หนังสือเด็กเปรียบเสมือนวิตามินของบ้านที่มีส่วนสำคัญในการเปิดโลกใบใหม่และสร้างสายใยความผูกพันของครอบครัวกับลูกหลานปฐมวัย
| ตลาดหนังสือเด็ก 2 พันล้าน นิทาน-หนังสือภาพไม่มีวันตาย
เพราะมากกว่าตัวอักษรคือเวลาของเรา |
||
| ปี พ.ศ. | มูลค่าตลาดหนังสือในไทย | มูลค่าตลาดหนังสือเด็กในไทย |
| 2564 | 13,000 | 1,300 |
| 2565 | 15,000 | 1,500 |
| 2566 | 17,000 | 1,700 |
| 2567 | 17,000 | 1,700 |
| 2568 | 20,000 | 2,000 |
| 2569 (คาดการณ์) | 21,000 | 2,100 |
| หน่วยมูลค่าตลาด: ล้านบาท | ||
| มูลค่าตลาดหนังสือเด็กในไทย เฉลี่ยอยู่ที่ราว 10% ของตลาดรวม | พิมพ์ปกใหม่ราว 200 ปกต่อปี คิดเป็นโลคอลคอนเทนต์ 70% ซื้อลิขสิทธิ์จากต่างประเทศ 30% | |
| สัดส่วนมูลค่าตลาดหนังสือเด็กในไทย | นิทานและหนังสือภาพ 90% / หนังสือสื่อผสม 8% / หนังสือป๊อปอัพ 2% | |
| ที่มา: Marketeer รวบรวม มูลค่าตลาดหนังสือ อ้างอิง สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย มูลค่าตลาดหนังสือเด็ก อ้างอิง สำนักพิมพ์แปลน ฟอร์ คิดส์ / กันยายน 2569 | ||
คุณริสรวล อร่ามเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แปลน ฟอร์ คิดส์ จำกัด สำนักพิมพ์หนังสือเด็กที่อยู่ในตลาดมา 30 ปี กล่าวว่า พ่อแม่ถือเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในการปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้แก่ลูกตั้งแต่ปฐมวัย
หนังสือเด็กยังเป็นสื่อที่สำคัญ และเข้าถึงง่ายที่สุดสำหรับใช้สร้างกิจกรรมร่วมกันของครอบครัวกับลูกหลานปฐมวัย เด็กได้ยินเสียงพ่อแม่เล่านิทานให้ฟังตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์ ตลอดจนยังช่วยส่งเสริมการใช้ภาษา การเรียนรู้แง่มุมต่าง ๆ ของชีวิตผ่านเรื่องราวของหนังสือ
ทิศทางของผู้บริโภคในยุคดิจิทัลพบว่า แม้เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาท ทว่าเสน่ห์ของหนังสือเล่มสำหรับเด็กยังคงเป็นสิ่งล้ำค่าที่หน้าจอไม่อาจแทนที่ได้ เนื่องจากการอ่านหนังสือเล่มช่วยสร้างสมาธิและกระบวนการคิด
ในอดีตช่วง 10 ปีที่แล้ว แปลน ฟอร์ คิดส์ เคยทดลองทำตลาดอีบุ๊กผ่านแอปพลิเคชัน ‘Happy Time Story’ ในรูปแบบบอกรับสมาชิก แต่กลับไม่ได้รับผลตอบรับที่ดีเท่าที่ควร
เนื่องจากพ่อแม่ผู้ปกครองปฏิเสธการให้เด็กเล็กมองหน้าจอ ยิ่งในยุคที่เทคโนโลยีเอไอเข้ามามีบทบาท ทักษะสำคัญของมนุษย์ที่จะช่วยให้รู้เท่าทันคือการเล่าเรื่อง การอ่านหนังสือเล่มจึงเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนอย่างต่อเนื่องเหมือนการออกกำลังกาย เพื่อเป็นรากฐานในการใช้เอไออย่างฉลาดและไม่ถูกชักจูงด้วยข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง
รวมถึงการดำเนินโครงการนิทานเพื่อนรักที่ยาวนานกว่า 25 ปี ในการจัดส่งนิทานและคู่มือกิจกรรมให้แก่โรงเรียนสมาชิกเป็นประจำทุกเดือน เพื่อให้เด็กทุกคนเข้าถึงนิทานคุณภาพในราคาประหยัด
อย่างไรก็ตาม ตลาดหนังสือเด็กยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ทั้งจากปัญหาสังคมสูงวัย ซึ่งส่งผลให้กำลังซื้อลดลงตามไปด้วย
ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์หนังสือบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เพิ่มสูงขึ้น ตลอดจนความผันผวนของอุตสาหกรรมกระดาษทั่วโลก ทำให้ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ทั้งนี้ แม้ไทยกำลังเผชิญสถานการณ์อัตราการเกิดของประชากรที่ลดลง แต่เทรนด์คนรุ่นใหม่ที่เลือกมีลูกคนเดียว หรือสร้างครอบครัวขนาดเล็กลง ก็ยังส่งเสริมให้มีการใช้จ่ายเพื่อลูกหลานได้ในมูลค่าที่สูงขึ้น
สำนักพิมพ์หนังสือเด็กก็ต้องมุ่งสร้างการรับรู้ด้วยการนำเสนออีเวนต์ออนกราวด์ที่ส่งเสริมประสบการณ์ใหม่ ๆ
อย่างของแปลน ฟอร์ คิดส์ ก็มีการนำคาแรคเตอร์ขวัญใจนักอ่านในหนังสือนิทานมาร่วมอีเวนต์ในรูปแบบมาสคอตในพื้นที่กลุ่มเป้าหมาย อย่างเช่น งานหนังสือ, ศูนย์การค้าย่านชานเมือง ทั้งพัฒนาพื้นที่ขายให้เป็นเพลย์กราวด์สำหรับการเรียนรู้
หรือการจัดหาสำนักพิมพ์ไทยเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน ‘Big Bad Wolf Books 2026’ เทศกาลหนังสือภาษาอังกฤษจากประเทศมาเลเซียที่ปัจจุบันขยายการจัดงานไปยังกว่า 10 ประเทศ โดย ‘ไทย’ นับเป็นตลาดสำคัญของการจัดงาน
คุณแจ็คเกอลีน อึ๊ง ผู้ร่วมก่อตั้ง Big Bad Wolf Books กล่าวว่า ปีนี้ยังนับป็นการฉลองครบรอบ 10 ปี ของการจัดงานในประเทศไทยนับตั้งแต่เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อปี 2016 ปีนี้จึงได้เตรียมเปลี่ยนพื้นที่กว่า 60,000 ตารางฟุต บนพื้นที่ 2 ชั้นของ Platinum POP ราชประสงค์ ตรงข้ามเซ็นทรัลเวิลด์ (The Market Bangkok เดิม)
งานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 ถึง 13 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ไปจนถึงเที่ยงคืน เพื่อรองรับผู้ที่เดินทางมาหลังเลิกงานและอำนวยความสะดวกให้ผู้ที่มาจากต่างจังหวัด ภายในงานมีการขนกองทัพหนังสือมากกว่า 1 ล้านเล่มจากสำนักพิมพ์ชั้นนำกว่า 40 แห่งมาลดราคาสูงสุดถึง 95% พร้อมไฮไลต์พิเศษคือการเปิดโซน Clearance Section เป็นครั้งแรก โดยราคาเริ่มต้นเพียง 20 บาทเท่านั้น
ไฮไลท์ของงานยังคงเป็น ‘หนังสือเด็ก’ ที่มีหลากหลายหมวดให้เลือก ไม่ว่าจะเป็น หนังสือภาพ นิทาน หนังสือสื่อผสม หนังสือป๊อปอัป
นอกจากนั้น ยังมีความหลากหลายของหนังสือกลุ่ม นวนิยาย, นอนฟิกชั่น, ฮาวทู, หนังสือขายดีปกภาษาอังกฤษ และมีหลายเล่มที่ยังไม่ได้แปลเป็นภาษาไทย โดยเฉพาะสัดส่วนหนังสือนิยายในงานที่เติบโตขึ้นเกือบเท่าตัว สะท้อนให้เห็นถึงพลังของกลุ่มนักอ่านรุ่นใหม่ที่เติบโตมาพร้อมกับงานตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
