7 กรกฎาคม ของทุกปีคือ ‘วันช็อกโกแลตโลก’ (World Chocolate Day)

หากมองมาที่ตลาดช็อกโกแลตในไทย มูลค่าตลาดกำลังขยายตัวแตะระดับ 9,988 ล้านบาทในปี 2026 โดยจากการเป็นเพียงสัญลักษณ์แทนความรักในเทศกาลวาเลนไทน์ หรือขนมหวานทานเล่น 

ตลาดช็อกโกแลตไทย จากสื่อแทนใจ 

สู่ขนมทำเงินหมื่นล้าน สมรภูมิเทกซ์เจอร์กัดคำไหนก็โดน ฉีกซองพร้อมฟิน

ปี ค.ศ. มูลค่าตลาดช็อกโกแลตในไทย / ล้านบาท มูลค่าตลาดช็อกโกแลตโลก / ล้านบาท
2025 9,485 4,448,500
2026 9,988 4,609,500
2027 10,517 4,835,250
2028 11,074 5,072,200
อัตราการเติบโตเฉลี่ยช่วงปี 2025 – 2028 5.30% 4.90%
สัดส่วนมูลค่าตลาดในไทย แบ่งตามช่องทางการขาย ร้านสะดวกซื้อ 60%, ซูเปอร์มาร์เก็ต / ไฮเปอร์มาร์เก็ต 30%, โชห่วย 10%  
สัดส่วนมูลค่าตลาดในไทย แบ่งตามรูปแบบช็อกโกแลต แท่งและบล็อก 31%, แท่งแยกชิ้น 21%, กล่องของขวัญและชิ้น 12%, เคลือบ 9%, ชิ้นรูปแบบอื่น ๆ 27%    
ช็อกโกแลต ที่เราชอบกินกัน

มาจากไหนบ้าง

แบรนด์ / ปี ค.ศ. ที่ก่อตั้ง ประเทศต้นกำเนิด ผู้ให้กำเนิด บริษัทจัดจำหน่ายในไทย
Cadbury (1824) อังกฤษ John Cadbury มอนเดลีซ
VAN HOUTEN (1828) เนเธอร์แลนด์ Coenraad Van Houten ซิโน-แปซิฟิค เทรดดิ้ง (ไทยแลนด์)
HERSHEY’S (1894) สหรัฐอเมริกา Milton Hershey ซิโน-แปซิฟิค เทรดดิ้ง (ไทยแลนด์)
TOBLERONE (1908) สวิตเซอร์แลนด์ Theodor Tobler มอนเดลีซ
KitKat (1935) อังกฤษ บริษัท Rowntree’s เนสท์เล่
FERRERO ROCHER (1982) อิตาลี Michele Ferrero ซิโน-แปซิฟิค เทรดดิ้ง (ไทยแลนด์)
อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ = 35.00 บาท
ที่มา: มูลค่าตลาดโลก อ้างอิง Grand View Research มูลค่าตลาดในไทย อ้างอิง The Report Cube สัดส่วนตลาดอ้างอิง GlobalData / ก.ค. 2026 

ปัจจุบัน ตลาดกำลังมุ่งสู่การแข่งขันด้านนวัตกรรมรสชาติ การครีเอตเทกซ์เจอร์ที่แปลกใหม่ อย่างเช่น กระแสไวรัล ‘ดูไบช็อกโกแลต’ โดยฉีกกฎช็อกโกแลตแบบเดิม ๆ ด้วยการผสานเทกซ์เจอร์ความกรุบกรอบของเส้นคูนาฟ่าเข้ากับความหอมมันของซอสพิสตาชิโออย่างลงตัว 

การผสมผสานนี้ไม่เพียงแต่ให้รสชาติที่สร้างสรรค์ แต่ยังมอบประสบการณ์แปลกใหม่ที่เข้ากับพฤติกรรมการอยากรู้อยากลองของคนรุ่นใหม่ ส่งผลให้เกิดกระแสการนำรสชาติสไตล์ดูไบช็อกโกแลตไปต่อยอดในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ไปจนถึงเครื่องดื่มดับกระหายเพื่อสร้างโมเมนต์ดี ๆ ในแต่ละวัน

อย่างไรก็ตาม ตลาดช็อกโกแลตไทย ยังต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหญ่เมื่อราคาเมล็ดโกโก้ในตลาดโลกพุ่งทะยาน อันเป็นผลมาจากภาวะโลกร้อนที่กระทบแหล่งปลูกหลักในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก

แต่สาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ผลิตไม่เลือกลดคุณภาพหรือลงไปเล่นเกมราคาอย่างเต็มตัว เป็นเพราะผู้บริโภคยุคใหม่ยอมจ่ายให้กับ ‘ความสะดวก’ และ ‘ประสบการณ์ความอร่อย’ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ Gen Z (11-26 ปี) และ Gen Y (27-42 ปี) ที่มองหาการให้รางวัลตัวเองเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อเติมพลังใจในวันเหนื่อยล้า 

โดยผู้เล่นในตลาดต่างต้องแข่งขันกันแตกไลน์สินค้า และบริหารขนาดบรรจุภัณฑ์เข้ามาสู่ตลาด เพื่อล็อกใจผู้บริโภค และสร้างทางเลือกที่มากกว่าช็อกโกแลตนมแท่งแบบเดิม ๆ

อีกทั้งผู้ผลิตหลายรายเลือกที่จะปรับกลยุทธ์ขนาดและราคาบรรจุภัณฑ์อย่างรัดกุม แทนที่จะลดคุณภาพวัตถุดิบหรือใช้น้ำมันปาล์มทดแทนจนเสียรสชาติ ก็หันมาผลักดันผลิตภัณฑ์ในกลุ่มพรีเมียมดาร์กช็อกโกแลต หรือช็อกโกแลตที่สอดไส้ส่วนผสมอื่น ๆ เพื่อบริหารต้นทุนและตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ยินดีจ่ายเพื่อคุณภาพ

ปัจจุบันช็อกโกแลตสอดไส้และบรรจุภัณฑ์ คือกลุ่มที่ตอบโจทย์ความสะดวก สำหรับช่องทางร้านสะดวกซื้อ ซึ่งครองสัดส่วนการขายช็อกโกแลตในไทยถึง 60% 

ผู้ผลิตต่างมุ่งเน้นสินค้าราคาเข้าถึงง่าย โดยเฉพาะจุดราคา 19-25 บาท ซึ่งเป็นช็อกโกแลตที่ขายดีที่สุดเมื่อผู้บริโภคตัดสินใจซื้อหน้าเชลฟ์ 

สินค้าในกลุ่มช็อกโกแลตทรงกลมหรือแท่งสอดไส้ธัญพืชอบกรอบจึงถูกพัฒนาขึ้นมาในรูปแบบซองฉีกง่าย เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมการซื้อแบบฉับพลัน และความสะดวกสบายในการรับประทานได้ทุกที่ทุกเวลา

นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังโหยหาความแปลกใหม่ทางเนื้อสัมผัสและลูกเล่นที่เข้ากับกระแสบนโลกโซเชียลมีเดีย ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตต้องแปลงร่างและปรับตัวเพื่อกระตุ้นความอยากรู้อยากลองของตลาดอยู่เสมอ