!

เมาท์กระจายสไตล์ธีรพันธ์
เรื่อง: ดร. ธีรพันธ์ โล่ห์ทองคำ

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer