แรงกระเพื่อมในการผลักดันรถพลังงานไฟฟ้า EV ของรัฐบาล น่าจะทำให้ผู้นำตลาดอย่าง Toyota คิดหนักอยู่ไม่ใช่น้อย เพราะอย่าลืมว่าที่ผ่านมา Toyota คือ First Move นำเสนอเทคโนโลยี Hybrid ให้คนไทยได้รู้จักผ่านรถรุ่น Camry และ Prius จนไปถึงแผนในอนาคตข้างหน้าก็เตรียมที่จะนำเสนอรถคันใหม่ๆ ที่ใช้เทคโนโลยี Hybrid และอัพเกรดไปสู่ Plug – in Hybrid ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง

 

Project รถพลังงานไฟฟ้าจึงเปรียบเสมือนสัญญาณ “ไฟแดง” บนถนนการตลาดให้ Toyota ต้องหยุดคิดเพื่อตัดสินใจว่า ต่อจากนี้ไปในอนาคตอันใกล้ต้องสลัดทิ้งเทคโนโลยี Hybrid ที่ตัวเองภูมิใจหนักหนาไปสู่การเป็นผู้ผลิตรถพลังงานไฟฟ้า EV แล้วหรือยัง?

 

“ในอเมริกาและญี่ปุ่น Toyota เองก็ผลิตรถพลังงานไฟฟ้าขาย ซึ่งรัฐบาลใน 2 ประเทศนี้ก็สนับสนุนอย่างดี แต่สุดท้ายลูกค้าก็ยังตัดสินใจเลือกซื้อรถระบบ Hybrid มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด เหตุผลเพราะสถานีชาร์จไฟยังไม่เพียงพอ” เคียวอิจิ ทานาดะ เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด บอกถึงสถานการณ์รถพลังงานไฟฟ้า EV ของ Toyota ในต่างประเทศ

 

Toyota ถอดรหัส 4 ความท้าท้ายยุค EV

 

ถือเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่าเวลานี้ผู้นำตลาดอย่าง Toyota ยังมั่นใจที่จะมุ่งสู่ถนน Hybrid อย่างเต็มตัว ขณะเดียวกันก็ยังส่งเสียงทางความคิด ให้ภาครัฐงัดสารพัดนโยบายทั้งลดภาษีการนำเข้าชิ้นส่วนในการผลิตและนโยบายส่งเสริมอื่นๆ เป้าหมายเพื่อให้รถยนต์ Hybrid กลายเป็น Mass Car มีราคาเข้าถึงได้ง่าย

 

แต่…ถ้าจะบอกว่า Toyota หมางเมินในการที่จะให้ถนนเมืองไทย เปลี่ยนจากรถเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ใช้ “น้ำมัน” ขับเคลื่อน มาสู่รถพลังงานไฟฟ้า EV ก็คงไม่ถูกสักทีเดียว

 

เพียงแต่ก่อนไปถึงจุดนั้น Toyota ต้องการให้ภาครัฐ Insight พร้อมกับวิเคราะห์หาเหตุผลว่าทำไมประเทศที่พัฒนาแล้วอย่าง อเมริกา,ญี่ปุ่น รถพลังงานไฟฟ้า EV ยังไม่ใช่ตัวเลือกแรกในการเลือกซื้อรถ

 

“การพัฒนารถไฟฟ้า EV ควรจะค่อยเป็นค่อยไปไม่ใช่เร่งรีบ โดยรถพลังงานไฟฟ้า EV จะได้รับความนิยมแพร่หลายหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับหลายองค์ประกอบ

 

  1. 1. ค่ายรถยนต์ต้องสามารถพัฒนาแบตเตอรี่ให้มีน้ำหนักเบาแถมยังต้องมีคุณภาพสูงสุด

 

2.การชาร์จไฟแต่ละครั้งรวดเร็วมากแค่ไหน และการชาร์จไฟเต็มแบตเตอรี่รถสามารถวิ่งไปได้ไกลแค่ขนาดไหน

 

  1. 3. สถานีชาร์จไฟต้องมีการกระจายให้ครอบคลุมทั่วประเทศเหมือนปั้มน้ำมันในยุคนี้

 

  1. 4. ระบบะไฟฟ้าภายในประเทศไทยเพียงพอต่อการชาร์จไฟให้แก่แบตเตอรี่รถทุกคันที่จะวิ่งบนถนนในอนาคตได้หรือไม่”

 

อยากให้ Hybrid เป็น Mass Car

ถ้า Toyota “ฟันธง” ว่าเวลานี้ยังไม่ใช่เวลาของรถพลังงานไฟฟ้า EV แต่คือเทคโนโลยี Hybrid จนอัพเกรดไปถึง Plug – in Hybrid ต่างหากที่คือ “ตัวจริง” เพราะฉะนั้นภาครัฐควรจะต้องสนับสนุนทุกวิธีทางให้จากเดิมที่รถ Hybrid มีราคาขายล้านบาทอัพอยู่ในกลุ่ม D Segment ให้กลายเป็น Mass Car มีราคาขายเริ่มต้น 5 – 7 แสนบาท เป็นรถ Hybrid เครื่องยนต์ขนาดเล็ก

 

“หากสนับสนุนให้รถ Hybrid มีราคาเข้าถึงง่ายจนกลายเป็นรถที่ได้รับความนิยมในท้องตลาด ระหว่างนั้นค่ายรถก็ค่อยๆ ศึกษาพัฒนาในเรื่องแบตเตอรี่และความพร้อมในการผลิตรถไฟฟ้า EV ส่วนทางรัฐบาลก็ค่อยๆพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างเช่นพลังงานไฟฟ้าให้เพียงพอต่อการใช้งานทั้งประเทศ”

 

สรุปให้ชัดเจนตรงประเด็นคือ Toyota มองว่าก่อนที่ประเทศไทยจะก้าวไปสู่ยุครถพลังงานไฟฟ้าวิ่งกันเกลื่อนถนน ควรจะมีเทคโนโลยีรถ Hybrid เป็นรถที่วิ่งมาสอดแทรกขั้นกลางก่อนไปถึงการเปลี่ยนคันมาเป็นรถพลังงานไฟฟ้าสมบรูณ์แบบ

 

เพียงแต่ ณ เวลานี้สิ่งที่ทำให้ Toyota คิดหนักมากกว่ารถพลังงานไฟฟ้า EV นั้นคือสภาวะตลาดรถยนต์ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

 

ถนนครึ่งปีแรกของ Toyota ที่เต็มไปด้วยปัญหา

 

โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ตลาดรถยนต์ยังอยู่ในสภาวะตกต่ำต่อเนื่องอย่างไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นตัวซึ่งแน่นอนย่อมทำให้ภาพรวมยอดขายของ Toyota ได้รับผลกระทบอย่างหนักหน่วง

 

ตรงนี้เองที่ทำให้ครึ่งปีแรกยอดขายรถยนต์ของ Toyota อยู่ที่ 109,078 คันติดลบถึง 11.4% ไม่ใช่แค่นั้น แต่ Toyota ยังเพลี่ยงพล้ำเสียแชมป์ยอดขายในกลุ่มรถที่นั่งให้แก่คู่แข่งตลาดกาลอย่าง Honda ที่มียอดขายครึ่งปีแรกอยู่ที่ 38,705 คัน

 

“ครึ่งปีแรก Toyota มียอดขายในกลุ่มรถที่นั่งอยู่ที่ 35,700 คัน ลดลงถึง 33% หากเทียบกับครึ่งปีที่แล้ว เหตุผลมาจากในช่วง 4 เดือนแรกของปีเราหยุดผลิตรถรุ่น Vios ซึ่งตรงนี้ทำให้ยอดขายหายไปมากพอสมควร แต่เมื่อครึ่งปีหลังเรากลับมาผลิต Vios เหมือนเดิม เชื่อว่าเมื่อถึงสิ้นปี Toyota จะเป็นแบรนด์ที่มียอดขายรถที่นั่งเป็นอันดับหนึ่ง”

 

ขณะที่ตลาดส่งออก Toyota เองก็ได้รับผลกระทบไม่ใช่น้อย เหตุผลคือกลุ่มประเทศตะวันออกกลางซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งตลาดหลักในการส่งออกได้รับ Effect จากราคาน้ำมันตกต่ำจากในอดีต 2 -3 ปีที่แล้วอยู่ที่ 100 กว่าเหรียญ/ บาเรลแต่ปัจจุบันคือ 40 เหรียญ/บาเรล ซึ่งแน่นอนย่อมทำให้ “พลังซื้อ” ของกลุ่มประเทศตะวันออกกลางลดลง นำมาซึ่งยอดสั่งออเดอร์ในการนำเข้ารถยนต์ Toyota ลดลงต่อเนื่อง

 

และเมื่อตลาดในประเทศตกต่ำ ตลาดส่งออกไม่สดใส จึงเป็นที่มาให้ Toyota ให้พนักงานในกลุ่มลูกจ้างเหมาค่าแรงสมัครใจลาออกภายใต้โครงการ “จากกันด้วยใจ” โดยมีพนักงานจำนวน 900 คนที่ตัดสินใจลาออก

 

“กำลังการผลิตเต็มที่ของ Toyota อยู่ที่ 870,000 คัน/ปี ซึ่งต้องบอกว่าตอนนี้การผลิตรถเราน้อยลงแต่ยังไม่เท่ากับวิกฤติต้มยำกุ้งในปี 40 คำถามต่อมาคือเราจะปรับลดจำนวนพนักงานอีกรอบไหม คือถ้าสถานการณ์ไม่เลวร้ายไปกว่านี้ ก็คงไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน”

 

โดยจากการพยากรณ์ของ Toyota ระบุว่าอุตสหกรรมรถยนต์เมืองไทยในปีนี้จะมีมูลค่าประมาณ 740,000 คัน จากนั้นในปีหน้าจะเริ่มเปลี่ยนจากสถานะติดลบมาสู่อัตราการเติบโตของตลาดรถยนต์ในเมืองไทยครั้งแรกในรอบ 5 ปี

 

ครึ่งปีแรก “รถที่นั่ง” ใส่เกียร์ถอย

“รถกระบะ” ติดสปีด

ยอดขายรวมตลาดรถยนต์ในครึ่งปีแรกอยู่ที่ 367,481 คัน ติดลบ 0.4% หากเทียบกับปีที่แล้ว

 

รถยนต์นั่ง 128,310 คัน ลดลง 12.6% โดยรถยนต์นั่งมีหลาย Segment แต่มีเพียง Segment เดียวคือ SUV ที่เติบโต
รถเพื่อการพาณิชย์ 239,171 คัน (รวมรถกระบะ) เติบโต 7.6% เหตุผลมาจากค่ายรถกระบะแข่งขันกันในเรื่องราคาและโปรโมชั่นรุนแรง

ที่มา : บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด

ถึงครึ่งทาง Toyota เสียแชมป์ทั้ง 2 Segment

ในครึ่งปีแรกต้องบอกว่าแม้ภาพรวม Toyota จะยังเป็นแชมป์ยอดขายรถยนต์ในเมืองไทยแต่ต้องบอกว่าใน Segment รถยนต์ที่นั่งกับตลาดรถกระบะ Toyota กลับพลาดท่าเสียแชมป์ยอดขายให้แก่คู่แข่งในครึ่งปีแรก ถึงอย่างไรก็ตาม Big Boss ของ Toyota อย่าง เคียวอิจิ ทานาดะ บอกว่าในครึ่งปีหลังจะเร่ง Speed ขับเคลื่อนยอดขายกลับมาอยู่ในตำแหน่ง No 1 Brand ทั้ง 2 Segment นี้ให้ได้

รถยนต์ที่นั่ง ครึ่งปีแรก 2016 มียอดขายรวม 128,310 คัน ลดลง 12.6%

Honda ยอดขาย 38,705 คัน ส่วนแบ่งตลาด 30%
Toyota ยอดขาย 35,700 คัน ส่วนแบ่งตลาด 27.8%
Mazda ยอดขาย 13,500 คัน ส่วนแบ่งตลาด 10.5%

รถกระบะ Pure Pick up ครึ่งปีแรก 2016 มียอดขายรวม 160,419 คัน ลดลง 2.7%

isuzu ยอดขาย 61,946 คัน ส่วนแบ่งตลาด 38.6%
Toyota ยอดขาย 54,864 คัน ส่วนแบ่งตลาด 34.2%
Ford ยอดขาย 13,410 คัน ส่วนแบ่งตลาด 8.4%

ที่มา : Toyota

magazine-cover-footer-199b


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer