เกิดไวรัลหนึ่งขึ้นในประเทศจีนหลังมีภาพพิพิธภัณฑ์สุสานโจโฉในเมืองอันหยาง มณฑลเหอหนาน ประเทศจีน ขุนศึกผู้ยิ่งใหญ่ในยุคสามก๊กถูกผู้คนนำไอบูโพรเฟนไปวางถวายเต็มสุสานในช่วงเทศกาลชิงหมิงหรือวันเชงเม้ง เปลี่ยนธรรมเนียมจากถวายดอกไม้และธูป

ภาพของกล่องไอบูโพรเฟนเรียงซ้อนกันจนเป็นกำแพงกล่องยาเต็มโต๊ะบูชา เป็นการแสดงความเคารพที่ดูแปลกตาไม่น้อย

ฟังดูเหมือนเรื่องตลก แต่มีที่มาที่ไป ไวรัลนี้มาจากบันทึกประวัติศาสตร์ที่ระบุไว้ว่าผู้นำสามก๊กท่านนี้มีอาการปวดหัวเรื้อรัง อาการของเขาเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ผู้ที่เคยอ่านบันทึกสามก๊ก และนักโบราณคดีสมัยใหม่บางคนเสนอว่าเขาอาจมีโรคทางทันตกรรมที่ทำให้เกิดอาการปวดเส้นประสาท

ข้อมูลดังกล่าวแพร่กระจายไปทั่วโลกออนไลน์ จนชาวเน็ตนำสิ่งของอันไม่คาดคิดมาถวาย อย่างไอบูโพรเฟนทุกยี่ห้อ เพราะกังวลว่ายี่ห้อใดอาจใช้ไม่ได้ผล หรืออาจเกิดการดื้อยาจากการกินยาชนิดเดิมบ่อยเกินไป ผู้เยี่ยมชมสุสาน Gen Z จึงมักนำยาแก้ปวดและแปะข้อความมาด้วยว่า “ปวดหัวอีกแล้ว ลองอันนี้ดู” หรือบางคนก็เขียนข้อความสุดฮาไว้ว่า “ข้าพเจ้าได้ทดสอบยานี้แก่ท่านเสนาบดีแล้ว” ซึ่งเป็นการล้อเลียนถึงนิสัยขี้ระแวงของโจโฉอย่างสนุกสนาน

การถวายยาไอบูโพรเฟนที่สุสานของขุนศึกดังแห่งสามก๊กกลายเป็นไวรัลในช่วงเทศกาลชิงหมิง เป็นการกระทำที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ผู้เยี่ยมชมบางคนถึงกับกล่าวว่า ที่สุสานมีคอลเลกชันยาไอบูโพรเฟนครบถ้วนทุกชนิดที่สุดในจีน

วันเชงเม้งคนรุ่นใหม่หันไปไหว้บุคคลทางประวัติศาสตร์

วันเชงเม้งเป็นวันหยุดตามประเพณีของชาวจีนที่ครอบครัวจะไปเยี่ยมสุสานบรรพบุรุษเพื่อทำความสะอาดและถวายสิ่งของต่าง ๆ พร้อมทั้งเผาเครื่องบูชาจากกระดาษ เช่น เงินผี แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเพณีนี้ได้พัฒนาไปสู่สิ่งที่มีความเป็นปัจเจกมากขึ้น ลูกหลานรุ่นใหม่หลายคนได้นำของขวัญสมัยใหม่มา บางครั้งก็มีกระดาษเผาที่เป็นแบบจำลองอิเล็กทรอนิกส์ แล็ปท็อป สมาร์ตโฟน รถยนต์ไฟฟ้า

Gen Z บางส่วนได้ขยายธรรมเนียมปฏิบัตินี้ไปยังสุสานของบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ ในบรรดาสิ่งของที่หนุ่มสาวชาวจีนนำไปวางไว้ที่สุสานของบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ แต่ละชิ้นมักเชื่อมโยงกับตำนาน เรื่องราวแปลก ๆ หรือเรื่องตลกที่เล่าต่อ ๆ กันมา

ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกระตือรือร้นของคนหนุ่มสาวที่มีต่อประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมจีน ผู้คนหันมาให้ความสนใจในประวัติศาสตร์อีกครั้ง ผ่านแนวคิดแบบชมรมแฟนคลับ นี่เป็นวิธีการแสดงความชื่นชมต่อบุคคลในสมัยโบราณในรูปแบบการแสดงออกที่ไม่เหมือนใคร

ธรรมเนียมนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สุสานของโจโฉเท่านั้น บุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์คนอื่น ๆ ก็ได้รับการถวายสิ่งของที่ไม่ธรรมดาเช่นกัน อย่างที่สุสานของหลี่ไป๋ กวีสมัยราชวงศ์ถังซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความชื่นชอบสุรา ผู้มาสักการะก็มักนำขวดเหล้าเหมาไถ รวมถึงเบียร์คราฟต์และสุรานำเข้ามาวางไว้ด้วย

หรือจะเป็นที่สุสานของจาง จูเจิ้ง นักปฏิรูปแห่งราชวงศ์หมิง เพราะตามตำนานเล่าว่า เขาต้องทนทุกข์ทรมานอย่างหนักจากโรคริดสีดวงทวาร ซึ่งลือกันว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาเสียชีวิตเร็ว ผู้คนจึงซื้อ ‘หม่าอิงหลง’ ซึ่งเป็นยารักษาโรคริดสีดวงทวารอันเป็นที่รู้จักกันดีที่สุดในจีน เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อความทุกข์ทรมานของเขาในรูปแบบที่เข้าใจได้ในปัจจุบัน

ส่วนที่สุสานของฮั่ว ฉู่ปิง แม่ทัพแห่งราชวงศ์ฮั่นตะวันตก ซึ่งเสียชีวิตเมื่ออายุ 23 ปี จะว่าไปแล้วก็นับเป็นคนรุ่นเดียวกับ Gen Z ในประเทศจีนปัจจุบัน ผู้มาสักการะได้นำขนมมันฝรั่งทอดกรอบ ขนมขบเคี้ยวรสเผ็ด และช็อกโกแลตมาวางไว้ เพราะการเสียชีวิตทั้งที่อายุยังน้อยอาจทำให้เขายังไม่เคยได้ลิ้มรสขนมสุดอร่อยพวกนี้

ขณะที่ในมณฑลฉานซี สุสานของจูกัดเหลียง อัครมหาเสนาบดีผู้ปราดเปรื่องแห่งอาณาจักรฉู่ฮั่นในยุคสามก๊ก นักยุทธศาสตร์ผู้อุทิศชีวิตฟื้นฟูราชวงศ์ฮั่น ตามประวัติเขาพยายามเดินทางไปยังฉางอาน เมืองหลวงของฝ่ายศัตรูแต่ไม่สำเร็จสักครั้ง เพื่อช่วยให้เขาบรรลุความฝันที่รอคอยมานานในการยกทัพขึ้นเหนือเพื่อต่อต้านทายาทของโจโฉ ผู้คนจึงได้นำตั๋วรถไฟความเร็วสูงจากเฉิงตูไปซีอานไปวางไว้ พร้อมด้วยเขียนข้อความว่า “ท่านนายกรัฐมนตรี ตอนนี้ใช้เวลาเพียงสามชั่วโมงก็ถึงฉางอานแล้วนะ”

ด้านมณฑลอานฮุยทางตะวันออก มีเรือบรรทุกเครื่องบินจำลองอยู่ที่สุสานของโจวหยู แม่ทัพอีกท่านหนึ่งในยุคสามก๊กที่ได้รับการยกย่องในด้านชัยชนะทางทะเล

ปรากฏการณ์นี้ยังได้ขยายไปถึงลอนดอน ณ หลุมศพของคาร์ล มาร์กซ์ นักท่องเที่ยวชาวจีนคนหนึ่งได้นำตุ๊กตาลาบูบู้มาวางไว้ เพราะเขาคือบิดาแห่งลัทธิสังคมนิยม ซึ่งสมควรได้รับรสชาติของลัทธิบริโภคนิยมสมัยใหม่เช่นกัน

แม้รู้ดีว่าของที่นำไปถวายอาจถูกเก็บในไม่ช้า แต่พวกเขาถือว่าทันทีที่ของสักการะไปถึงสุสาน ความเคารพก็ถูกส่งไปถึงแล้ว

สิ่งของที่นำมาถวายได้รับความสนใจมากขึ้นหลังจากวิดีโอของนักเดินทางหนุ่มสาวถ่ายภาพพบยาแก้ปวดที่หลุมศพของโจโฉ คลิปนั้นได้รับยอดไลก์มากกว่า 240,000 ครั้งบน Douyin ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันคล้าย TikTok ของจีน จากนั้นเจ้าของคลิปทั้งคู่ก็เดินไปยังหลุมศพของฮวาถัว แพทย์ที่กล่าวกันว่าเคยรักษาโจโฉ และทิ้งหนังสือเตรียมสอบทางการแพทย์ไว้ด้วย

ทั้งยอดขายยาแก้ปวดไอบูโพรเฟน หม่าอิงหลง ตั๋วรถไฟความเร็วสูง เหมาไถ เหล้าบ๊วย เบียร์คราฟต์ สุรานำเข้า มันฝรั่งทอดกรอบ และขนมขบเคี้ยวรสเผ็ด สินค้าเหล่านี้ได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้จ่ายในวันเชงเม้งจีนไปอย่างสิ้นเชิง

โดยปกติแล้ว สินค้าขายดีในเทศกาลชิงหมิงล้วนมาจากการอ้างอิงเดิมในพิธีกรรมเคร่งครัด ทั้งธูป เครื่องบูชาที่ทำจากกระดาษ ของไหว้ตามหลัก แต่ปัจจุบันคนหนุ่มสาวได้เปลี่ยนขนบธรรมเนียมนั้นไป ของถวายไม่จำเป็นต้องเหมือนประเพณีดั้งเดิม แต่ต้องรู้สึกถึงความจริงใจ

ถอดบทเรียนน่าสนใจ ประเทศไทยตามรอยได้

ในอดีต บุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์มักถูกยกย่องให้เป็นบุคคลต้นแบบไร้ที่ติ เป็นสัญลักษณ์ที่ควรค่าแก่การชื่นชม แต่ยุคปัจจุบันคนรุ่นใหม่ไม่มองเช่นนั้น ทุกคนเข้าใจถึงความไม่สมบูรณ์แบบ และเข้าใจได้ว่ามนุษย์ทุกคนไม่มีใครสมบูรณ์พร้อม Gen Z สามารถมองโจโฉในฐานะผู้ป่วยไมเกรนก็ได้ มองจูกัดเหลียงในฐานะผู้จัดการโครงการที่หมกมุ่นอยู่กับการไล่ตามเป้าหมายที่เป็นไปไม่ได้ก็ได้

การมองเช่นนี้ช่วยให้บุคคลในประวัติศาสตร์โบราณไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ที่เข้าถึงไม่ได้อีกต่อไป แต่กลายเป็นบุคคลที่มีเลือดเนื้อ มีความรู้สึก ความเจ็บปวด และความเสียใจ ช่วยให้คนรู้สึกใกล้ชิด และมีส่วนร่วมกับประวัติศาสตร์ในแง่มุมปัจเจกบุคคล บน Weibo เพียงอย่างเดียวก็มีโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มากมาย ยอดวิวมากกว่า 28 ล้านครั้ง

ซึ่งในช่วงเทศกาล พิพิธภัณฑ์ในจีนเหล่านี้ก็ได้อาศัยความไวรัล จัดกิจกรรมตามธีมต่าง ๆ มากมาย เช่น การเสวนาของนักวิชาการเกี่ยวกับยุคสามก๊ก กิจกรรมเขียนจดหมายถึงโจโฉ กิจกรรมถ่ายภาพในชุดแต่งกายย้อนยุค

สำหรับสถานที่บุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ หรือแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าที่กำลังเงียบเหงา สามารถเปลี่ยนจากการจัดแสดงที่ล้าสมัยและบทพูดอันจำเจ แล้วหันมาสร้างความรู้สึกร่วม ครีเอทีฟให้สุด ๆ เพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ เปลี่ยนพลวัตการเล่าประวัติศาสตร์ให้เป็นความผูกพันทางอารมณ์ ผลักดันให้กลายเป็นมูลค่าเชิงพาณิชย์ เปลี่ยนสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่เงียบเหงาให้กลายเป็นตัวขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจในท้องถิ่น โดยไม่ลดทอนความหมายทางวัฒนธรรมของสถานที่เหล่านั้น

สถานที่ทางประวัติศาสตร์จะไม่ใช่แค่สถานที่ที่ผู้คนมาเยี่ยมชมอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นสถานที่ที่ผู้คนอยากจะกลับมาซ้ำแล้วซ้ำอีก

แบรนด์ได้เรียนรู้อะไร

สำหรับแบรนด์และธุรกิจต่าง ๆ ปรากฏการณ์นี้เป็นสิ่งที่น่าจับตามอง เนื่องจากสะท้อนการบริโภคทางวัฒนธรรมกำลังเปลี่ยนจากเรื่องราวใหญ่โตไปสู่สิ่งที่ใกล้ชิดมากขึ้น ความยิ่งใหญ่ไม่ได้ถูกยกย่องเพราะความห่างไกลอีกต่อไป

ตามรายงานอย่างเป็นทางการของพิพิธภัณฑ์ ระบุว่า ภายในสิ้นปี 2025 พิพิธภัณฑ์ได้สะสมยาแก้ปวด 776 กล่อง เหล้าตู้กัง 103 ขวด เหล้าบ๊วย 262 ขวด สุราอื่น ๆ 196 ขวด และจดหมายที่เขียนด้วยลายมือ 2,492 ฉบับ เจ้าหน้าที่ไม่ได้นำไปทิ้ง แต่จัดตู้จัดแสดงเฉพาะ และติดจดหมายขอบคุณที่เขียนด้วยน้ำเสียงของโจโฉไว้ด้วย

ไวรัลไอบูโพรเฟนที่สุสานของโจโฉเผยให้เห็นเทรนด์การบริโภคที่ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ของชาวจีน แบรนด์สามารถเข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่ได้ด้วยอารมณ์ขันและความเป็นกันเอง

สำหรับคนหนุ่มสาวชาวจีนจำนวนมาก นี่ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว แต่เป็นตัวแทนของการเปลี่ยนแปลงจากการเรียนแบบท่องจำ ไปสู่การมีส่วนร่วมกับประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้ง มีอารมณ์และความรู้สึกมากขึ้น เปลี่ยนสัญลักษณ์ในตำราเรียนให้กลายเป็นมนุษย์มากขึ้น


อ้างอิง : Weibo, jing daily, xiaohongshu, douyin, globaltimes, citynewsservice, sixthtone, radiimedia, chinadaily, Ihenan,