David Jones ห้างสรรพสินค้าหรูในออสเตรเลียที่อยู่มา 188 ปี ล้มละลายและเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการแล้ว

โดยตามข้อมูลที่แจ้งให้พนักงานทั้งบริษัทซึ่งต่อมาไปปรากฏตามสื่อระบุว่า บอร์ดบริหารได้แต่งตั้งผู้บริหารจัดการทรัพย์สินจาก แมกแกรทนิโคล ก่อนที่เจ้าหนี้รายใหญ่จะแต่งตั้งบริษัทที่ปรึกษา เอฟทีไอ เข้ามารับหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์ทรัพย์ทันที
ทั้งสองบริษัทจะทำงานร่วมกัน โดยแมกแกรทนิโคลจะเร่งหาผู้ซื้อรายใหม่หรือหาเงินทุนก้อนใหม่เข้ามาฉีดสภาพคล่อง ขณะที่เอฟทีไอ จะเข้ามาดูแลการดำเนินงานประจำวัน
คริสโตเฟอร์ ฮิลล์ ผู้บริหารของ เอฟทีไอ กล่าวว่าจะบริหารจัดการเดวิด โจนส์อย่างระมัดระวัง โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ก็ต้องยอมรับว่าจำเป็นต้องมีการตัดสินใจที่ยากลำบากเกิดขึ้น
แม้เอฟทีไอไม่ได้ระบุว่าการตัดสินใจที่ยากลำบากคืออะไร แต่มีการคาดกันว่า จากนี้คงมีการปิดสาขาของเดวิด โจนส์ หลายแห่ง
เรื่องนี้สร้างกำลังความกังวลให้พนักงานทั้ง 6,000 คนของห้างเก่าแก่แห่งนี้ ซึ่งกระจายอยู่ตามสาขาทั้ง 38 แห่งทั่วออสเตรเลียอย่างมากว่า ตนอาจเป็นหนึ่งในคนที่ต้องตกงาน
วิกฤตของ เดวิด โจนส์ ที่เป็นข่าวใหญ่ระดับประเทศของออสเตรเลียครั้งนี้มาจากหลายสาเหตุ โดยสาเหตุแรกคือ หลายปีมานี้พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนไป
เพราะต่างก็หันไปช้อปออนไลน์ผ่านสมาร์ตโฟนกันมากขึ้น จนทำให้เข้าไป “เดินห้าง” กันน้อยลง

สาเหตุต่อมาคือ ค่าเช่าที่และราคาที่ดินที่เพิ่ม สวนทางยอดขายและตัวเลขกำไรที่ลดลง โดยมีกำลังซื้อที่ลดลงตามสภาพเศรษฐกิจ ซึ่งสินค้าหรูกระทบมากสุดเป็นสาเหตุถัดมา
ขณะที่ปัญหาหนี้ท่วมก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง โดยมีความเชื่อมั่นของซัพพลายเออร์ที่ลดลงหลังสินค้าขายไม่ออก เป็นสาเหตุสุดท้าย
สำหรับ เดวิด โจนส์ ก่อตั้งเมื่อปี 1838 โดย เดวิด โจนส์ นักธุรกิจชาวเวลส์ที่อพยพเข้ามาในออสเตรเลีย
จากนั้น เดวิด โจนส์ ก็เดินหน้าขยายสาขาและขึ้นมาเป็นห้างดังของออสเตรเลีย โดยความโด่งดังดังกล่าวทำให้ในปี 1954 สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ของอังกฤษยังต้องเสด็จไปเยือน ระหว่างเสด็จมาออสเตรเลีย
ด้วยยอดขายที่เพิ่มขึ้น ทำให้ในปี 1974 เดวิด โจนส์ ข้ามไปซื้อห้างสรรพสินค้าบัฟฟัมส์ในสหรัฐฯ
พอช่วงรอยต่อระหว่างยุค 70 ถึง 80 ก็เพิ่มทั้งแบรนด์และจำนวนสินค้าหรูตามสาขาต่างๆ ให้มากขึ้น เพื่อยกระดับแบรนด์ซึ่งกระแสตอบรับก็ดีมาก จนนำมาสู่การทำไอพีโอเข้าตลาดหลักทรัพย์ออสเตรเลียในปี 1995
จากนั้น เดวิด โจนส์ ก็ผูกพันกับชีวิตชาวออสเตรเลียแบบรุ่นต่อรุ่น ทั้งในเรื่องการไปเที่ยวห้างเพื่อชมสินค้าหรูหรา เป็นแหล่งพบปะของมหาเศรษฐีและไฮโซ
และไปดูการประดับไฟ รวมไปถึงตกแต่งตู้โชว์ต่างๆ เป็นพิเศษในช่วงเทศกาลคริสต์มาสต่อเนื่องไปถึงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
ทว่า เดวิด โจนส์ ก็มีปัญหาในการดำเนินธุรกิจ จนในปี 2014 ถูก วูลเวิร์ธ กลุ่มทุนค้าปลีกของแอฟริกาใต้มาซื้อกิจการไปผ่านดีลมูลค่า 1,400 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 46,700 ล้านบาท)
เดวิด โจนส์ กลับมาเป็นของออสเตรเลียในปี 2023 หลัง วูลเวิร์ธ ขาย เดวิด โจนส์ ต่อให้ กลุ่มทุน แอนเคอเรจ
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของ เดวิด โจนส์ ก็ดีขึ้นเพียงเล็กน้อย ท่ามกลางปัญหาต่างๆ ที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ จนนำมาสู่การล้มละลาย และต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ ในปีที่ 188 ของการทำธุรกิจ / bbc, theguardian
