ตลาดค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง สินค้าซ่อมแซม และของตกแต่งบ้านในไทย เป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีผู้เล่นหลากหลายกลุ่ม โดยผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรดรายใหญ่มีส่วนแบ่งตลาดรวมกันเพียงราว 25% ขณะที่อีก 75% ยังอยู่ในมือร้านค้ารายย่อยและร้านวัสดุก่อสร้างท้องถิ่น

โครงสร้างตลาดจึงเป็นโอกาสให้ บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) หรือ DOHOME เดินหน้าขยายธุรกิจ โดยใช้จุดแข็งของร้านค้าปลีกวัสดุก่อสร้างมาพัฒนาสู่ธุรกิจที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้กว้างขึ้น

🟥 จากธุรกิจครอบครัว สู่การบริหารอย่างเป็นระบบ

อริยา ตั้งมิตรประชา รองกรรมการผู้จัดการสายงานปฏิบัติการและจัดซื้อ ดูแลด้านสินค้าและการจัดซื้อ เล่าว่า ย้อนกลับไปในปี 2526 ดูโฮมเริ่มต้นธุรกิจในชื่อ “อุบลวัสดุ” ร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้างในจังหวัดอุบลราชธานี ก่อนขยายสาขาไปยังจังหวัดนครราชสีมาในปี 2551 พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น “ดูโฮม” เพื่อสร้างการจดจำในวงกว้าง

ชื่อ Dohome มาจากคำว่า Do ที่สื่อถึงการลงมือทำ และ Home ที่หมายถึงบ้าน ขณะเดียวกัน คำว่า “โฮม” ในภาษาอีสานยังมีความหมายถึงการมารวมกัน เป็นครอบครัว และการพูดคุยกัน

ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของธุรกิจที่ต้องการเป็นมากกว่าร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ก่อนขยายกิจการและพัฒนาระบบการทำงานให้รองรับธุรกิจที่ใหญ่ขึ้น ทั้งการจัดซื้อ การเงิน ซัพพลายเชน และเทคโนโลยี

โดย อริยา เข้ามาทำงานตั้งแต่อายุ 23 ปี และมีส่วนในการพัฒนารูปแบบการขายจากธุรกิจค้าปลีกแบบเดิมให้เป็นระบบมากขึ้น

ด้าน สลิลทิพ เรืองสุทธิภาพ รองกรรมการผู้จัดการสายงานบัญชี การเงิน และสนับสนุนองค์กร เข้ามาดูแลระบบหลังบ้าน โดยบริษัทเปลี่ยนจากระบบ ERP เดิมมาใช้ SAP หลังเปิดสาขานครราชสีมาได้ประมาณหนึ่งปี เพื่อรองรับการขยายสาขาและทำให้การบริหารจัดการมีความชัดเจนขึ้น

ส่วน มารวย ตั้งมิตรประชา รองกรรมการผู้จัดการสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการตลาดออนไลน์ ดูแลการพัฒนาช่องทางออนไลน์ การตลาด และการใช้ข้อมูลลูกค้า รวมถึงธุรกิจบริการเรื่องบ้านภายใต้แบรนด์ “นายช่าง”

🟥 4 โมเดลธุรกิจของดูโฮม

ปัจจุบัน ดูโฮมมีช่องทางขายหลัก 4 รูปแบบ ซึ่งแต่ละช่องทางทำหน้าที่ต่างกัน ตั้งแต่ร้านวัสดุก่อสร้างขนาดใหญ่ ร้านขนาดเล็กที่เน้นความสะดวก ช่องทางออนไลน์ ไปจนถึงบริการช่างสำหรับงานติดตั้งและซ่อมแซม

1. ดูโฮม XL ร้านวัสดุก่อสร้างครบวงจร ดูโฮม XL เป็นสาขาขนาดใหญ่ เน้นจำหน่ายวัสดุก่อสร้างและสินค้าสำหรับบ้านที่มีให้เลือกหลากหลาย เหมาะกับลูกค้าที่ต้องการซื้อสินค้าหลายประเภทในที่เดียว ทั้งเจ้าของบ้าน ผู้รับเหมา และลูกค้าที่ซื้อวัสดุไปใช้ในงานก่อสร้าง

2. ดูโฮม ทูโก (Dohome ToGo) ร้านขนาดเล็ก เน้นซื้อสะดวก ใช้พื้นที่ประมาณ 1,000 ตารางเมตร มีสินค้าราว 5,000–6,000 รายการ เน้นสินค้าซ่อมแซมบ้านและของใช้ที่จำเป็น เหมาะกับลูกค้าที่ต้องการซื้อสินค้าไปใช้งานทันที โดยไม่จำเป็นต้องเดินเลือกสินค้าจำนวนมากเหมือนสาขาขนาดใหญ่

3. ดูโฮมออนไลน์ ช่องทางออนไลน์ช่วยให้ลูกค้าค้นหาและเลือกซื้อสินค้าได้โดยไม่ต้องเดินทางมาที่สาขา

4. “นายช่าง” บริการติดตั้งและซ่อมแซม เช่น งานติดตั้งเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ทำให้ธุรกิจครอบคลุมมากกว่าการขายสินค้า แต่รวมถึงบริการหลังการซื้อด้วย

🟥 วางแผนขยายดูโฮม ทูโก

โดยบริษัทตั้งเป้าให้ดูโฮม ทูโกมีประมาณ 40 สาขาภายในสิ้นปี 2569 และขยายเพิ่มอีก 20 สาขาในปี 2570 โดยเน้นทำเลกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงจังหวัดทางภาคตะวันออก เช่น ชลบุรีและระยอง

ปี 2570 บริษัทเตรียมงบลงทุนประมาณ 700–800 ล้านบาท แบ่งเป็นงบเปิดดูโฮม ทูโกประมาณ 200 ล้านบาท สำหรับราว 20 สาขา และงบประมาณ 500–600 ล้านบาทสำหรับปรับปรุงและบำรุงรักษาสาขา XL เดิม

ส่วนการเปิดสาขา XL ใหม่ยังต้องพิจารณาภาวะเศรษฐกิจและความเหมาะสมของทำเล โดยบริษัทประเมินว่า XL มีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) ราว 12–14% และใช้เวลาคืนทุนประมาณ 5.5–7 ปี ไม่รวมค่าที่ดินและอาคาร

🟥 ใช้ข้อมูลลูกค้าเชื่อมหน้าร้านกับออนไลน์

มารวย ระบุว่า ดูโฮมมีช่องทางจำหน่ายสินค้าออนไลน์ผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน โดยสินค้าที่ลูกค้านิยมซื้อ ได้แก่ เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน และเครื่องใช้ไฟฟ้า

ลูกค้าที่ซื้อสินค้าผ่านหลายช่องทางมียอดใช้จ่ายสูงกว่าลูกค้าที่ซื้อผ่านช่องทางเดียวมากกว่า 3 เท่า บริษัทจึงเตรียมลงทุนประมาณ 100 ล้านบาทในปี 2570 เพื่อพัฒนาระบบข้อมูลลูกค้าให้เห็นพฤติกรรมการซื้อ ตั้งแต่การเข้าหน้าร้านไปจนถึงการซื้อผ่านออนไลน์

ปัจจุบันบริษัทมีฐานข้อมูลลูกค้าราว 4 ล้านราย และมียอดใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 7,000 บาทต่อลูกค้าต่อปี ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้บริษัทจัดสินค้าและกำหนดราคาได้เหมาะกับความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มมากขึ้น

เป้าหมายจึงไม่ใช่แค่เพิ่มช่องทางซื้อสินค้า แต่ต้องทำให้ลูกค้าซื้อผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้ต่อเนื่อง และช่วยให้บริษัทเข้าใจว่าลูกค้าแต่ละกลุ่มต้องการสินค้าและบริการแบบไหน

🟥 จากขายวัสดุ สู่บริการช่างเรื่องบ้าน

อีกธุรกิจที่ดูโฮมพัฒนาควบคู่กันคือบริการ “นายช่าง” ซึ่งต่อยอดจากการขายสินค้าไปสู่บริการติดตั้งและซ่อมแซม

บริการมีตั้งแต่การติดตั้งเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับลูกค้าออนไลน์ ไปจนถึงบริการ “ช่างสั่งด่วน” สำหรับลูกค้าดูโฮม ทูโกที่ต้องการงานซ่อมอย่างรวดเร็ว

บริษัทตั้งเป้ามีทีมช่างประมาณ 1,000 ทีมภายในสิ้นปี โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพงานและการพัฒนาทักษะช่าง รวมถึงความร่วมมือกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

บริการนี้ช่วยให้ดูโฮมมีโอกาสดูแลลูกค้าต่อจากการขายสินค้า ไม่ว่าจะเป็นการเลือกซื้อวัสดุ อุปกรณ์ หรือการหาช่างมาติดตั้งและซ่อมแซม

🟥 ครึ่งปีแรกกำไรสุทธิ 556 ล้านบาท ไตรมาส 3 ยอดขายยังโต

สำหรับครึ่งแรกปี 2569 ดูโฮมมีรายได้รวม 16,010.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4% จากปีก่อน และกำไรสุทธิ 556.12 ล้านบาท

ไตรมาส 1 บริษัทมีรายได้ 8,162.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.4% และกำไรสุทธิ 250.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3%

ส่วนไตรมาส 2 มีรายได้ 7,848.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.6% และกำไรสุทธิ 305.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 94.3%

สำหรับไตรมาส 3 ยอดขายรวมและยอดขายสาขาเดิมยังเติบโตในระดับเลขหลักเดียว ขณะที่กำไรสุทธิคาดว่าจะเติบโตในระดับ High Single Digit จากปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการควบคุมค่าใช้จ่ายดำเนินงาน และการเติบโตของสินค้าซ่อมแซมกับ House Brand ซึ่งมีอัตรากำไรสูง

ทิศทางของดูโฮมจึงอยู่ที่การขยายดูโฮม ทูโก ควบคู่กับการพัฒนาระบบออนไลน์และบริการช่าง เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายและดูแลลูกค้าได้ต่อเนื่องมากกว่าการขายวัสดุก่อสร้างเพียงอย่างเดียว