ลองนึกภาพวันที่คุณนั่งฟังรุ่นพี่ในออฟฟิศเล่าความหลังเรื่องตู้โทรศัพท์สาธารณะหยอดเหรียญ แล้วเราก็พยักหน้าเออออเข้าใจด้วย พอพูดถึง Winamp ก็ดันเข้าใจอีก จนทุกคนแปลกใจว่าเราเป็น Gen Z จะทันสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร แต่พอหันไปคุยกับน้องฝึกงาน Gen Z ปีต้น เรื่องเทรนด์ TikTok น้องกลับมองหน้าคุณแล้วพูดว่า “พี่คะอันนี้มันเอาต์ไปแล้วค่ะ”

แล้วสรุปเราเป็นคนเจนไหนกันแน่?

ถ้าคุณเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ ยินดีต้อนรับสู่เจน “Zillennials” ไว้ใช้สำหรับคนที่เกิดในช่วงคาบเกี่ยวระหว่างเจน Y (มิลเลนเนียล) กับเจน Z พอดิบพอดี จนหลายคนบอกว่านี่คือกลุ่มคนที่แก่เกินจะเป็น Gen Z แต่ก็เด็กเกินจะเรียก Gen Y อย่างเต็มปาก บางทีโลกออนไลน์ก็เรียกคนกลุ่มนี้ว่า “Gen Z ปีลึก”

🟥Zillennials คือใคร มาจากไหน

ถ้าอ้างอิงตามนิยามของ Pew Research Center เจนมิลเลนเนียล (Gen Y) คือคนที่เกิดระหว่างปี 1981-1996 ส่วนเจน Z คือคนที่เกิดตั้งแต่ปี 1997-2012 แล้ว Zillennials ก็คือกลุ่มคนที่อยู่ตรง “รอยต่อ” ระหว่างสองเจนนี้นี่เอง โดยส่วนใหญ่นักวิชาการและสื่อต่างประเทศมักพูดถึงช่วงเกิดที่ราวปี 1993-1998 ไปจนถึงกว้างสุดคือ 1992-2002 ซึ่งถ้าคำนวณตามปฏิทินไทยก็คือคนที่เกิดประมาณปี พ.ศ. 2537-2544 นั่นเอง

Deborah Carr ศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยบอสตัน บอกว่า Zillennials เป็นกลุ่มคนจำนวนไม่มากที่เกิดในช่วงต้นทศวรรษ 1990 ถึงต้นทศวรรษ 2000 ซึ่งอยู่ระหว่างรอยต่อของสองเจนพอดี จึงถูกเรียกว่า “Zillennial” อันเป็นการผสมคำระหว่าง “Z” กับ “Millennial”

ไม่ได้เป็นเจนที่มีเส้นแบ่งชัดแบบเจนอื่น ๆ แต่เป็น Micro-generation ที่เกิดจากการที่คนกลุ่มหนึ่งรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เข้าพวกกับใครเต็มร้อย จนต้องสร้างชื่อเรียกของตัวเองขึ้นมา

🟥วัยเด็กแบบอนาล็อก วัยรุ่นแบบดิจิทัล

สิ่งที่ทำให้ Zillennials มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือพวกเขาโตมาในช่วงที่โลกกำลังเปลี่ยนผ่านแบบสุด ๆ ทั้งด้านเทคโนโลยีและเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สำคัญ

Zillennials จะจำได้ถึงยุคที่ยังใช้อินเทอร์เน็ต Dial-up  วิดีโอเทป เครื่องเล่นวอล์กแมน และการนั่งรอโฆษณาทีวีจบก่อนจะได้ดูรายการต่อ แต่พอเข้าสู่วัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ตอนต้น พวกเขากลับได้เจอกับสมาร์ทโฟนและโซเชียลมีเดียเต็มรูปแบบไปพร้อมกัน นี่จึงเป็นเจนที่เกิดมามีวัยเด็กในยุคอนาล็อก แต่โตมามีวัยรุ่นเป็นยุคดิจิทัล แต่ก็ไม่ได้โตมากับ TikTok ตั้งแต่เด็ก Zillennials จะอยู่ตรงกลางพอดี ทำให้พวกเขาไม่ได้อินกับความทรงจำแบบมิลเลนเนียลร้อยเปอร์เซ็นต์ และก็ไม่ได้เข้าใจวัฒนธรรมเจน Z ทั้งหมดเช่นกัน

 

🟥วิธีคัดแยก Zillennials

-ใช้เหตุการณ์  9/11 คัดแยก

ปัจจัยหนึ่งที่ถูกใช้แบ่งแยก Zillennials ออกจากเจน Y และ Z ชัดเจน คือความทรงจำต่อเหตุการณ์ 9/11 มิลเลนเนียลรุ่นใหญ่จำเหตุการณ์นี้ได้อย่างเข้าใจครบถ้วน เจน Z บางคนยังไม่เกิดด้วยซ้ำ ส่วน Zillennials อยู่ในวัยเริ่มเข้าโรงเรียน จึงมีความทรงจำแบบเลือนราง ไม่ชัดเจนแต่ก็ไม่ได้ไม่รู้เรื่องเสียทีเดียว

-อุปกรณ์สื่อสารเครื่องแรกก็บอกเจนได้

ถ้ามิลเลนเนียลผูกพันกับโทรศัพท์แบบก้อนอิฐ และเจน Z เกิดมาพร้อม iPad ในมือ Zillennials ก็คือรุ่นที่ผ่านมือถือฝาพับ สไลด์ขึ้น ก่อนจะย้ายไปสู่ยุค BlackBerry ที่พิน BBM คือสกุลเงินทางสังคมของวัยรุ่นยุคนั้น

🟥คนที่ปรับตัวเก่งที่สุดในออฟฟิศ

ข้อดีของการเป็นคนกลางแบบนี้ คือ Zillennials มักมีความตระหนักรู้ถึงทั้งเจนก่อนหน้าและเจนหลังจากตัวเองมากกว่าคนกลุ่มอื่น

ในโลกการทำงานเอง Zillennials มักถูกมองว่ามีทักษะของสองเจนอยู่ในคนเดียว ปรับตัวเข้าได้ทั้งกับผู้ใหญ่และเด็กรุ่นใหม่ พร้อมรับบรีฟงานจากรุ่นพี่เจน Y แล้วนำไปอธิบายให้น้องเจน Z ฟังจนเข้าใจได้ราบรื่น แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการแบกรับความคาดหวังจากทั้งสองฝั่งไปพร้อมกัน จนบางคนเผลอหมดไฟแบบไม่รู้ตัว เพราะต้องเป็นสะพานเชื่อมสองโลกอยู่ตลอดเวลา

แต่ถ้ามองในแง่ดี นี่ก็คือทักษะพิเศษที่หาไม่ได้ในเจนอื่น คือได้ความอึดถึกทนจากรุ่นพี่เจน Y มาผสมกับความทันโลกและความมั่นใจในตัวเองแบบเจน Z จนกลายเป็นคนที่ปรับตัวเก่งที่สุดในทุกสถานการณ์

🟥ชอบ Work-life balance และ WFH

ด้านการทำงาน Zillennials ผสมผสานอุดมคติแบบมิลเลนเนียลเข้ากับความเป็นจริงแบบเจน Z จากผลสำรวจ Deloitte Global Millennial and Gen Z Survey ปี 2023 พบว่า 77% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งสองเจนให้ความสำคัญกับสมดุลชีวิตการทำงาน (Work-life balance) เป็นอันดับต้น ๆ และมองหางานที่มีความยืดหยุ่นหรือทำงานทางไกลได้

นอกจากนี้ ผลสำรวจของ LinkedIn ปี 2022 ยังพบว่า 71% ของคนหางานอายุ 18-34 ปี ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมองค์กรและค่านิยมของบริษัทมากกว่าเงินเดือนเสียอีก สะท้อนว่า Zillennials มองหาองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความหลากหลาย ความเท่าเทียม และสุขภาพจิตของพนักงานอย่างจริงจัง

🟥Zillennials  ในสายตาแบรนด์

ปัจจุบัน Zillennials กำลังเข้าสู่ช่วงวัยที่มีกำลังซื้อสูงที่สุดในชีวิต และเริ่มกลายเป็นกลุ่มผู้บริโภคหลักในตลาด จุดเด่นของคนกลุ่มนี้ในฐานะผู้บริโภคคือความเป็นลูกผสม พวกเขาโตมากับประสบการณ์ดิจิทัลยุคแรกแบบมิลเลนเนียล แต่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ท่ามกลางการเติบโตของโซเชียลมีเดียและมือถือแบบเจน Z ทำให้พฤติกรรมการซื้อผสมผสานไปด้วย

🟥เสพทั้ง Reels สั้น และพอดแคสต์ยาว

จากงานวิจัยของ Pew Research Center พบว่าผู้ใหญ่ในช่วงอายุ 18-29 ปี (ซึ่งรวม Zillennials อยู่ด้วย) ในสหรัฐฯ ใช้อินเทอร์เน็ตสูงถึง 98% และเข้าถึงผ่านสมาร์ทโฟนทุกวันถึง 89% แตกต่างจากเจน Z ตรงที่ Zillennials มักผสมผสานการเสพคอนเทนต์แบบยาว เช่น พอดแคสต์หรือวิดีโอ YouTube เข้ากับคอนเทนต์สั้นแบบที่เจน Z ชื่นชอบไปพร้อมกัน

ด้านพฤติกรรมการช้อปปิ้งก็เช่นกัน จากรายงานของ Shopify ปี 2023 พบว่า 63% ของผู้บริโภคอายุ 18-34 ปี ชื่นชอบการช้อปปิ้งแบบไฮบริด คือผสมทั้งความสะดวกของออนไลน์และประสบการณ์สัมผัสจริงจากหน้าร้าน ซึ่งตรงกับนิสัยของ Zillennials ที่แม้จะสันทัดเรื่องเทคโนโลยี แต่ก็ยังชอบไปเดินดูสินค้าแฟชั่นหรือความงามด้วยตัวเองอยู่

ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โซเชียลคอมเมิร์ซกำลังเติบโตอย่างมาก โดย eMarketer ระบุว่า 56% ของนักช้อปออนไลน์อายุ 18-34 ปีในภูมิภาคนี้เคยซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลอย่าง Instagram และ TikTok และการไลฟ์ขายของอย่าง Shopee Live ก็กลายเป็นช่องทางยอดนิยมที่ผสมทั้งความบันเทิงและการช้อปปิ้งเข้าด้วยกัน

🟥Zillennials ทั่วโลก ไม่เหมือนกันเป๊ะ

แม้จะมีจุดร่วมกันทั่วโลก แต่พฤติกรรมของ Zillennials ในแต่ละภูมิภาคก็มีเอกลักษณ์ต่างกันไป

ในสหรัฐฯ และอังกฤษ ผลสำรวจของ YouGov ปี 2023 พบว่า 68% ของ Zillennials ในสหรัฐฯ ชอบแบรนด์ที่มีค่านิยมตรงกับตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องความยั่งยืนและความยุติธรรมทางสังคม ส่วนในอังกฤษ 72% ของ Zillennials ยินดีจ่ายแพงขึ้นเพื่อสินค้าจากแบรนด์ที่มีจริยธรรม

ในญี่ปุ่น Zillennials ขับเคลื่อนเทรนด์การซื้อขายสินค้ามือสองผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Mercari ส่วนในสิงคโปร์ 78% ของ Zillennials สิงคโปร์นิยมใช้ธุรกรรมแบบไร้เงินสด และมักเข้าร่วมกิจกรรมไลฟ์ช้อปปิ้งผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Shopee และ Lazada

ในอินโดนีเซีย โซเชียลคอมเมิร์ซกำลังบูมสุด ๆ โดย 56% ของ Zillennials ซื้อของผ่าน TikTok และ Instagram เป็นประจำ ส่วนในฟิลิปปินส์ ผลสำรวจของ We Are Social ปี 2022 พบว่า 69% ของ Zillennials ชาวฟิลิปปินส์ติดตามอินฟลูเอนเซอร์บน Instagram และ TikTok และมักตัดสินใจซื้อของตามคำแนะนำจากอินฟลูเอนเซอร์เหล่านั้น ขณะที่ในเวียดนาม Statista รายงานว่า 60% ของ Zillennials เวียดนามเป็นเกมเมอร์ที่เล่นเกมมือถือเป็นประจำ

ท้ายที่สุดแล้ว ป้ายชื่อเจนเนอเรชันก็เป็นแค่เครื่องมือช่วยจัดหมวดหมู่ ไม่ใช่กรอบตายตัวที่บอกว่าใครควรเป็นแบบไหน คนทุกเจนต่างก็ต้องต่อสู้ดิ้นรนในแบบของตัวเอง และพวกเขากำลังพยายามรับมือกับโลกที่คนรุ่นก่อนสร้างไว้ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะสุดท้ายแล้ว ทุกเจนต่างก็กำลังช่วยกันสร้างอนาคตร่วมกันทั้งนั้น


อ้างอิง : fortune, Medium, Kadence, CNN, reflectdigital