จากเยลลี่บุกถึงหมึกกรุบ ดันรายได้เกือบ 2 พันล้าน ส่ง Injoy มันฝรั่งอบ ลุ้นฮิตตัวที่ 3
“การสร้างขนมให้กลายเป็นกระแสไวรัลว่ายากแล้ว แต่การเปลี่ยนกระแสนั้นให้กลายเป็นธุรกิจรายได้พันล้านยิ่งยากกว่า”
บริษัท ซันซุโซลูชั่น จำกัด เจ้าของเยลลี่บุก SUNSU และ “หมึกกรุบ” เป็นหนึ่งในธุรกิจขนมไทยที่ทำได้สำเร็จ หลังสร้างรายได้ปี 2568 สูงถึง 1,954 ล้านบาท เติบโตถึง 471% จากปีก่อนหน้า
ล่าสุด บริษัทกำลังทดสอบความสำเร็จอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว Injoy มันฝรั่งอบ ราคา 35 บาท มีให้เลือก 2 รสชาติ ได้แก่ Garlic Bread และ Nori Seaweed
ทำไมการเปิดตัวขนมถุงใหม่ครั้งนี้จึงน่าสนใจ
เพราะที่ผ่านมา SUNSU สร้างการเติบโตจากสินค้าหลักเพียง 2 แบรนด์ที่มีจุดขายแตกต่างจากขนมทั่วไป แต่ Injoy กำลังพาบริษัทเข้าสู่ตลาดมันฝรั่งที่มีแบรนด์ใหญ่ครองตลาดอยู่แล้ว
เป็นบททดสอบครั้งสำคัญอีกครั้งว่า SUNSU จะสามารถสร้างสินค้าฮิตตัวที่ 3 เพื่อต่อยอดการเติบโตได้อีกหรือไม่
จากยูทูบเบอร์ สู่เจ้าของธุรกิจขนมพันล้าน
เบื้องหลัง SUNSU คือ ซารต์ – ปัทมพร ปรีชาวุฒิเดช เเละ กานต์ – อรรถกร รัตนารมย์ สองครีเอเตอร์จากช่อง YouTube Bearhug ที่ผันตัวมาทำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ปรีชาวุฒิเดช
ทั้งคู่ก่อตั้งบริษัท ซันซุโซลูชั่น ในปี 2560 เริ่มต้นด้วยธุรกิจชานมกระป๋อง SUNSU แต่ต้องเผชิญบทเรียนราคาแพง เมื่อขาดทุนประมาณ 17 ล้านบาทจากปัญหาการบริหารธุรกิจและต้นทุน จนต้องยุติการทำตลาด
ความล้มเหลวครั้งนั้นนำไปสู่การเปลี่ยนทิศทางธุรกิจ หันมาพัฒนาเยลลี่บุก SUNSU ที่ตอบโจทย์คนชอบกินขนมแต่กังวลเรื่องพลังงาน โดยใช้ร้านสะดวกซื้อเป็นช่องทางจำหน่ายสำคัญ
ก่อนจะมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในเดือนพฤษภาคม 2567 เมื่อบริษัทเปิดตัว “หมึกกรุบ” ขนมบุกปรุงรสหม่าล่าที่มีเนื้อสัมผัสคล้ายปลาหมึก
สินค้านี้มีจุดเริ่มต้นจากการนำขนมบุกของจีนมาพัฒนารสชาติใหม่ ลดความมันและความเค็มให้ถูกปากคนไทย ใช้เวลาปรับสูตรนานกว่าหนึ่งปี ก่อนวางจำหน่ายและกลายเป็นไวรัลบน TikTok
โดยบริษัทเปิดเผยว่า เพียง 2 สัปดาห์แรกหลังวางจำหน่าย สามารถทำยอดขายได้เกือบ 2 ล้านชิ้น ก่อนกลายเป็นหนึ่งในสินค้าสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของ SUNSU
หากย้อนดูผลประกอบการ จะเห็นพัฒนาการของธุรกิจได้ชัดเจน
ปี 2564 รายได้ 129 ล้านบาท กำไรสุทธิ 18.8 ล้านบาท
ปี 2565 รายได้ 196 ล้านบาท กำไรสุทธิ 22 ล้านบาท
ปี 2566 รายได้ 237 ล้านบาท กำไรสุทธิ 14 ล้านบาท
ปี 2567 รายได้ 342 ล้านบาท กำไรสุทธิ 75 ล้านบาท
ปี 2568 รายได้ 1,954 ล้านบาท กำไรสุทธิ 378 ล้านบาท
แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้การเติบโตของรายได้ คือกำไรสุทธิ 378 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกับบริษัทขนมรายใหญ่ของไทยในปีเดียวกัน
เมื่อเทียบกับเถ้าแก่น้อยที่มีรายได้ 5,350 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 409 ล้านบาท จะเห็นว่าแม้ SUNSU มีรายได้เพียงประมาณหนึ่งในสาม แต่กลับทำกำไรได้เกือบเท่ากัน
ขณะที่บริษัท อาหารยอดคุณ จำกัด เจ้าของแบรนด์โปเต้ ปาปริก้า และคอนเน่ มีรายได้ 2,536 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 359 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่า SUNSU เล็กน้อย
อะไรคือ Key Success ของ SUNSU
ความสำเร็จของ SUNSU ไม่ได้มาจากการเป็นแบรนด์ของยูทูบเบอร์ที่มีผู้ติดตามจำนวนมากเพียงอย่างเดียว แต่มีปัจจัยสำคัญอยู่ที่การเลือกพัฒนาสินค้าที่มีความแตกต่าง และเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค
ทั้งเยลลี่บุกที่ตอบโจทย์คนอยากกินขนมพลังงานต่ำ และหมึกกรุบที่นำขนมบุกมาปรับรสชาติและเนื้อสัมผัสให้กลายเป็นขนมกินเล่นรูปแบบใหม่
อีกปัจจัยคือการใช้โซเชียลมีเดียสร้างกระแสผ่านรีวิวและการบอกต่อของผู้บริโภค ขณะที่ช่องทางร้านสะดวกซื้อช่วยให้คนที่เห็นสินค้าบนออนไลน์สามารถหาซื้อได้ง่าย เปลี่ยนความนิยมบนโซเชียลให้กลายเป็นยอดขายจริง
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของหมึกกรุบยังสะท้อนความเสี่ยงอีกด้านหนึ่ง เพราะธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วจากสินค้าฮิต ย่อมต้องเผชิญคำถามว่าจะรักษาการเติบโตได้อย่างไร เมื่อกระแสความนิยมเริ่มเปลี่ยนไป
สำหรับ Injoy ความท้าทายไม่ได้อยู่ที่การทำให้ผู้บริโภคอยากลองสินค้าใหม่เท่านั้น แต่ยังต้องแข่งขันกับแบรนด์ที่ผู้บริโภคคุ้นเคย ทั้งด้านราคา รสชาติ และช่องทางจำหน่าย
จึงน่าจับตาว่า SUNSU จะใช้กลยุทธ์อะไรสร้างความแตกต่างให้ Injoy และจะเปลี่ยนคนที่ซื้อเพราะอยากลอง ให้กลายเป็นลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำได้อย่างไร
เพราะโจทย์สำคัญครั้งนี้ไม่ใช่แค่การปั้นสินค้าฮิตตัวที่ 3 แต่คือการหากลยุทธ์ใหม่ที่จะทำให้ Injoy แข่งขันได้ในตลาดที่มีแบรนด์ใหญ่ครองตลาดอยู่แล้ว และกลายเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนการเติบโตของ SUNSU ในระยะยาว
