14 มีนาคม – วันมันฝรั่งทอดกรอบ (National Potato Chip Day) : หากมองมายังเส้นทางของตลาดมันฝรั่งทอดกรอบไทย ตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ถือเป็นเซกเมนต์ที่ใหญ่ที่สุดและเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในตลาดขนมขบเคี้ยว
มูลค่าตลาดมันฝรั่งทอดกรอบเคยเติบโตอย่างต่อเนื่อง จนทะยานแตะระดับหมื่นล้านบาทในช่วงปี 2016-2017 ซึ่งเป็นยุคที่แบรนด์ต่างงัดนวัตกรรมรสชาติแปลกใหม่ออกมาแข่งขันกันอย่างดุเดือด
ก่อนจะสะดุดลงในช่วงปี 2020 จากผลกระทบของวิกฤตโควิด-19 ส่งผลให้ตลาดขนมขบเคี้ยวรวมหดตัวลง 8.4% และเซกเมนต์มันฝรั่งทอดกรอบต้องปรับตัวลดลงราว 2-3%
ซ้ำร้ายด้วยเทรนด์ผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น หลีกเลี่ยงของทอดและโซเดียม ส่งผลให้ผู้ประกอบการแบกรับความท้าทาย ทั้งแบรนด์จำเป็นต้องเร่งหาทางออก ออกสูตรลดโซเดียม หรือเปลี่ยนแพ็กเกจจิ้ง ทั้งหมดส่งผลให้ตลาดต้องเผชิญกับภาวะชะลอตัวในช่วงเวลาดังกล่าว
| National Potato Chip Day ตลาดมันฝรั่งทอด 1.8 หมื่นล้าน
เคี้ยวไปโตไป ด้วยพลังกระป๋องและแฟนด้อม |
||
| ปี ค.ศ. | มูลค่าตลาดมันฝรั่งทอดกรอบไทย / ล้านบาท | มูลค่าตลาดขนมขบเคี้ยวไทย / ล้านบาท |
| 2016 | 9,744 | 31,500 |
| 2017 | 10,612 | 33,200 |
| 2018 | 11,200 | 34,948 |
| 2019 | 11,900 | 36,836 |
| 2020 | 11,600 | 33,731 |
| 2021 | 12,542 | 37,480 |
| 2022 | 13,300 | 38,802 |
| 2023 | 14,000 | 47,000 |
| 2024 | 15,600 | 49,000 |
| 2025 | 17,343 | 50,000 |
| 2026 (คาดการณ์) | 18,000 | 51,000 |
| ที่มา : Marketeer รวบรวม อ้างอิงนีลเส็นไอคิว และการคาดการณ์ของแบรนด์กลุ่มผู้นำตลาด, มีนาคม 2026 | ||
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา ตลาดได้ส่งสัญญาณการฟื้นตัวอย่างชัดเจน ผ่านตัวเลขมูลค่าตลาดในปี 2023 ซึ่งอยู่ที่ 14,000 ล้านบาท และในปี 2025 ที่ผ่านมา อยู่ที่ราว 17,343 ล้านบาท
ซึ่งการฟื้นตัวต่อเนื่องของมูลค่าตลาดมันฝรั่งทอดกรอบในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นผลลัพธ์ที่ผสมผสานกันระหว่างการฟื้นตัวของกิจกรรมนอกบ้านและปาร์ตี้สังสรรค์ และการกลับมาเปิดประเทศ
ตลอดจนผู้เล่นกระจายความเสี่ยงจากกลุ่มแมสที่มีการแข่งขันด้านราคารุนแรง มุ่งเน้นกระตุ้นให้ผู้บริโภคยอมจ่ายแพงขึ้น ผ่านการออกรสชาติ Limited Edition หรือการผลักดันเซกเมนต์ที่ราคาสูงกว่าอย่างมันฝรั่งทอดกรอบแบบกระป๋อง
เมื่อเราลองเจาะลึกลงไปในโครงสร้างตลาดมันฝรั่งทอดกรอบ มูลค่ากว่า 1.7 หมื่นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนราว 30% ของตลาดขนมขบเคี้ยวรวม 5 หมื่นล้านบาท
แม้ภาพรวมตลาดจะโตในอัตราที่ชะลอตัวลง แต่พื้นที่ของเซกเมนต์รองลงมาอย่าง ‘มันฝรั่งทอดกรอบแบบกระป๋อง’ กลับเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดกว่า 20% ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าจับตาจากเทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคที่ยอมจ่ายเพื่อสินค้าที่ดูพรีเมียม พกพาง่าย และเก็บรักษาได้นานขึ้น
ปัจจุบันเซกเมนต์มันฝรั่งทอดกรอบแบบกระป๋อง ครองสัดส่วนมูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ 20% ของตลาดรวม ขณะที่อีก 80% ยังคงเป็นของมันฝรั่งทอดกรอบแบบซองที่เข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มแมสได้ง่ายกว่า แต่บรรจุภัณฑ์แบบกระป๋องกลับกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยผลักดันตลาดรวม
สมรภูมิของมันฝรั่งทอดกรอบแบบกระป๋อง เป็นการขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือดระหว่างแบรนด์ผู้บุกเบิกตลาดระดับโลกอย่าง “พริงเกิลส์” (Pringles) ที่โดดเด่นด้วยนวัตกรรมแผ่นโค้งทรงอานม้าอันเป็นเอกลักษณ์ และ “เลย์สแตคส์” (Lay’s Stax) ที่เข้ามาบุกตลาดอย่างหนักหน่วงจนสามารถชิงส่วนแบ่งและสร้างการเติบโตได้อย่างรวดเร็ว
ในขณะเดียวกันแบรนด์ไทยอย่างเทสโตก็ไม่ยอมปล่อยผ่านเค้กชิ้นนี้ โดยส่งซับแบรนด์ “เทสโต ซิกเนเจอร์” (Tasto Signature) กระโดดลงมาร่วมวงแข่งขันด้วยการชูความพรีเมียมและการผสมวัตถุดิบจริงลงในแผ่นมันฝรั่ง พร้อมฉีกรสชาติสู่สไตล์ฟิวชันอินเตอร์ เพื่อดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่และวัยทำงาน
ทั้งนี้ ภายใต้การกลับมาเติบโตของตลาดมันฝรั่งทอดกรอบ ถูกขับเคลื่อนโดยสองกลุ่มผู้นำตลาดอย่างแบรนด์ระดับโลก “เลย์” (Lay’s) ที่ครองส่วนแบ่งมูลค่าตลาดราว 70% และแบรนด์ผู้ท้าชิงสัญชาติไทย “เทสโต” (Tasto) ที่ครองส่วนแบ่งราว 20%
เลย์ ซึ่งทำตลาดในไทย ภายใต้ เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ PepsiCo มุ่งมั่นในการสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ระดับโลก ทำให้สามารถสร้างความเชื่อมั่นและรักษาฐานลูกค้าไว้ได้อย่างเหนียวแน่น พร้อมเดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำด้วยการออกรสชาติใหม่ที่จับกระแสโลกมาผสานกับความเป็นไทยอย่างลงตัว
เลย์ยังให้ความสำคัญกับการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์สู่ Sustainability ด้วยการสนับสนุนเกษตรกรไทยในการปลูกมันฝรั่งอย่างยั่งยืน และการปรับลดการใช้พลาสติกในบรรจุภัณฑ์เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ตลอดจน การใช้ประโยชน์จากเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่ง กระจายสินค้าเข้าสู่ทุกช่องทางตั้งแต่โมเดิร์นเทรดไปจนถึงร้านโชห่วย ทำให้แบรนด์อยู่ในสายตาผู้บริโภคตลอดเวลา
ในขณะที่ “เทสโต” ภายใต้เครือเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) เลือกใช้กลยุทธ์ที่เน้นความจัดจ้านแบบโลคอล เจาะผู้บริโภคกลุ่มแมส ควบคู่กับการหนีการแข่งขันในรสชาติสแตนดาร์ด มุ่งสู่กลุ่มรสชาติฟิวชันที่แปลกใหม่และเป็นกระแส เช่น รสปลาร้า หรือ รสปูผัดผงกะหรี่ เพื่อสร้างความแตกต่างอย่างชัดเจน
อีกจุดแข็งสำคัญของเทสโต คือการยึดครองพื้นที่ขายผ่านการใช้ประโยชน์จากการทำงานร่วมกันในเครือ BJC อย่างห้างบิ๊กซี (Big C) ทั่วประเทศ ด้วยการทำโปรโมชั่นที่เข้าถึงได้ง่าย และยังมีการปรับพอร์ตสินค้ากลุ่มแผ่นหยักและแผ่นเรียบให้ตอบโจทย์ทุกความชอบอยู่เสมอ
ส่วนของเกมการตลาดในช่วงหนึ่งถึงสองปีที่ผ่านมา เลย์ เลือกเจาะกลุ่มวัยรุ่นที่ตามเทรนด์และฐานแฟนคลับ T-Pop รวมถึงซีรีส์วายไปพร้อมกัน ด้วยการดึงคู่จิ้นและศิลปินตัวท็อปอย่าง “พีพี – บิวกิ้น” หรือ “นนท์ ธนนท์” มาเป็นพรีเซนเตอร์หลักในการจัดแคมเปญมิวสิกมาร์เก็ตติ้งและเปิดตัวสินค้ารสชาติใหม่
ทางฝั่ง เทสโต ก็มีการดึงศิลปินขวัญใจคนรุ่นใหม่และนักแสดงยอดฮิตอย่างวง “Paper Planes” (ฮาย-เซน) ขวัญใจวัยรุ่นฟันน้ำนม รวมถึงนักแสดงสายวายและศิลปินตัวท็อปอย่าง “ออฟ-จุมพล” และ “วี-วิโอเลต” มานั่งแท่นพรีเซนเตอร์ให้กับสินค้าหลักของแบรนด์ หวังใช้กระแสความนิยมเจาะฐานแฟนคลับในไทย พร้อมสร้างแรงกระเพื่อมให้แบรนด์กลับมาอยู่ในสปอตไลท์และขยายฐานลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นให้กว้างขึ้น
ความเคลื่อนไหวของสองแบรนด์ผู้ขับเคลื่อนตลาด สะท้อนชัดเจนว่าหลังจากนี้ เพื่อให้การทำการตลาดมีประสิทธิภาพสูงสุด ตลาดมันฝรั่งทอดกรอบจะตั้งอยู่บนการแข่งขันในสนาม Functional Benefit (รสชาติและนวัตกรรมแพ็กเกจ) ที่นำเสนอคู่กับ Emotional Benefit (ความสนุกและพลังแฟนด้อม) และจะผลักดันให้ตลาดขยายตัวแตะ 18,000 ล้านบาทได้ในปีนี้
