Aurora หรือ บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้ค้าปลีกทองคำรายใหญ่ของไทย เปิดตัวคอลเลกชันพิเศษ “ทองแผ่นและการ์ดลายดิสนีย์ Mickey & Friends” ร่วมกับ The Walt Disney (Thailand) โดยนำตัวละครยอดนิยมของดิสนีย์มาถ่ายทอดบนทองแผ่นเป็นครั้งแรกในตลาดไทย

คอลเลกชันนี้ถูกออกแบบให้ทองคำไม่ได้ถูกมองเพียงในฐานะสินทรัพย์เพื่อการลงทุน แต่ยังสามารถเป็นของขวัญหรือของสะสมที่เข้าถึงได้ง่าย โดยตั้งราคาจุดเริ่มต้นไว้ที่ 999 บาท สำหรับทองแผ่นขนาด 0.20 กรัม เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคกลุ่มใหม่ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ได้ลองเริ่มต้นซื้อทองเป็นครั้งแรก

คำถามสำคัญคือ เหตุใดร้านทองจึงต้องใช้คาแรกเตอร์การ์ตูนระดับโลกมาช่วยเล่าเรื่องสินค้า และกลยุทธ์นี้กำลังสะท้อนอะไรเกี่ยวกับทิศทางใหม่ของตลาดทองในไทย

Mickey & Friends กับภารกิจทลายกำแพงร้านทอง

ความร่วมมือระหว่าง Aurora กับ Disney เกิดจากการมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่และกลุ่มนักสะสมที่เริ่มมองหาทองคำในรูปแบบที่มีดีไซน์และมีเรื่องราวมากขึ้น ไม่ได้มองเพียงมูลค่าเพื่อการลงทุนหรือการเก็บออมเหมือนในอดีต

คุณอนิพัทย์ ศรีรุ่งธรรม ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาด บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนตัวตน และสามารถซื้อเป็นของขวัญหรือของสะสมได้

การเลือกใช้คาแรกเตอร์จาก Mickey & Friends ซึ่งเป็นตัวละครหลักของดิสนีย์ที่ผู้คนคุ้นเคยในหลายเจเนอเรชัน จึงช่วยทำให้ทองคำดูเป็นมิตรและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

ขณะเดียวกัน การตั้งราคาจุดเริ่มต้นของคอลเลกชันไว้ที่ 999 บาท ยังช่วยลดกำแพงในการซื้อทองครั้งแรก โดยเฉพาะผู้บริโภคที่ไม่เคยซื้อทองมาก่อน แนวคิดนี้ถูกออกแบบให้เป็น “จุดเริ่มต้น” ของการสร้างความคุ้นเคยกับแบรนด์ เมื่อผู้บริโภคเริ่มจากของสะสมหรือของขวัญชิ้นเล็ก ๆ ก็มีโอกาสต่อยอดไปสู่การออมทองหรือการซื้อทองในน้ำหนักที่มากขึ้นในอนาคต

คนรุ่นใหม่กำลังกลายเป็นฐานลูกค้าสำคัญของร้านทอง

การเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ยังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างลูกค้าในตลาดทอง

ปัจจุบันกลุ่มลูกค้าอายุ 25–35 ปี เพิ่มขึ้นมาเป็นประมาณ 25–30% ของฐานลูกค้าทั้งหมด จากเดิมที่เคยอยู่เพียงราว 15%

การเติบโตของลูกค้ากลุ่มนี้ทำให้ร้านทองต้องปรับทั้งรูปแบบสินค้าและวิธีการสื่อสารให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคมากขึ้น ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีเรื่องราว ไปจนถึงการเชื่อมโยงสินค้ากับคาแรกเตอร์และวัฒนธรรมที่ผู้บริโภครู้สึกคุ้นเคย

ฐานลูกค้าหลักยังเป็นคนไทย ธุรกิจโตต่อเนื่องพร้อมขยาย 200 สาขาในปีนี้

ในมุมของโครงสร้างตลาด ปัจจุบันฐานลูกค้าหลักของ Aurora ยังคงเป็น ผู้บริโภคคนไทย แม้บางสาขาในเมืองท่องเที่ยวอย่างพัทยาและภูเก็ตจะมีลูกค้าต่างชาติใช้บริการอยู่บ้าง

ธุรกิจของบริษัทเติบโตต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดย Aurora ทำยอดเติบโต ไม่ต่ำกว่า 20% ต่อปีติดต่อกัน 5 ปี และในปีนี้ยังคาดว่าจะเติบโตเพิ่มอีกประมาณ 10–15%

ปัจจุบัน Aurora มีสาขามากกว่า 630 แห่งทั่วประเทศ และมีแผนขยายเพิ่มอีกประมาณ 200 สาขาในปีนี้ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าในพื้นที่ต่าง ๆ

ในภาพรวมของธุรกิจ รายได้หลักของร้านยังคงมาจากการจำหน่ายทองรูปพรรณ ขณะเดียวกันบริษัทได้พัฒนาพอร์ตสินค้าและบริการอื่น ๆ เพิ่มเติม ทั้งกลุ่มสินค้ามูลค่าเพิ่มอย่างเพชรและของขวัญ รวมถึงบริการทางการเงิน (ทองมาเงินไป – ขายฝาก) เพื่อสร้างความหลากหลายให้กับโครงสร้างรายได้ของธุรกิจ

ขณะที่ในมุมของสินทรัพย์ ผู้บริหารยังมองว่าทองคำยังคงเป็นทรัพย์สินที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อมั่น แม้เศรษฐกิจโลกจะมีความไม่แน่นอนและราคาทองมีความผันผวน เพราะเป็นสินทรัพย์ที่ถือครองได้จริง มีสภาพคล่องสูง และสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ทันทีเมื่อจำเป็น

ในภาพใหญ่ สิ่งนี้สะท้อนว่าตลาดทองคำยังคงมีดีมานด์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากผู้บริโภครุ่นใหม่ที่เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น และกำลังกลายเป็นฐานลูกค้าสำคัญของธุรกิจร้านทองในอนาคต