ธุรกิจคลังสินค้า ปี 2565 ทำไมจึงเป็นที่นิยมในเอเชีย ? (วิเคราะห์)

ไม่ได้งามสง่า หรือประดับประดาด้วยโคมระย้าสวยหรู แต่ธุรกิจคลังสินค้าก็เป็นที่ต้องการอยู่ทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มค้าปลีกกำลังขาดพื้นที่ในการเก็บสินค้าที่ถูกสั่งเป็นจำนวนมากผ่านโลกออนไลน์

ตั้งแต่การระบาดของโควิดในปลายปี 2019 การช้อปปิ้งออนไลน์ทั่วโลกเติบโตขึ้นถึง 43.5% เป็นเงิน 2.87 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเกือบครึ่งหนึ่งของจำนวนนี้มาจากเอเชีย อ้างอิงจากงานวิจัยการตลาดยูโรมอนิเตอร์

วิกฤตห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกเป็นที่พูดถึงกันมาหลายเดือน โดยมีเบื้องหลังเป็นการที่โรงงานจำนวนมากต้องหยุดชะงัก อุตสาหกรรมขนส่งในเอเชีย สหรัฐฯ และอังกฤษก็ยังขาดแคลนแรงงานขนส่ง อีกทั้งสิ่งที่เราอาจไม่เคยได้ยินมาก่อนคือเรื่องนี้ทำให้พื้นที่คลังสินค้าทั่วโลกใกล้จะเต็ม โดยเหลือพื้นที่ว่างต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

“พื้นที่ว่างในคลังสินค้าที่เอเชียเหลืออยู่ที่ 3% ซึ่งต่ำสุดเป็นประวัติการณ์” Henry Chin จาก CBRE บริษัทให้บริการด้านอสังหาฯ เพื่อการพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกกล่าว “ความต้องการซื้อที่สูงกว่าจากอีคอมเมิร์ซ และการที่ห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงักอย่างต่อเนื่อง หมายถึงการที่หลายบริษัทต้องการที่จะสต๊อกของไว้กับตัวให้ได้มากที่สุด” เฮนรี่กล่าวเพิ่ม 

ซึ่งการจะปรับตัวให้เข้ากับความต้องการซื้อ ณ ปัจจุบัน บริษัทอย่าง RedMart หนึ่งในร้านชำออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์จำเป็นต้องมีคลังสินค้าที่ใหญ่ขึ้น และพึ่งพาระบบอัตโนมัติมาช่วยทำงาน  โดยหนึ่งปีก่อน RedMart มีคลังสินค้าที่ใหญ่ขึ้นมากถึงสี่เท่า ด้วยความสูง 12 เมตร และใหญ่เท่ากับสนามฟุตบอล 7 สนาม

Richard Ruddy หัวหน้าฝ่ายค้าปลีกจาก Lazada ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ RedMart กล่าวว่า “สี่ถึงห้าปีก่อน เราประเมินไว้ว่าธุรกิจการค้าออนไลน์และของชำจะยิ่งเติบโต และในสิบสองเดือนที่ผ่านมาซึ่งเป็นช่วงที่มีโรคระบาด ตลาดออนไลน์ในสิงคโปร์เติบโตขึ้นเกือบ 70% ปีต่อปี ซึ่งคิดเป็นเกือบสองเท่าของก่อนหน้านี้ คลังสินค้าเลยช่วยเราอย่างมากในการตอบสนองต่อความต้องการซื้อ”

ในทุกสัปดาห์ ออเดอร์นับหมื่นจะถูกส่งมายังโรงงาน ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับชายแดนของสิงคโปร์ มีผู้นำเข้าหลักเป็นมาเลเซีย ในหนึ่งครั้งจะมีสินค้าเป็นแสนรายการ การหมุนเวียนสินค้าอย่างรวดเร็วหมายถึงในทุกสามวันของเก่าจะหายไป และแทนที่ด้วยของใหม่เสมอ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่บริษัทต้องใช้ระบบดาต้ามาช่วยเพื่อให้ทราบถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ถูกสั่งซื้อในแต่ละครั้ง และระบบอัตโนมัติก็ยังช่วยให้ใช้พื้นที่ทุกตารางนิ้วในโรงงานได้อย่างคุ้มค่า นั่นหมายถึง Redmart จำเป็นต้องจ้างพนักงานเพิ่มอีก 200 คนเพื่อจัดการโรงงานที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในช่วงเวลาที่แรงงานกำลังขาดแคลน

นาย Ruddy คาดการณ์การขยายตัวเพิ่มในปีต่อ ๆ ไป และ Redmart ไม่ได้หวังจะได้รับผลตอบแทนเพียงลำพัง

จากงานวิจัยล่าสุดของ CBRE บริษัทจำนวน 3 ใน 4 ที่ใช้บริการคลังสินค้าในเอเชีย-แปซิฟิก กล่าวว่าพวกเขาอยากที่จะขยายธุรกิจในอีกสามปีข้างหน้า เป็นสัญญาณว่าความต้องการพื้นที่คลังสินค้าจะเพิ่มขึ้นได้อีก

ด้วยความต้องการคลังสินค้าที่เติบโตขึ้น ธุรกิจคลังสินค้า จึงพึ่งพาระบบอัตโนมัติมากขึ้น และมีขนาดที่สูงใหญ่ขึ้นมาก

“ที่เห็นได้ชัดคือคลังสินค้าในฮ่องกงมีความสูงถึง 20 ชั้น เพราะที่ดินมีจำกัดสำหรับใช้เป็นคลังสิ่งของอุตสาหกรรม” Henry Chin กล่าว “ในเอเชีย-แปซิฟิก เราจะเห็นอาคารสามถึงสี่ชั้นถูกเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์เข้ามาเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และมันก็คุ้มค่าในการลงทุน”

อย่างไรก็ตาม แนวทางธุรกิจนี้ก็ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์มานานหลายปี เพราะมีความกังวลว่าแรงงานคนจะถูกแทนที่ด้วยแรงงานเครื่องจักร ในขณะที่แนวคิดเรื่องคลังสินค้าใช้พื้นที่มากขึ้น ก็ไม่ได้เป็นที่นิยมเช่นกัน แต่เมื่อเราซื้อของออนไลน์มากขึ้นเรื่อย ๆ ผู้ค้าปลีกก็จะเติบโตขึ้นเพื่อให้ตรงกับความต้องการเช่นกัน

ที่มา: bbc.com

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน