เวทีเสวนา “GrabNEXT 2569” เผยยอดสั่งอาหารไทยผ่าน GrabFood ใน 7 ประเทศภูมิภาค กวาดรายได้ทะลุ 2.2 หมื่นล้านบาท ในปี 2568 ด้าน แกร็บ ประเทศไทย ชี้เทรนด์ ‘ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม-เครื่องหอมไทย’ ฟีเวอร์

อาหารไทยบนแกร็บ โกย 2.2 หมื่นล้านใน 7 ประเทศ 

‘ส้มตำ-ชาไทย’ เมนูยอดฮิตตลอดกาล

รายการ ข้อมูล
ยอดสั่งอาหารไทยบน GrabFood ปี 2568 ใน 7 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ กัมพูชา, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, เมียนมาร์, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์ และเวียดนาม 22,000 ล้านบาท
เมนูอาหารไทยขวัญใจชาวต่างชาติ ปี 2568 ผัดกะเพรา, ข้าวผัด, ผัดไทย
เมนูยอดฮิตตลอดกาลบนแพลตฟอร์ม ปี 2568 ส้มตำ 13 ล้านจาน, ชาไทย 8.6 ล้านแก้ว
ที่มา: เวทีเสวนาเชิงนโยบาย “GrabNEXT 2569” จัดโดย แกร็บ ประเทศไทย, พฤศจิกายน 2569

 

แกร็บ กวาดรายได้ต่างชาติเที่ยวไทย 1.5 หมื่นล้าน

เที่ยวเชิงวัฒนธรรม ดัน ‘เครื่องหอมไทย’ ขายทะลุ 2.5 แสนชิ้น

รายการ ข้อมูล
รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติบนแพลตฟอร์มแกร็บ ประเทศไทย ปี 2566 – 2568 15,000 ล้านบาท
สถิติการเดินทางเชิงวัฒนธรรม ปี 2568 ยอดเรียกรถไปสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 3,600,000 เที่ยว
สัดส่วนร้านค้า SME และร้านค้าชุมชนบน GrabMart ข้อมูลปัจจุบัน ณ ปี 2569 74%
สินค้าชุมชนกระแสนิยมบนแพลตฟอร์ม ปี 2568 เครื่องหอมไทย อาทิ เทียนหอม, ยาดม, ก้านไม้หอม ยอดขาย 250,000 ชิ้น 
ที่มา: เวทีเสวนาเชิงนโยบาย “GrabNEXT 2569” จัดโดย แกร็บ ประเทศไทย, พฤศจิกายน 2569

คุณจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า เสน่ห์ทางวัฒนธรรมไทยทั้งรสชาติอาหารและแหล่งท่องเที่ยวถือเป็นแม่เหล็กสำคัญที่ดึงดูดคนทั่วโลก แกร็บจึงมุ่งใช้เทคโนโลยีเชื่อมโยงผู้คนให้เข้าถึงเสน่ห์ไทยผ่านกลยุทธ์ T.A.S.T.E (Travel, Awake, Support, Transform, Elevate) ซึ่งข้อมูลสะท้อนชัดเจนว่านักท่องเที่ยวต่างชาติได้สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอย่างมหาศาล

ขณะที่เมนูยอดฮิตตลอดกาลบนแพลตฟอร์มยังคงเป็นอาหารจานเด็ดและเครื่องดื่มคู่คนไทย อย่าง ‘ส้มตำ’ และ ‘ชาไทย’ (ปี 2568) ส่วนเมนูขวัญใจชาวต่างชาติ 3 อันดับแรกตกเป็นของ ผัดกะเพรา, ข้าวผัด และผัดไทย (ปี 2568) ทั้งนี้ สถิติยอดสั่งอาหารไทยใน 7 ประเทศดังกล่าวนั้น เป็นการรวบรวมข้อมูลบนแพลตฟอร์มแกร็บทั่วภูมิภาค จากปัจจุบันที่แกร็บมีการให้บริการครอบคลุม 8 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ กัมพูชา, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, เมียนมาร์, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, ไทย และเวียดนาม

ด้านเทรนด์สินค้าชุมชนที่โตแรง พบว่ากลุ่ม ‘เครื่องหอมไทย’ มียอดขายบน GrabMart สูงถึง 2.5 แสนชิ้น (ปี 2568) สอดคล้องกับกระแสความนิยมสินค้าชุมชนจากชาวต่างชาติที่ดันยอดสั่งซื้อเติบโตขึ้นถึง 50% (เทียบปี 2568 กับ 2567) โดยปัจจุบัน แกร็บมีร้านค้า SME และร้านค้าชุมชนคิดเป็นสัดส่วนถึง 74% ของร้านค้าทั้งหมดใน GrabMart (ข้อมูลปัจจุบัน ณ ปี 2569)

ในมิติของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (Cultural Tourism) ข้อมูลบนแพลตฟอร์มชี้ว่า การเดินทางไปยังสถานที่สำคัญเติบโตอย่างเด่นชัด โดย ‘วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร’ มียอดเรียกรถโตขึ้น 30% (เทียบยอดใช้บริการเรียกรถระหว่างไตรมาส 2 กับไตรมาส 3 ปี 2569) หลังยูเนสโกประกาศขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม รวมถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ยอดเรียกรถจากต่างชาติเพิ่มกว่า 20% (เทียบยอดเรียก GrabBike ช่วงก่อนและหลังเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569) และการเรียกรถไป-กลับ ‘สนามมวยเวทีราชดำเนิน’ ที่เติบโตขึ้นถึง 2 เท่า (เทียบปี 2568 กับ 2567)

ล่าสุด แกร็บ ประเทศไทย เตรียมจัดงานประกาศรางวัล ‘GrabThumbsUp Awards’ ต่อเนื่องเป็นปี 5 โดยปีนี้ได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มอบรางวัลพิเศษเพื่อเชิดชูร้านอาหารและบุคคลที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยผ่านอัตลักษณ์ด้านอาหาร เช่น รางวัลสุดยอดผู้นำอาหารไทยสู่เวทีโลก และสุดยอดผู้สร้างสรรค์รสชาติแห่งปี พร้อมกันนี้ยังจับมือกระทรวงวัฒนธรรมลุยโครงการ ‘The Lost Taste’ เพื่อฟื้นฟูและเชิดชูรสชาติอาหารที่กำลังจะหายไป

คุณซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า วัฒนธรรมคือตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สะท้อนผ่านมูลค่าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยที่สูงกว่า 1.63 ล้านล้านบาท ทางกระทรวงฯ จึงมุ่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการและชุมชนนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดสร้างมูลค่า ภายใต้แนวคิด ‘Cultural NEXUS – วัฒนธรรมเชื่อมอนาคต’

สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ แกร็บ ประเทศไทย ที่มุ่งมั่นใช้ความแข็งแกร่งของอีโคซิสเต็มและแพลตฟอร์มดิจิทัล เป็นฟันเฟืองในการต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทย และดันเสน่ห์อาหารไทยให้ก้าวไปสู่เวทีสากล