ตั้งแต่ไตรมาสแรกปี 2027 เป็นต้นไป เคเอฟซี (KFC) เชนฟาสต์ฟู้ดดังของสหรัฐฯ จะเลิกขายน้ำอัดลมของเป๊ปซี่ (Pepsi) ทุกสาขาในบ้านเกิด แล้วหันไปเสิร์ฟน้ำอัดลมจากค่ายคู่แข่งอย่าง โคคา-โคล่า (Coca-Cola หรือ โค้ก) แทน 

แคทเธอรีน แทน-กิลเลสพี ประธานเคเอฟซีในสหรัฐฯ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เป็นไปตามแคมเปญฟื้นฟูแบรนด์ภายใต้ชื่อ “เคนทักกี ฟรายด์ คัมแบ็ก” 

โดยหวังว่าเครื่องดื่มใหม่ ๆ จากโค้ก จะเป็นฐานสำคัญในการได้สร้างสิ่งใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์รสนิยมของลูกค้าที่เปลี่ยนไป และสร้างเหตุผลใหม่ ๆ ให้ลูกค้าตัดสินใจเข้ามาในร้าน 

ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ของเคเอฟซี ถือว่าเป็นข่าวใหญ่ในวงการฟาสต์ฟู้ดสหรัฐฯ เพราะหลังจากเป๊ปซี่เข้าซื้อกิจการของเคเอฟซี เมื่อปี 1986 เพื่อใช้เป็นหนึ่งในช่องทางเพิ่มยอดขายและโปรโมตเครื่องดื่ม  

เคเอฟซีทุกสาขาทั่วสหรัฐฯ ก็เสิร์ฟแต่เป๊ปซี่มาโดยตลอดราว 40 ปี แม้ก่อนหน้านั้น น้ำอัดลมที่กดขายเพื่อกินคู่กับไก่ทอด ซึ่งเป็นเมนูหลักของแบรนด์จะเป็นโค้ก 

จนเคเอฟซีถือเป็นคู่ค้าใหญ่ในกลุ่มฟาสต์ฟู้ดของโค้กในสหรัฐฯ รองจากแมคโดนัลด์สก็ตาม 

ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ยังมีอีกประเด็นน่าสนใจ เพราะมีขึ้นขณะที่ทางแบรนด์กำลังทำทุกทางเพื่อจูงใจลูกค้าเข้ามาในร้าน หลังเสียลูกค้าไปไม่น้อยให้กับคู่แข่งอย่าง ชิก-ฟิล-เอ และป๊อปอายส์ 

อย่างไรก็ตาม ทางเคเอฟซีย้ำว่า ในตลาดต่างประเทศที่ขายเป๊ปซี่ก็ยังคงขายต่อไป และความสัมพันธ์กับเป๊ปซี่ ซึ่งเป็นอดีตบริษัทแม่ก็ยังเป็นไปด้วยดี 

สำหรับศึกระหว่างโค้กกับเป๊ปซี่ ในการแย่งชิงพื้นที่ในร้านอาหารมีมาอย่างยาวนาน เพราะนอกจากจะเป็นช่องทางสร้างยอดขายมหาศาลแล้ว ยังเป็นโอกาสทองในการสร้างการรับรู้และภาพลักษณ์ของแบรนด์อีกด้วย 

โดยแม้การเปลี่ยนค่ายเครื่องดื่มของเชนร้านอาหารขนาดใหญ่จะไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เคยมีมาก่อน และเป็นไปอย่างดุเดือดเสียด้วย

เช่นย้อนไปในปี 2024 ที่เป๊ปซี่เคยแย่งสิทธิ์ขายเครื่องดื่มใน ซับเวย์ เชนร้านฟาสต์ฟู้ดที่มีสาขามากที่สุดในสหรัฐฯ มาจากโค้กได้สำเร็จ 

ทว่าโค้กก็โต้กลับ ด้วยการดึงลูกค้ากลุ่มเชนฟาสต์ฟู้ดจากเป๊ปซี่ไปได้หลายแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น คัลเวอส์, อาร์บีส์ และแพนด้า เอ็กซ์เพรส 

รวมไปถึงการทำให้เป๊ปซี่ต้องเจ็บปวดอย่างมากกับการที่ล่าสุด กระทั่งอดีตบริษัทลูกก็ย้ายค่ายไปเสิร์ฟโค้กแทน 

ทั้งนี้ เคเอฟซีก่อตั้งโดย ฮาร์แลนด์ แซนเดอร์ส ในปี 1930 โดยหลังจากเขาขายกิจการให้กลุ่มนักลงทุนที่นำโดยทนายความ จอห์น วาย. บราวน์ จูเนียร์ ในปี 1964 

จากนั้นเคเอฟซีก็เปลี่ยนเจ้าของอีก 2 ครั้ง โดยช่วงราวกว่า 20 ปีก่อนที่เป๊ปซี่จะซื้อกิจการของเคเอฟซี แบรนด์เครื่องดื่มที่ขายในเคเอฟซีคือโค้ก จนเคเอฟซีเป็นหนึ่งในคู่ค้าใหญ่ของโค้กในตลาดฟาสต์ฟู้ดสหรัฐฯ 

เป๊ปซี่ซื้อกิจการเคเอฟซีต่อจากบริษัทยาสูบ อาร์. เจ. เรย์โนลด์ส ในปี 1986 และเป๊ปซี่นี่เองที่เปลี่ยนชื่อเรียกเต็ม เคนทักกี ฟรายด์ ชิกเกน ให้เหลือแค่ตัวย่อเคเอฟซี และใช้มาจนถึงปัจจุบัน 

เคเอฟซี คือ 1 ใน 3 แบรนด์ฟาสต์ฟู้ดในปีกธุรกิจอาหารของเป๊ปซี่ร่วมกับ พิซซ่า ฮัท และ ทาโก้ เบลล์ ก่อนที่เป๊ปซี่จะแยกธุรกิจนี้ออกมา เป็นบริษัทใหม่ในชื่อ ทริคอน โกลบอล เรสเตอรองต์ส ในปี 1997 ที่ต่อมากลายเป็น ยัม! แบรนด์ส 

โดยแม้เป๊ปซี่กับเคเอฟซีจะมีความผูกพันกันในฐานะที่ฝ่ายหลังเคยเป็นบริษัทลูกใต้ชายคาฝ่ายแรกมาก่อน แต่เมื่อแยกตัวออกมาแล้ว เคเอฟซีจึงมีอิสระในการตัดสินใจ 

จนล่าสุดเปลี่ยนไปเสิร์ฟโค้กแทนเป๊ปซี่ทุกสาขาในสหรัฐฯ เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 40 ปี พร้อมรายงานว่า เคเอฟซีมีแผนจับมือกับโค้กคิดค้นน้ำอัดลมใหม่เพื่อขายเฉพาะในเคเอฟซีอีกด้วย / cnbc