“อีซูมาน” ชื่อของชายที่จัดอยู่ระดับตำนานของวงการเคป็อป ผู้สร้างค่ายยักษ์ใหญ่แล้วถูกปิดประตูจากบริษัทที่ตัวเองสร้างขึ้นมา
เกิดอะไรขึ้นกับผู้ปลุกปั้นวงเคป็อปดังระดับโลก ทั้งGirls’ Generation, EXO, Red Velvet, NCT และ aespa
บทความนี้ Marketeer จะมาสรุปให้ฟัง
คนสร้างค่าย ที่ถูกเชิญออกจากบ้านตัวเอง

อีซูมานคือผู้อยู่เบื้องหลังศิลปินที่เป็นรากฐานของวงการ ตั้งแต่ BoA, TVXQ, Girls’ Generation, SHINee ไปจนถึง EXO, Red Velvet, NCT และ aespa แต่ในปลายปี 2022 ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับบริษัทเริ่มมีรอยร้าว
ความขัดแย้งเริ่มมาจาก Like Planning บริษัทส่วนตัวของอีซูมานที่รับงานผลิตเพลงให้ SM สื่อเกาหลีรายงานว่า SM จ่ายค่าผลิตให้บริษัทนี้ราว 6% ของยอดขายเพลง ก่อนจะคำนวณกำไรสุทธิ แต่ผู้ถือหุ้นบางกลุ่มมองว่าเป็นภาระที่หนักเกินไป เมื่อผู้บริหารรุ่นใหม่ ซึ่งรวมถึง อีซองซู หลานชายของเขา ประกาศแผน “SM 3.0” เปลี่ยนจากระบบโปรดิวเซอร์คนเดียวไปเป็นศูนย์ผลิตหลายแห่ง สัญญากับ Like Planning ก็ถูกยกเลิกก่อนกำหนด
จากนั้นทุกอย่างก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว SM ให้ Kakao เข้ามาถือหุ้นราว 9% อีซูมานมองว่าผิดกฎหมายและเตรียมฟ้อง แล้วหันไปขายหุ้นให้ HYBE คู่แข่งตัวฉกาจ จนกลายเป็นศึกชิงบริษัทที่สั่นสะเทือนทั้งวงการ ท้ายที่สุด Kakao เป็นฝ่ายคุมหุ้นใหญ่ของ SM
ส่วนอีซูมานก็ออกจากบริษัทในเดือนกุมภาพันธ์ 2023 พร้อมเงินจากการขายหุ้นราว 5.2 แสนล้านวอน ตามที่ Korea JoongAng Daily รายงาน
สามปีที่ห้ามทำเพลงในบ้านเกิด
แต่เงินก้อนนั้นมาพร้อมเงื่อนไขรัดตัว อีซูมานต้องเซ็นสัญญาห้ามแข่งขัน ห้ามทำธุรกิจเพลงและบันเทิงในเกาหลีเป็นเวลา 3 ปี ทำให้ในช่วงนั้นเขาออกไปทำงานที่จีนและสหรัฐฯ ตั้งบริษัท A2O Entertainment ในปี 2024 และปั้นเกิร์ลกรุ๊ป A2O May ที่จีน รอจนสัญญาที่เซ็นไปกับ SM หมดอายุในเดือนมีนาคม 2026 จึงเป็นการเปิดประตูกลับเกาหลีอย่างเป็นทางการ
DNA ของ SM ก็คืออีซูมาน
วันงานโชว์เคสเปิดตัวไอดอลกลุ่มใหม่ อีซูมานถือไมค์ยืนพูดนานกว่า 30 นาที เขาเปิดตัวด้วยการอธิบายเทคโนโลยีกล้องที่ฟังเหมือนสตาร์ทอัพกำลังพิตช์นักลงทุน
การกลับมาครั้งนี้อีซูมานไม่ได้เริ่มใหม่ทั้งหมด เพราะทีมงานหลักคือคนเก่าที่ติดตามเขามาตั้งแต่ SM ทั้งยูยองจิน โปรดิวเซอร์คู่ใจที่ลาออกจาก SM มาร่วมงาน ผู้เป็นเจ้าของผลงานอย่าง “Next Level” ของ aespa รวมถึงมี ซันนี่ อดีตสมาชิก Girls’ Generation มาดูแลการฝึกให้
ซึ่งนั่นทำให้ผลงานวงเดบิวต์ยังคงกลิ่นอายเดิม ๆ ของ SM ทั้งซิกเนเจอร์เดิม ๆ การประสานเสียงแบบอะคาเปลลาและเสียงออโต้จูนแนวอนาคต ระบบ Rookies ที่ต้องโชว์ตัวต่อสาธารณะก่อนเดบิวต์

ส่วนที่ดูใหม่ของการกลับมาครั้งนี้ คือ “จักรวาล” ที่เรียกว่า ACE (A2O Cosmic Epic) ที่วางคอนเซปต์เล่าเรื่องราวเริ่มที่ดาวชื่อ Soulite ที่ทุกคนมีทุกอย่างที่ต้องการ แต่ยังรู้สึกว่าขาดอะไรบางอย่าง เด็กผู้ชายกลุ่ม A2O Soul จึงเดินทางมายังโลกเพื่อตามหาจิตวิญญาณซึ่งคือความสุข ความรัก และแรงบันดาลใจที่ทำให้คนอยากมีชีวิตอยู่ ส่วนฝั่งเกิร์ลกรุ๊ป A2O Lite ถูกวางให้แต่ละคนมีสีเฉพาะตัวที่ผสมกันเป็นสีใหม่

สมาชิกก็ออกแบบให้เป็นนานาชาติ A2O Lite มี 9 คน จากเกาหลี ญี่ปุ่น จีน สหรัฐฯ และไทย ส่วน A2O Soul มี 15 คน จากห้าประเทศเช่นกัน ซึ่งมีสมาชิกชาวไทยอยู่ในทั้งสองวง ขนาดวงฝั่งชายใหญ่เหมือนยุคของ EXO ใน ขณะที่วงอื่น ๆ ในปัจจุบัน นิยมเดบิวต์จำนวนสมาชิกน้อย ๆ สัก 4-5 คน
ชายที่ใช้เทคโนโลยีแบบนำหนึ่งก้าวเสมอ
อีซูมานคือชายที่มักจะทำผลงานออกมาในแนวคาบเกี่ยวมัลติเวิร์ส เรียกว่าเป็นลายเส้นประจำตัวเขาไปแล้ว อย่างวง aespa ก็ถูกวางคอนเซปต์เป็นเกิร์ลกรุ๊ปที่มาจากอนาคต และก็ประสบความสำเร็จอย่างมากด้วย

การกลับมาของเขาในวันนี้ยังคงเป็นเช่นเดิม ในงานโชว์เคสไฮไลต์ของงานคือการเปิดตัวเทคโนโลยีที่ชื่อ 4DGS (4D Gaussian Splatting) ที่พัฒนาร่วมกับ Samsung Electronics หลักการคือถ่ายการเต้นด้วยกล้องหลายตัวรอบทิศ แล้วนำข้อมูลมาประกอบเป็นพื้นที่สามมิติ ผู้ชมที่สวมแว่น VR จึงเดินเข้าไปยืนกลางฟอร์เมชัน หรือดูการแสดงจากด้านหลังศิลปินได้
ที่ผ่านมาอีซูมานเคยใช้ Matrix Camera System ในมิวสิกวิดีโอของ Girls’ Generation, SHINee, TVXQ และ BoA เมื่อกว่าทศวรรษก่อน ที่กล้องดูเหมือนหมุนรอบตัวคนที่ลอยอยู่กลางอากาศ ครั้งนี้เขาเปลี่ยนจากภาพนิ่งเป็นวิดีโอ แล้วเรียกมันว่าอาจเป็นรูปแบบสุดท้ายของกล้อง
เขายังเปิดตัว Blooming Talk แพลตฟอร์มสื่อสารกับแฟนคลับที่มีอวตาร AI ของสมาชิกให้คุยด้วย
ปังตั้งแต่สัปดาห์แรก
เพลงเดบิวต์ของ A2O Lite อย่าง “NEON” ที่ปล่อยเวลา 18.00 น. วันที่ 13 ตุลาคม ทะยานขึ้นอันดับ 1 บน Melon TOP100 ภายใน 29 ชั่วโมง เป็นสถิติเดบิวต์ที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่ Melon ปรับปรุงชาร์ตในปี 2021 เพลงนี้มี ยูยองจินและโปรดิวเซอร์อเมริกัน Dem Jointz ร่วมผลิต อีกทั้งเพลงยังอยู่อันดับ 7 ของ Apple Music ทั่วโลก เพลงให้กลิ่นอายของอีซูมานชัดเจน
จากนั้นเพลงนี้ก็ตามมาด้วยไวรัลอีกมากมาย หลายวงหยิบเพลงนี้ไป Cover Dance แต่ก็มีข่าวลือว่า ค่าย SM ห้ามไอดอลในค่ายคัฟเวอร์เพลงนี้ลงบัญชีโซเชียลมีเดีย อย่างไรก็ตาม สุดท้าย SM ออกมาตอบกลับข่าวลือดังกล่าวว่าไม่มีมูลความจริง ทางค่ายไม่ได้บังคับห้ามเต้นเพลงนี้ แต่ข่าวลือที่แพร่สะพัดออกไปก็สร้างการถกเถียงของชาวเน็ตว่า SM คงร้อน ๆ หนาว ๆ ที่อีซูมานกลับมา
ข่าวนี้หากมองเป็นเคสธุรกิจเราได้เรียนรู้ว่า ทรัพย์สินที่ย้ายไปกับตัวคนคือสูตรไม่ใช่ลิขสิทธิ์ ดังที่เมื่อออกจาก SM อีซูมานเอาศิลปินไปไม่ได้ แต่เอาวิธีคิด ทีมงานที่เชื่อใจ และระบบเทรนนีมาได้ ซึ่งสะท้อนว่าองค์ความรู้ในหัวคนอาจมีค่ากว่าสิ่งที่เขียนอยู่ในสัญญา
ในฐานะผู้ติดตาม K-Pop ตัวยงคนหนึ่ง เชื่อว่าชื่อ “อีซูมาน” ยังคงมีความขลัง และด้วยแผนการเตรียมทำตลาดข้ามชาติตั้งแต่วันแรก ทีมนานาชาติที่รวมสมาชิกจากไทยและจีนมีโอกาสเปิดฐานแฟนในหลายประเทศพร้อมกัน แต่ยังตัดสินไม่ได้ว่า วงที่ค่ายนี้สร้างจะไปได้ไกลแค่ไหน เนื่องจากธุรกิจไอดอลวัดกันที่ปีที่สองเป็นต้นไป ไม่ใช่สัปดาห์แรก
แต่ที่แน่ ๆ คือ ชายที่เคยถูกปิดประตูจากบริษัทที่ตัวเองสร้างขึ้นมา เลือกกลับมาด้วยท่าทีของคนที่ไม่มีอะไรให้กลัว ไม่กลับมาสาดเสียเทเสียหรือกล่าวถึงปัญหาในอดีต แต่ให้ผลงานเป็นคนพูดแทน ซึ่งกลยุทธ์ที่อยู่ในหัวของเขาไม่มีใครปฏิเสธได้ เพราะไม่ว่าชายคนนี้จะปลุกปั้นใคร วง ๆ นั้นก็ประสบความสำเร็จระดับเอเชียไปถึงทั่วโลกได้หมด สิ่งนี้ต่างหากที่ทำให้หลายค่ายร้อน ๆ หนาว ๆ โดยเฉพาะโจทย์เก่าอย่าง SM การกลับมาของชายระดับตำนานคนนี้จะเขย่าวงการเคป็อปได้อีกครั้งหรือไม่ เป็นสิ่งที่น่าติดตามอย่างมาก
