หากมองภาพรวมของอุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวในไทยปี 2025 ที่มีมูลค่าราว 50,000 ล้านบาท จะพบว่าตลาดมีโครงสร้างที่หลากหลาย โดยมี ‘มันฝรั่งทอดกรอบ’ เป็นเซกเมนต์อันดับหนึ่งที่ครองสัดส่วนใหญ่ที่สุดและเป็นตัวขับเคลื่อนหลักด้วยมูลค่า 17,343 ล้านบาท หรือราว 35% 

ตลาดมันฝรั่งทอดกรอบนี้ยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าจะเติบโตสู่ 18,000 ล้านบาทในปี 2026 จาก 17,343 ล้านบาทในปี 2025

หากเจาะลึกลงไปในเซกเมนต์ที่ขับเคี่ยวกันด้วยแพ็กเกจจิงอย่างมันฝรั่งทอดกรอบทรงกระบอก พบว่ามีมูลค่ารวมอยู่ที่ราว 3,600 ล้านบาท หรือราว 20% ของตลาดรวม 

ขณะที่อีก 80% ยังคงเป็นของมันฝรั่งทอดกรอบแบบซองที่เข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มแมสได้ง่ายกว่า แต่บรรจุภัณฑ์ทรงกระบอกก็กำลังเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยผลักดันตลาดรวม

ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโต คือการทำการตลาดที่หันมาแข่งขันกันในสนาม Functional Benefit อย่างนวัตกรรมแพ็กเกจจิงและรสชาติ ควบคู่ไปกับการมอบ Emotional Benefit เพื่อสร้างความสนุกและดึงดูดพลังแฟนคลับ

ซึ่งในสมรภูมิมันฝรั่งทอดกรอบทรงกระบอก ขับเคลื่อนโดยสองแบรนด์ระดับโลกอย่าง ‘พริงเกิลส์’ (Pringles) แบรนด์ผู้บุกเบิกตลาดที่มี ‘มาร์ส’ (Mars) เป็นหัวเรือใหญ่ และ ‘เลย์ สแตคส์’ (Lay’s Stax) ภายใต้เครือเป๊ปซี่โค (PepsiCo) สองแบรนด์ที่มีภาพจำโดดเด่นและครองพื้นที่บนชั้นวางขนมขบเคี้ยวมายาวนาน

เพราะมันฝรั่งทอดกรอบทรงกระบอกเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ความสะดวกสบาย และมีนวัตกรรมรูปทรงที่แตกต่างจากแบบซองทั่วไป การสร้างความคุ้นเคยของแบรนด์ให้แข็งแกร่งและเข้าถึงผู้บริโภคได้รวดเร็วที่สุดจึงเป็นกลยุทธ์ชี้วัดความสำเร็จ

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เลย์ สแตคส์ และ พริงเกิลส์ ต่างขับเคี่ยวกันแบบหมัดต่อหมัดบนชั้นวางสินค้า ทั้งในเรื่องของความหลากหลายของรสชาติ การรักษาฐานแฟนคลับเดิม และการดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ เพื่อแย่งชิงเม็ดเงินในตลาดมันฝรั่งทอดกรอบที่ขยายตัวต่อเนื่อง

Pringles / Lay’s Stax เกมพลิกตลาดมันฝรั่งทรงกระบอก 3,600 ล้าน 

ในวันที่มิสเตอร์พีเปิดโรงงานไทย

Lay’s Stax (เลย์ สแตคส์) แบรนด์ Pringles (พริงเกิลส์)
สหรัฐอเมริกา ประเทศต้นกำเนิด สหรัฐอเมริกา
ปี ค.ศ. 2003 ปีที่เริ่มต้นแบรนด์ ปี ค.ศ. 1968
เป๊ปซี่โคต้องการขยายฐานลูกค้าจากมันฝรั่งแผ่นเรียบแบบซอง จึงคิดค้นนวัตกรรมมันฝรั่งขึ้นรูปในกระป๋องเพื่ออุดช่องโหว่และท้าชนแบรนด์เจ้าตลาดเดิม จุดเริ่มต้น P&G ต้องการแก้ปัญหามันฝรั่งทอดกรอบแบบถุงที่มักแตกหักและอมน้ำมัน จึงให้นักเคมีออกแบบแผ่นมันฝรั่งรูปทรงอานม้าเรียงซ้อนกันในกระป๋องทรงกระบอก
บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด บริษัทผู้จัดจำหน่ายในไทย เดิมเป็นสินค้านำเข้า ปัจจุบันผลิตในไทยและอยู่ภายใต้เครือ Mars
กระป๋องพลาสติกพร้อมฝาปิด มีถาดพลาสติกใสรองด้านในเพื่อให้เลื่อนหยิบรับประทานได้ง่าย บรรจุภัณฑ์ กระป๋องกระดาษทรงกระบอกยาว พร้อมฝาพลาสติกใสและฝาฟอยล์ปิดผนึก
โทนสีแดง-เหลือง โลโก้เลย์ที่คุ้นตา ภาพจำ โลโก้ ‘Mr. P’ (Julius Pringles) คาแรกเตอร์ชายมีหนวดใส่หูกระต่าย
รสดั้งเดิม, รสซาวครีมและหัวหอม, รสสไปซี่ล็อบสเตอร์ สินค้าเรือธง รสดั้งเดิม, รสซาวครีมและหัวหอม, รสชีสซี่ชีส
ที่มา: Marketeer รวบรวม / กันยายน 2026

ช่วงเข้ามาบุกเบิกตลาดมันฝรั่งทอดกรอบทรงกระบอก พริงเกิลส์ ถือเป็นผู้เล่นระดับโลกที่เข้ามาสร้างมาตรฐานและภาพจำให้กับผู้บริโภคชาวไทยอย่างชัดเจน ด้วยจุดขายด้านนวัตกรรมแผ่นมันฝรั่งโค้งทรงอานม้า และพลังความคุ้นเคยจากมาสคอต “ชาวหนวด” ประจำกระป๋อง รวมไปถึงการขยันสร้างสีสันด้วยกลยุทธ์ Collaboration ข้ามสายพันธุ์ เช่น การจับมือกับเถ้าแก่น้อย เพื่อสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดขนมขบเคี้ยว

ทางด้าน เลย์ เมื่อเล็งเห็นโอกาสในเซกเมนต์นี้ จึงเลือกใช้กลยุทธ์ความได้เปรียบจากการเป็นแบรนด์มันฝรั่งทอดกรอบแบบซองในดวงใจที่คนไทยคุ้นเคย 

ส่ง เลย์ สแตคส์ เข้ามาบุกตลาดอย่างดุเดือด โดยอาศัยฟันเฟืองสำคัญคือระบบการผลิตและจัดจำหน่ายในประเทศที่แข็งแกร่งของบริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด ทำให้สามารถปูพรมกระจายสินค้าเข้าไปยึดพื้นที่ในใจผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว

โดยสมรภูมิการแข่งขันมันฝรั่งทอดกรอบทรงกระบอกมีความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ เมื่ออาณาจักร ‘มาร์ส’ (Mars) ธุรกิจครอบครัวสัญชาติอเมริกันที่มีประวัติยาวนานกว่า 115 ปี เจ้าของช็อกโกแลตเคลือบน้ำตาลหลากสีแบรนด์ ‘เอ็มแอนด์เอ็มส์’ (M&M’s) ได้ตัดสินใจรุกคืบอุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวด้วยการเปิดโต๊ะเจรจาเข้าซื้อกิจการ Kellanova บริษัทแม่ของพริงเกิลส์ในช่วงปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีความท้าทายใหม่ที่ เลย์ สแตคส์ และ พริงเกิลส์ กำลังเผชิญ เนื่องจากภาพรวมอุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยวมูลค่า 50,000 ล้านบาท มีการแข่งขันที่สูงขึ้นจากบรรดาขนมขบเคี้ยวทางเลือกอื่น ๆ 

การจะผลักดันแบรนด์ให้โตต่อเนื่องจึงต้องอาศัยกลยุทธ์ที่ลึกซึ้งกว่าแค่รสชาติอร่อย แต่ต้องครอบคลุมถึงกระบวนการผลิตและการกระจายสินค้าในระดับภูมิภาค

เพื่อเป็นการพลิกเกมและตอกย้ำความแข็งแกร่ง มาร์ส จึงได้ทุ่มงบลงทุนกว่า 7,000 ล้านบาท ขยายกำลังการผลิตของโรงงานพริงเกิลส์ในประเทศไทยที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งปัจจุบัน 50% ของงบประมาณด้านการจัดซื้อจัดจ้างของโรงงานมาจากซัพพลายเออร์ภายในประเทศ และสร้างงานโดยตรงมากกว่า 170 ตำแหน่งในช่วงเริ่มต้นดำเนินงานในปี 2568 โดยการลงทุนของ Kellanova ก่อนที่ มาร์ส จะปิดดีลการเข้าซื้อ Kellanova อย่างสมบูรณ์ในวันที่ 11 ธันวาคม 2568 ทำให้ พริงเกิลส์ รวมถึงโรงงานแห่งนี้เข้ามาอยู่ภายใต้ธุรกิจของ Mars โดยอัตโนมัติ

การขยายกำลังการผลิตครั้งสำคัญนี้ ไม่เพียงช่วยให้กลุ่มธุรกิจของมาร์สมีความคล่องตัวในการดำเนินงานและสามารถผลิตสินค้าป้อนตลาดในประเทศได้อย่างเต็มที่เท่านั้น แต่ยังเป็นการผลักดันประเทศไทยให้กลายเป็นฐานการส่งออกหลักสู่ตลาดเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกาโดยตรง จากเดิมที่ส่งออกไปยังอินเดีย ฮ่องกง และไต้หวันอยู่ด้วยก่อนแล้ว

ในขณะเดียวกัน ก็มีแบรนด์ไทยอย่าง ‘เทสโต’ (Tasto) ภายใต้เครือเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) ที่ไม่ยอมปล่อยผ่านเค้กตลาดมันฝรั่งทอดกรอบทรงกระบอก โดยมีซับแบรนด์ ‘เทสโต ซิกเนเจอร์’ (Tasto Signature) กระโดดลงมาร่วมวงแข่งขันด้วยการชูความพรีเมียม มุ่งสู่กลุ่มรสชาติฟิวชันที่แปลกใหม่และเป็นกระแส เช่น รสสเต็กแซลมอนย่าง หรือ รสไข่เค็ม เพื่อสร้างความแตกต่างอย่างชัดเจน

อีกจุดแข็งสำคัญของเทสโต คือการยึดครองพื้นที่ขายผ่านการใช้ประโยชน์จากการทำงานร่วมกันในเครือ BJC อย่างห้างบิ๊กซี (Big C) ทั่วประเทศ ด้วยการทำโปรโมชันที่เข้าถึงได้ง่าย และยังมีการปรับพอร์ตสินค้ากลุ่มแผ่นหยักและแผ่นเรียบให้ตอบโจทย์ทุกความชอบอยู่เสมอ

สะท้อนให้เห็นว่านับจากนี้ ศึกชิงพื้นที่มันฝรั่งทอดกรอบทรงกระบอกระหว่าง เลย์ สแตคส์ และ พริงเกิลส์ รวมถึงเทสโต ซิกเนเจอร์ จะมีเสถียรภาพและแข่งขันกันอย่างดุเดือดน่าจับตามองยิ่งกว่าที่เคย