เบียร์ไม่มีแอลกอฮอล์ คืออะไร ? ทำไมแบรนด์เบียร์จึงหันมาเล่นตลาดเครื่องดื่มเบียร์ 0.0% ?

ในวันที่ตลาดเบียร์เริ่มเดินทางมาถึงจุดที่หลายๆ ประเทศเริ่มมีข้อจำกัดในการจำหน่ายเบียร์ รวมถึงการรณรงค์เมาไม่ขับ ถูกจับแน่

ประกอบกับคนรุ่นใหม่ (ในบางกลุ่ม) เริ่มมองว่าการดื่มเบียร์จนเกินพอดีจะทำให้ตัวเองถูกประจานในโลกโซเชียลถึงความรั่วเมื่อแอลกอฮอล์ครอบงำ แต่ก็ยังอยากดื่มและสังสรรค์กับเพื่อน

เมื่อตลาดเริ่มมีทางตัน ทำให้แบรนด์เบียร์เริ่มมองหาตลาดใหม่ๆ ที่จะเข้ามาต่อยอดธุรกิจให้เดินต่อไปได้ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการเข้ามาลงเล่นในตลาดเครื่องดื่มมอลต์ดริ้งค์ หรือหลายคนเรียกว่าเบียร์ไม่มีแอลกอฮอล์

สิ่งที่ทำให้คนเรียกเครื่องดื่มมอลต์ดริ้งค์ประเภทนี้ว่า เบียร์ไม่มีแอลกอฮอล์ เพราะใช้วัตถุดิบและกรรมวิธีในการหมักบ่มเป็นเครื่องดื่มคล้ายกับการทำเบียร์แบบมีแอลกอฮอล์ แต่เพิ่มขั้นตอนในการที่จะทำให้แอลกอฮอล์ที่อยู่ในเบียร์หมดไป

ทำให้รูป รส กลิ่น ของเครื่องดื่มชนิดนี้มีความคล้ายกับเบียร์ปกติทั่วไป

 

 

เบียร์โนแอลเซกเมนต์ใหม่ที่มีโอกาส

ตลาดเบียร์ไร้แอลกอฮอล์ถือว่าไม่ใช่ตลาดใหม่ใสกิ๊ก แต่เป็นตลาดที่มีมานานกว่า 40 ปี โดยเฉพาะในยุโรป ซึ่งถือว่าเป็นประเทศแห่งผู้ผลิตเบียร์ ที่มีการผลิตเบียร์ชนิดนี้มาอย่างยาวนาน

โดยข้อมูลจากแบรนด์เบียร์สัญชาติเนเธอร์แลนด์อย่างบาวาเรีย พบว่า บาวาเรียได้ผลิตเบียร์ไร้แอลกอฮอล์ออกจำหน่ายในประเทศเนเธอร์แลนด์ซึ่งเป็นต้นกำเนิดแบรนด์นี้มาตั้งแต่ปี 1978 เพื่อเป็นเครื่องดื่มทางเลือกให้กับนักดื่มที่ต้องการพักตับจากการดื่มแอลกอฮอล์

แม้จะเป็นเครื่องดื่มที่มีมานาน แต่ตลาดนี้กลับเพิ่งคึกคักอย่างเห็นได้ชัดเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา จากผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่อย่างไฮเนเก้นจากเนเธอร์แลนด์ อาซาฮี ซันโทรี คิริน ซัปโปโร จากญี่ปุ่น และไฮ้ (Hite) จากเกาหลีใต้ เริ่มออกเบียร์ไร้แอลกอฮอล์มาทำตลาดภายใต้แบรนด์ของตัวเองมากขึ้น

แต่เมื่อมองลึกลงไป พบว่าตลาดเบียร์ไร้แอลกอฮอล์ก็ยังไม่แมสเท่าไรนัก โดยเฉพาะประเทศไทย ที่นักดื่มยังไม่รู้จักเครื่องดื่มในรูปแบบนี้ ทั้งๆ ที่ประเทศไทยมีการนำเข้าเครื่องดื่มเบียร์ไม่มีแอลกอฮอล์เข้ามาขายตามซูเปอร์มาร์เก็ต, ร้านเครื่องดื่มที่เป็นสเปเชียลลิสต์ และร้านอาหารระดับไฮเอนด์มาได้ระยะเวลาหนึ่ง

อย่างเช่นแบรนด์บาวาเรียที่เข้ามาทำตลาดเครื่องดื่มเบียร์ไร้แอลกอฮอล์อย่างเงียบๆ ผ่านการนำเข้าของบริษัท กัปตัน บาร์เรล ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเบียร์พรีเมียมจากแถบทวีปยุโรปมานานกว่า 5 ปี

อาชว มหามงคล ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท กัปตัน บาร์เรล ได้ให้ข้อมูลกับเราว่า ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ที่กัปตัน บาร์เรลนำบาวาเรียสูตรไม่มีแอลกอฮอล์มาจำหน่ายในประเทศไทย พบการเติบโตต่อเนื่องในตลาดทุกปีจากผู้ที่เห็นและเกิดความสนใจอยากลองของใหม่

 

แม้ตลาดจะมีการเติบโต แต่อุปสรรคของตลาดนี้คือการรับรู้ของคนที่ยังรู้จักเครื่องดื่มประเภทนี้อยู่ในกลุ่มที่จำกัด

แต่ความจริงเครื่องดื่มประเภทนี้นอกจากกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการดื่มเบียร์แต่ไม่อยากเมาแล้ว การที่ไม่มีแอลกอฮอล์ยังสามารถจับกลุ่มคนที่ปัญหาสุขภาพและมีโรคประจำตัว อย่างเช่น เกาต์ เบาหวาน ความดันสูง ที่อยากดื่มเบียร์แต่ดื่มไม่ได้เพราะกลัวผลกระทบที่เกิดจากการดื่มได้ด้วย

ตลาดนี้จึงยังเป็นตลาดใหม่ที่ยังมีโอกาส

 

 

ไฮเนเก้นขอบุกตลาด เบียร์ไม่มีแอลกอฮอล์ ไทย

หลังจากที่ไฮเนเก้นได้เปิดตลาดเบียร์ไร้แอลกอฮอล์ในชื่อไฮเนเก้น 0.0 ในเนเธอร์แลนด์แดนบ้านเกิดเมื่อปี 2017 ก่อนที่จะขยายตลาดไปยังประเทศอื่นๆ จนในปีที่ผ่านมาไฮเนเก้นทำตลาดเครื่องดื่มเบียร์แอลกอฮอล์ 0% ใน 38 ประเทศทั่วโลก     

ในปีนี้ไฮเนเก้นได้เข้ามาเปิดตลาดเบียร์แอลกอฮอล์ 0% ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก โดยประเทศไทยถือเป็นประเทศที่สองในเอเชียแปซิฟิกต่อจากสิงคโปร์ ที่ไฮเนเก้นเข้าไปเปิดตลาดเมื่อพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา

 

ส่วนตัวมาร์เก็ตเธียร์มองว่า การที่ไฮเนเก้นเลือกประเทศไทยมาจากการที่ประเทศไทยเปิดรับการบริโภคเบียร์ที่หลากหลาย ประกอบกับกฎหมายเมาไม่ขับที่ทำให้นักดื่มบางรายดื่มได้ไม่เต็มที่ ทำให้ตลาดเบียร์ในประเทศไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเติบโตอย่างลดลง

และการเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยผลพลอยได้อีกประการหนึ่ง คือโอกาสในการโฆษณาแบรนด์ไฮเนเก้น ในฐานะแบรนด์เครื่องดื่มมอลต์ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ เพื่อให้ผู้บริโภคเห็นแบรนด์และนึกถึงเครื่องดื่มเบียร์ไฮเนเก้นแบบดั้งเดิมด้วย

เพราะที่ผ่านมากฎหมายในประเทศไทยไม่อนุญาตให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์โฆษณาโดยมีขวดเบียร์ น้ำเบียร์ หรือโลโก้ของเบียร์ชนิดนั้นๆ ประกอบฉาก

 

การเข้ามาทำตลาดของไฮเนเก้น 0.0 ในประเทศไทยในปีแรก เมาด์ ฮา. เก. เมย์โบม์-ฟาน เวิล ผู้อำนวยการแบรนด์ไฮเนเก้นระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มองว่าคือการลองตลาดเพื่อดูการตอบรับ

 

โดยเริ่มแรกของการทำตลาด ไฮเนเก้น 0.0 จะวางอยู่ในตู้แช่เดียวกับเบียร์ทั่วไปเพื่อสื่อสารลูกค้าที่ดื่มเบียร์ลองดื่มเพื่อหาความแตกต่าง

 

ไฮเนเก้นได้สื่อสารสร้างการรับรู้ถึงสินค้าด้วยการใช้คำว่าไฮเนเก้น เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ที่ดื่มได้ทุกที่ทุกเวลาเป็นคีย์เวิร์ดหลักในการสื่อสาร

เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายผู้ที่อายุถึงเกณฑ์ที่สามารถบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ตามกฎหมาย ซึ่งการที่ไฮเนเก้นระบุกลุ่มเป้าหมายอายุ 20 ปีขึ้นไป มาจากนโยบายของบริษัทที่ต้องการรับผิดชอบต่อสังคม

และกลุ่มเป้าหมายที่ไฮเนเก้น 0.0 ต้องการคือ กลุ่มคนทำงาน กลุ่มผู้ปกครองรุ่นใหม่ที่อยากดื่มเบียร์เพื่อให้ผ่อนคลายหลังลูกนอนหลับ กลุ่มดูแลสุขภาพ และกลุ่มที่ไม่สามารถดื่มแอลกอฮอล์เพราะปัญหาสุขภาพ หรืออาจจะไม่ต้องการดื่มในบางเวลา

 

นอกจากนี้ ยังสร้างการรับรู้แบรนด์ไฮเนเก้น 0.0 พร้อมสร้างประสบการณ์ให้คนที่ไม่รู้จักทดลองดื่ม ด้วยการจัดงานเปิดตัว “Heineken® 0.0 Barcade” ที่เอ็มโพเรียม และให้ความรู้เกี่ยวกับการเสริมสร้างความเข้าใจในเครื่องดื่ม 0.0  

พร้อมการแจกผลิตภัณฑ์ตัวอย่างในวงกว้างแก่ผู้บริโภคในพื้นที่ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายทั้ง 4 กลุ่ม ได้แก่ พื้นที่สำนักงานต่างๆ คาเฟ่และร้านกาแฟ พื้นที่ที่มีชุมชนคับคั่งช่วงเวลาทำงาน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป และมีต่อเนื่องตลอดไปทั้งปี 2562

 

 

บาวาเรีย 0.0 อยู่ตลาดไทยอย่างเงียบๆ มานาน คราวนี้ขอเกาะกระแสหน่อย

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าแบรนด์บาวาเรีย 0.0 มีการนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยเป็นระยะเวลาตั้งแต่ 5 ปีที่ผ่านมา จากการนำเข้าของกัปตัน บาร์เรล

แต่ปีนี้เป็นปีแรกที่อาชว มหามงคล ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท กัปตัน บาร์เรล รุกตลาดบาวาเรีย 0.0 อย่างจริงจังเป็นครั้งแรก

โดยเขาให้เหตุผลว่าการเริ่มทำตลาดบาวาเรีย 0.0 ในปีนี้อย่างจริงจังเพราะปีนี้เป็นปีที่บาวาเรียครบรอบ 300 ปี และกัปตัน บาร์เรล เพิ่งมีความพร้อมในการรุกตลาดเบียร์ 0.0

แต่มาร์เก็ตเธียร์เชื่อว่าเหตุผลลึกๆ นั้นน่าจะมาจากการที่ไฮเนเก้นได้บุกตลาด 0.0 ในประเทศไทยปีนี้ และการที่ยักษ์ใหญ่เข้ามาทำตลาดจะทำให้บาวาเรีย 0.0 เหนื่อยน้อยลงที่จะ Educate ตลาด ว่าเครื่องดื่มในรูปแบบนี้คืออะไร แต่สามารถสร้างยอดขายได้มากขึ้นจากการรับรู้ของผู้บริโภคโดยรวมที่เพิ่มขึ้นจากการทำตลาดของไฮเนเก้น

 

ในปีนี้อาชวได้ใช้งบการตลาด 60% ของงบการตลาดที่ให้กับแบรนด์บาวาเรีย ทำตลาดสร้างการรับรู้ในวงกว้างทั้งร้านค้าทั่วไปที่จำหน่ายเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สื่อ ณ จุดขาย แคมเปญโปรโมชั่น และสื่อออนไลน์เพื่อดึงผู้บริโภคเข้ามาทดลองดื่ม เพราะเป็นเครื่องดื่มที่ไม่มีข้อจำกัดด้านการทำตลาด เพื่อให้เกิด awareness กับแบรนด์

พร้อมขยายช่องทางจัดจำหน่ายเพิ่มเป็น 200 แห่งทั่วประเทศ โดยเน้นไปที่ร้าน ผับ บาร์เบียร์ ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต เช่น ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต และช่องทางออนไลน์ผ่าน JD.co.th

 

และใช้จุดเด่นของบาวาเรีย 0.0 ที่มีทั้งรสออริจินัลที่เป็นรสชาติคล้ายเบียร์และรสผลไม้ เป็นจุดขายที่สร้างความแตกต่าง โดยปัจจุบันยอดจำหน่ายของบาวาเรีย 0.0 ในประเทศไทยมาจากรสออริจินอล 50% และรสผลไม้ 50%

 

ทั้งนี้ ตลาดเบียร์ไทยมูลค่า 1.99 แสนล้านบาท เป็นตลาดที่ซบเซา โดยเบียร์ในกลุ่มพรีเมียมมีสัดส่วน 5% ในตลาดรวม

และเบียร์ไร้แอลกอฮอล์ถือเป็น Category ใหม่ในตลาดที่ผู้ประกอบการเชื่อว่าจะเข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาดของตลาดเบียร์พรีเมียม และตลาดเครื่องดื่มทั่วไปได้

 

Marketeer FYI

เทคโนโลยีการผลิตเบียร์ 0.0% สามารถทำได้ทั้งหมด 3 วิธีด้วยกัน

1. นำเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มาสกัดแอลกอฮอล์ออกหรือทำให้แอลกอฮอล์ระเหยออกไป กระบวนการสกัดหรือทำให้แอลกอฮอล์ระเหยออกไปจะถูกทำหลังจากที่ผลิตเครื่องดื่มที่มีแอกอฮอล์เสร็จแล้ว

ซึ่งวิธีนี้ไม่สามารถตอบได้ว่าแอลกอฮอล์จะหายไปทั้งหมดจริงหรือไม่อาจมีบางส่วนตกค้างอยู่ในเครื่องดื่มนอกจากนี้ วิธีดังกล่าวยังไม่ได้รับการยอมรับในมาตรฐานของชาวอิสลามอีกด้วย ทำให้เครื่องดื่มที่กล่าวว่าเป็นเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ที่ถูกผลิตด้วยวิธีนี้ถูกจัดอยู่ในหมวด Haram (ต้องห้าม) นั่นเอง

2. สร้างเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์โดยวิธีการหมักอุณหภูมิต่ำ (Cold Contact Method) เครื่องดื่มจะผ่านกระบวนการหมักที่อุณหภูมิต่ำเป็นเวลานาน และต้องผ่านการควบคุมเป็นอย่างดีเพื่อไม่ให้เกิดปริมาณแอลกอฮอล์ขึ้น แต่ต้องแลกมาด้วยกลิ่นและรสชาติที่ลดลงไปเนื่องจากของเหลวที่สกัดจากมอลต์และเซลล์ยีสต์สามารถผสมกันได้ยาก

3.ไบโอรีแอคเตอร์เทคโนโลยี (Bioreactor Technology) เป็นการควบคุมการหมักโดยใช้ไบโอรีแอคเตอร์ (Bioreactor) ในการหยุดยั้งเซลล์ของยีสต์ไม่ให้สร้างโครงสร้างโมเลกุลที่จะเรียงตัวกันและเกิดเป็นแอลกอฮอล์

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer