TACC เดินหน้าขยายธุรกิจ B2C ตั้งบริษัท TACC Plus ถือหุ้น 80% ส่ง Eight Plus น้ำด่างธรรมชาติ 100% บุกตลาด วางขายผ่าน 7-Eleven โมเดิร์นเทรด และ HORECA พร้อมตั้งเป้ารายได้ 1,000 ล้านบาทภายใน 5 ปี

ไตรทิพย์ ศิวะกฤษณ์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TACC กล่าวว่า บริษัทต้องการต่อยอดธุรกิจเครื่องดื่มจากฐาน B2B ที่ทำหน้าที่ผลิตและจัดหาเครื่องดื่มให้กับพันธมิตรทางธุรกิจ ไปสู่การสร้างแบรนด์และทำตลาดกับผู้บริโภคโดยตรง หรือ B2C มากขึ้น

โดยตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ในไทยช่วงปี 2569-2571 คาดว่าจะมีปริมาณจำหน่ายรวม 10,764 ล้านลิตร คิดเป็นมูลค่า 369,425 ล้านบาท และเติบโตเฉลี่ย 1.9-2.9% ต่อปี

ขณะที่ตลาดน้ำดื่มบรรจุขวดยังคงเป็นตลาดหลัก มีปริมาณจำหน่ายประมาณ 6,417 ล้านลิตร มูลค่าราว 65,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 2.1-3.1% ต่อปี

ตัวเลขดังกล่าวทำให้ TACC มองเห็นโอกาสในตลาดน้ำดื่มที่ยังมีช่องว่าง โดยเฉพาะน้ำพรีเมียมและน้ำด่าง ซึ่งเป็นตลาดที่ยังมีขนาดไม่ใหญ่เมื่อเทียบกับน้ำดื่มทั่วไป แต่มีอัตราการเติบโตที่สูงกว่า และสอดคล้องกับกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและมีกำลังซื้อ

🟥ทำไม TACC ต้องขยายจาก B2B สู่ B2C

ปัจจุบันรายได้ราว 95% ของ TACC มาจากธุรกิจ B2B ขณะที่ B2C ยังมีสัดส่วนไม่ถึง 5% การขยายตลาดผู้บริโภคโดยตรงจึงเป็นอีกทางที่บริษัทต้องการเดินหน้า เพื่อเพิ่มช่องทางสร้างรายได้และกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาธุรกิจ B2B เป็นหลัก โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วน B2C ให้มากกว่า 30% ในระยะยาว

TACC จึงจัดตั้ง TACC Plus โดยถือหุ้น 80% เพื่อเข้ามาดูแลธุรกิจ B2C และเลือก “Eight Plus” เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์แรกในการขยายตลาดผู้บริโภคโดยตรง พร้อมตั้งเป้าหมายสร้างยอดขาย 1,000 ล้านบาทภายใน 3-5 ปี

Eight Plus ไม่ใช่สินค้าใหม่สำหรับ TACC เพราะบริษัทเคยนำเข้ามาวางจำหน่ายใน 7-Eleven เมื่อประมาณ 4-5 ปีก่อน และทำตลาดอยู่ราว 14-16 เดือน ก่อนหยุดจำหน่าย เนื่องจากในช่วงเวลานั้นผู้บริโภคยังรู้จักและเข้าใจสินค้าประเภทน้ำด่างไม่มากนัก

แต่หลังโควิด-19 บริษัทมองว่าพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยคนให้ความสนใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น และมีข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพให้ศึกษาได้มากกว่าเดิม TACC จึงเห็นโอกาสที่จะนำ Eight Plus กลับมาทำตลาดอีกครั้ง

ครั้งนี้บริษัทปรับบรรจุภัณฑ์และโลโก้ใหม่ พร้อมเตรียมสื่อสารเพื่อให้ผู้บริโภครู้จักสินค้าและเข้าใจน้ำด่างมากขึ้น รวมถึงเปิดโอกาสให้ทดลองสินค้า เพื่อสร้างการรับรู้ก่อนขยายตลาดในวงกว้าง

🟥น้ำด่างต่างจากน้ำแร่อย่างไร

สำหรับความแตกต่างระหว่าง “น้ำด่าง” กับ “น้ำแร่” ไตรทิพย์ อธิบายว่า จุดต่างหลักอยู่ที่สิ่งที่แต่ละประเภทให้ความสำคัญ โดยน้ำด่างจะเน้นที่ ค่าความเป็นด่าง หรือค่า pH ของน้ำ ขณะที่น้ำแร่จะเน้นที่ แร่ธาตุที่มีอยู่ในน้ำตามธรรมชาติจากแหล่งน้ำใต้ดิน

ดังนั้น น้ำด่างไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีแร่ธาตุมากกว่าน้ำแร่ แต่เป็นการนำเสนอจุดเด่นของน้ำในเรื่อง “ความเป็นด่าง” ส่วนความโดดเด่นของน้ำแร่อยู่ที่องค์ประกอบของแร่ธาตุจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติ

Eight Plus เลือกใช้น้ำจากแหล่งน้ำในอำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งบริษัทเป็นแหล่งน้ำที่มีแร่ธาตุและระดับความเป็นด่างที่เหมาะสมกับการบริโภค โดยรู้จักกับเจ้าของแหล่งน้ำดังกล่าวอยู่แล้ว จึงเห็นโอกาสในการนำแหล่งน้ำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์

ด้านประสบการณ์ส่วนตัว ไตรทิพย์ ระบุว่าดื่มน้ำด่างมาแล้วประมาณ 7-8 ปี และเลือกดื่มแทนน้ำเปล่าทั่วไป จึงนำประสบการณ์ดังกล่าวมาเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดในการพัฒนา Eight Plus

🟥ใช้ 7-Eleven เป็นจุดเริ่มต้น ก่อนขยายโมเดิร์นเทรดและ HORECA

Eight Plus เริ่มวางจำหน่ายใน 7-Eleven ซึ่งเป็นช่องทางหลักในการเข้าถึงผู้บริโภคในช่วงเริ่มต้น ก่อนขยายไปยังช่องทางอื่น ทั้งร้านค้าปลีกสมัยใหม่ระดับพรีเมียม โรงแรมระดับ 5 ดาว และช่องทางออนไลน์ รวมถึงตลาด HORECA หรือโรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจจัดเลี้ยง

ด้านราคา Eight Plus ขนาด 500 มิลลิลิตร วางจำหน่ายที่ 20 บาท สูงกว่าน้ำดื่มระบบ RO ที่มีราคาประมาณ 7 บาท และน้ำแร่ที่มีราคาประมาณ 12 บาท จึงเป็นสินค้าที่วางตำแหน่งในตลาดระดับพรีเมียม และเน้นกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและมีกำลังซื้อ

นอกจากการขยายจุดจำหน่าย TACC ยังเตรียมใช้งบการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้ โดยเฉพาะการทำให้ผู้บริโภครู้จักและเข้าใจน้ำด่างมากขึ้น เพราะบริษัทมองว่าการสร้างตลาดยังเป็นโจทย์สำคัญในช่วงเริ่มต้น

🟥มองโอกาสขยายตลาดออสเตรเลีย

นอกจากตลาดไทย TACC ยังมีแนวคิดที่จะต่อยอดธุรกิจ B2C ไปยังต่างประเทศ โดยหนึ่งในตลาดที่บริษัทให้ความสนใจคือ “ออสเตรเลีย” เนื่องจากเป็นตลาดที่บริษัทมีความคุ้นเคย มีตลาดรองรับ และมีคู่ค้าหรือพันธมิตรทางธุรกิจที่สามารถต่อยอดได้

อีกปัจจัยคือ ตลาดต่างประเทศพัฒนาไปไกลกว่าตลาดไทยในแง่การจัดหมวดหมู่สินค้า โดยมีการแบ่งผลิตภัณฑ์น้ำด่างออกมาเป็นหมวดที่ชัดเจน ทำให้ผู้บริโภคมีความคุ้นเคยกับสินค้ากลุ่มนี้มากกว่า ขณะที่ตลาดไทยยังอยู่ในช่วงสร้างการรับรู้

การเปิดตัว Eight Plus จึงเป็นมากกว่าการเพิ่มสินค้าใหม่ในพอร์ตของ TACC แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างธุรกิจ B2C ที่บริษัทต้องการขยายสัดส่วนให้มากกว่า 30% ในระยะยาว ขณะที่เป้าหมายระยะ 3-5 ปี คือการผลักดัน TACC Plus ให้สร้างยอดขาย 1,000 ล้านบาท