ช่วง 3-4 วันนี้ผู้ใช้ Facebook บางรายเริ่มพบว่ามี “ปุ่มรีโพสต์” (ปุ่ม Repost) เพิ่มขึ้นมาเวลาที่เราดูคอนเทนต์หน้าฟีด แถมตำแหน่งของปุ่มรีโพสต์ที่ว่า ยังอยู่ติดกับปุ่มเเชร์ (Share) ที่มีอยู่แต่เดิมอีกด้วย…
*** ที่บางคนยังไม่มีปุ่มรีโพสต์ขึ้นมาให้กด ไม่ต้องตกใจ เพราะตอนนี้ Facebook น่าจะกำลังทยอยอัปเดตฟีเจอร์เพื่อทดลองว่าเวิร์กหรือไม่ **
ส่วนปุ่มรีโพสต์ไม่ใช่ฟีเจอร์ใหม่ แต่ Meta เพิ่มปุ่มนี้บน Instagram มาพักใหญ่ๆ
ทำหน้าที่เหมือนการแชร์คอนเทนต์ที่ชอบหรืออยากเก็บไว้ดู
แค่กด Repost คอนเทนต์เหล่านั้นก็จะไปโผล่ที่แท็บ Repost บนโปรไฟล์เราทันที
“แล้วแบบนี้จะต่างอะไรกับปุ่ม Share ที่มีอยู่ตั้งนานแล้ว?”
Marketeer ลองสรุปง่ายๆ เป็นข้อๆ ให้ฟัง
– ปุ่ม Share ที่เราใช้กันเป็นประจำบน Facebook เมื่อกดเข้าไปก็จะมีตัวเลือกให้แชร์โพสต์ไปยังหน้าโปรไฟล์ของตัวเองสามารถส่งต่อไปยัง Group หรือแชร์ผ่าน Messenger
รวมถึงสามารถเขียนแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมประกอบโพสต์ได้ก่อนที่จะเเชร์โพสต์ออกไป
– ส่วนการกด Repost เน้นการส่งต่อคอนเทนต์ให้คนที่ติดตามเราหรือเพื่อนของเราทันที ไม่ได้สนใจเรื่องการเเชร์พร้อมความคิดเห็น หรือให้เลือกให้ส่งไปที่ช่องทางอื่นๆ
– บน Facebook ทั้งการ Share และ Repost “คอนเทนต์นั้นๆ ก็จะไปปรากฏอยู่ที่หน้าไทม์ไลน์ Facebook เราเหมือนกัน”
– ในด้านพฤติกรรมการใช้งาน Repost เหมือนเป็น “ปุ่มแชร์ที่ง่ายกว่า” เวลาที่ผู้ใช้งานชอบคอนเทนต์ไหน อยาก Repost ไว้ดูหรือ Repost ให้เพื่อนเห็น ก็สามารถกดแล้วเลื่อนฟีดดูคอนเทนต์อื่นๆ ต่อได้เลย
– ตอนนี้ปุ่มรีโพสต์ ยังมีเฉพาะบนสมาร์ทโฟน สำหรับ Facebook บนหน้าเว็บไซต์ผ่านคอมพิวเตอร์ยังไม่มีรองรับ*
– ในด้านคนทำเพจ ถ้า Facebook เริ่มใช้งานปุ่มนี้จริงจัง เท่ากับจะมีตัวชี้วัดเพิ่มขึ้นมาอีก 1 ค่า นอกจากค่า Views และในส่วนของ Engagement Like, Share, Comment และ Repost
ท้ายที่สุด แม้ Repost จะดูเป็นเพียงปุ่มเล็กๆ ที่เพิ่มเข้ามาบน Facebook
แต่ก็น่าจับตาว่าจะส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้งาน รวมถึงจะช่วยให้คอนเทนต์ถูกกระจายต่อ แชร์ต่อ รีโพสต์เพิ่มขึ้นได้มากน้อยแค่ไหน
–
*ข้อมูล ณ วันที่ 06/11/2026
