ถ้าลองไล่ดูตารางคอนเสิร์ตศิลปินดังระดับโลกที่เข้ามาจัดในไทยช่วงนี้ จะพบว่ามีบริษัทหนึ่งอยู่เบื้องหลังเกือบทั้งหมด คือ Live Nation Tero

เช่น The Weekend ที่เพิ่งจบไปที่ราชมังฯ ต่อด้วยคนดังที่จะมาจัดช่วงปลายปีนี้ เช่น Zara Larsson และ BTS 

ไปจนถึงปีหน้าที่จะมี Bruno Mars, Maroon 5, Westlife และ Blue เข้ามาจัดแสดงในไทย

ทั้งหมดนี้มี Live Nation Tero อยู่เบื้องหลังเหมือนกัน เป็นบริษัทจัดคอนเสิร์ตศิลปินหลายกลุ่ม ตั้งแต่จากเกาหลี ศิลปินเดี่ยว ไปจนถึงบอยแบนด์รุ่นดึก

แล้วบริษัทนี้คือใคร และเข้ามาอยู่ในตลาดคอนเสิร์ตไทยได้อย่างไร?

เริ่มจากต้นทาง “Live Nation” หรือชื่อเต็มคือ Live Nation Entertainment เป็นบริษัทสัญชาติอเมริกัน ทำธุรกิจบันเทิงระดับโลก

แบ่งเป็นหลายธุรกิจ ทั้งการจัดคอนเสิร์ต การจำหน่ายบัตรผ่าน Ticketmaster และการตลาดกับสปอนเซอร์

ส่วนในไทย Live Nation เริ่มเข้ามาในปี พ.ศ. 2558 โดยจับมือกับ BEC-Tero Entertainment ผู้จัดรายใหญ่ของไทย ตั้งเป็นบริษัทร่วมทุนชื่อ “Live Nation BEC-Tero”

ในทางธุรกิจ ถือเป็นการจับคู่กันที่ลงตัว

ฝั่งหนึ่งคือผู้จัดระดับโลก ที่มีเครือข่ายและสายสัมพันธ์กับศิลปินดัง

อีกฝั่งคือผู้จัดในไทย ที่เชี่ยวชาญการทำตลาดและเข้าใจคนไทย อีกทั้งยังมีธุรกิจ Thaiticketmajor ระบบจัดจำหน่ายตั๋วอยู่ในเครือด้วย

จากนั้นในปี 2563 โครงสร้างฝั่งไทยก็เปลี่ยนไป

BEC World บริษัทแม่ที่เป็นเจ้าของช่อง 3 ขายหุ้นที่ถืออยู่ใน BEC-Tero ให้กับ “ไบรอัน มาร์คาร์” นักธุรกิจและผู้จัดรายการโทรทัศน์ชื่อดัง

ผลที่ตามมา คือ บริษัทฝั่งไทยตัดชื่อ BEC ออกไป เหลือเป็น Tero Entertainment

บริษัทร่วมทุนกับ Live Nation ก็เปลี่ยนชื่อตามเป็น “Live Nation Tero” มาจนถึงทุกวันนี้

แต่เรื่องไม่ได้จบแค่การร่วมทุน เพราะหลังจากนั้น Live Nation ก็รุกตลาดไทยหนักขึ้นเรื่อยๆ

ในปี 2565 Live Nation เข้าซื้อหุ้นใน Tero Concerts and Entertainment หรือ Tero C&E

ธุรกิจนี้ครอบคลุมการจัดทัวร์ศิลปินในประเทศ งานบันเทิงสำหรับครอบครัว นิทรรศการ มิวสิคัล และการบริหารศิลปิน

ในช่วงเวลาเดียวกัน Live Nation ยังส่ง Ticketmaster บริษัทในเครือ เข้าซื้อหุ้นใน Thaiticketmajor ผู้จัดจำหน่ายตั๋วรายใหญ่ของไทย

ทั้งนี้ Thaiticketmajor เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง Tero และเครือ Major 

โครงสร้างเดิม Tero ถือหุ้นประมาณ 60% และ Major ถือประมาณ 40%

Live Nation ซื้อหุ้นมาจากฝั่ง Major ประมาณ 20%

ปัจจุบัน Thaiticketmajor จึงมีผู้ถือหุ้นเป็น Tero 60% Major 20% และ Ticketmaster 20%

ถึงตรงนี้ เท่ากับว่า Live Nation เข้ามาอยู่ในสมการความบันเทิงของไทยครบแล้ว 

ตั้งแต่บทบาทเป็นผู้จัดคอนเสิร์ต อีเวนต์ความบันเทิง ไปจนถึงระบบการจัดจำหน่ายตั๋วเข้าชม

นอกจากตลาดไทย Live Nation ยังได้ขยายตลาดในเอเชียในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และมาเลเซีย

รูปแบบก็มีทั้งซื้อหุ้นในบริษัทผู้จัดท้องถิ่น ตั้งกิจการร่วม หรือจับมือเป็นพันธมิตรในรูปแบบต่างๆ

การสร้างเครือข่ายให้กว้างขวางและครอบคลุมจะช่วยให้ Live Nation มีอำนาจต่อรองมากขึ้นในการดึงศิลปินเข้ามาในภูมิภาค การวางแผนจัดการต่างๆ และการดึงสปอนเซอร์

รวมถึงได้ประโยชน์ผ่านบริษัทที่เข้าไปลงทุนไว้ด้วย

ภาพเหล่านี้สะท้อนได้จากหุ้น Live Nation Entertainment (LVY) ในตลาดสหรัฐฯ เพิ่งทำ All-Time High ไปช่วงกลางปีนี้

อย่างไรก็ตาม ภาพที่ใหญ่ขึ้นก็มาพร้อมกับปัญหาในสหรัฐฯ

โมเดลธุรกิจของ Live Nation และ Ticketmaster กำลังเผชิญเสียงวิพากษ์วิจารณ์และความกังวลเรื่องการผูกขาดตลาด

เพราะบริษัทเดียวกันมีอำนาจทั้งจัดคอนเสิร์ต บริหารสถานที่จัดงาน และจำหน่ายบัตร จนอาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมของตลาดและผู้บริโภค

ในอนาคต หากมีบทลงโทษออกมา ก็อาจเป็นไปได้ถึงขั้นสั่งบังคับให้แยกบริษัทระหว่าง Live Nation และ Ticketmaster

เมื่อมองกลับมาที่ประเทศไทย Live Nation Tero ถือว่าเป็นผู้จัดรายใหญ่ที่เข้ามามีบทบาทอย่างเต็มตัว โดยอาศัยความได้เปรียบด้านประสบการณ์ เครือข่ายระดับโลก และความเข้าใจตลาดท้องถิ่นเข้ามาช่วย

หากลองดูรายชื่อศิลปินที่ Live Nation Tero ดึงเข้ามาจัดคอนเสิร์ตในไทย ก็จะพบว่ามีแต่ชื่อใหญ่ทั้งนั้น

เช่นในปีนี้ เคยเกือบได้จัด Post Malone แต่ศิลปินแจ้งเลื่อนเอง และล่าสุดคือ The Weeknd ที่คนเต็มราชมังฯ

สองเดือนสุดท้ายของปี มีคิวศิลปินดังรออยู่ เช่น yung kai, Zara Larsson, BABYMONSTER และ BTS

ไปจนถึงปีหน้ากับตำนานระดับโลกอย่าง Westlife, Blue, Maroon 5 และ Bruno Mars ที่พร้อมจะดึงเงินออกจากกระเป๋าของแฟนคลับชาวไทย