เมโลดี้ ชู และ จิง หลิว สองเซียนเทคชาวจีนที่เคยทำงานกับบริษัทเทคดังๆ มาแล้ว ได้จับมือกันสร้าง ซูเปอร์โพส (Superpose) แอปการันตีภาพสวย 

ซึ่งเอไอจะมาทำหน้าที่เป็นโค้ชส่วนตัว ช่วยแนะนำท่าทางการโพสรูปให้ผู้ใช้งานอย่างมืออาชีพ 

ตัวแอปใช้งานง่าย เพียงแค่ผู้ใช้ถ่ายภาพเซลฟีของตัวเองหรือถ่ายภาพเพื่อน เอไอจะทำการประมวลผลและแนะนำ 4 ท่าโพสสุดเป๊ะ ออกมาให้เลือก 

แม้บางท่าอาจดูเกินจริง หรือภาพที่เจนมาได้อาจแปลกตาไปบ้าง แต่ผู้ใช้สามารถบันทึกท่าโพสที่ชอบเก็บไว้ 

หรือใช้ฟีเจอร์ Match-Pose เพื่อจัดวางตำแหน่งร่างกายของตัวเองในเฟรมกล้องตามแนวทางที่เอไอแนะนำได้ทันที 

เมโลดี้ ชู หนึ่งในสองผู้คิดค้นและพัฒนาแอปนี้เผยว่า ได้ไอเดียสร้างแอปมาจากชีวิตประจำวัน เพราะสามีถ่ายรูปไม่ถูกใจเสียทีจนเกือบๆ จะกลายเป็นปัญหาในชีวิตคู่ 

นี่ทำให้เธอคิดว่าการนำเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์วิชัน กับ เจนเนอเรทีฟ เอไอ อาจแก้ไขเรื่องนี้ได้ ซึ่งจะช่วยให้ปัญหาถ่ายรูปไม่สวยหรือไม่ถูกใจแฟนเสียทีหมดไป 

เธอยังเผยด้วยว่า มุ่งเป็นแอปสอนทักษะถ่ายภาพหรือการโพสท่าสำหรับการถ่ายรูปบุคคล (Portrait) ที่ดีที่สุด ผ่านการนำทางของเอไอ 

โดยบริษัทไม่มีแผนจะทำระบบสร้างพื้นหลังหรือสร้างภาพแฟนตาซีดูฟรุ้งฟริ้ง แต่จะโฟกัสที่ภาพถ่ายในชีวิตจริงเท่านั้น 

ส่วนเรื่องที่ท่าโพสบางท่าที่เอไอแนะนำอาจดูแปลกๆ ไปบ้าง เมโลดี้ ชู ก็ยอมรับ แต่ก็กำลังเร่งพัฒนาและปรับปรุงสไตล์การเจนภาพ การปรับแต่งให้เข้ากับแต่ละคน รวมถึงเทคนิคการแนะนำท่าทางให้กับผู้ใช้ผ่านวิวไฟน์เดอร์ ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น 

สำหรับ ซูเปอร์โพส เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกรกฎาคม และมียอดดาวน์โหลดแล้วกว่า 22,000 ครั้ง โดยผู้ใช้งานได้สร้างท่าโพสผ่านระบบเอไอไปแล้วรวมกว่า 190,000 ท่า แต่ยังมีให้ดาวน์โหลดเฉพาะในแอปสโตร์เท่านั้น 

โดยผู้ใช้สามารถเจนภาพท่าโพสได้ฟรีวันละ 5 ครั้ง และสามารถซื้อโควตาเพิ่มได้ในราคา 2.99 ดอลลาร์ (ประมาณ 100 บาท) สำหรับ 5 ท่าโพส หรือ 9.99 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 330 บาท) สำหรับ 20 ท่าโพส 

ส่วนที่มาที่ไปของแอปซูเปอร์โพส ไม่ได้เกิดจากปัญหาถ่ายภาพให้แฟนไม่สวยเท่านั้น แต่ยังมาจากประสบการณ์ทำงานของสองผู้คิดค้นแอปด้วย 

เมโลดี้ ชู เคยผ่านงานด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ในบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่มาแล้วมากมาย ทั้ง เมต้า โรบล็อกซ์ สแลก และ ติ๊กตอก 

ส่วน จิง หลิว ก็เป็นวิศวกรยุคบุกเบิกของสตาร์ทอัพด้านการสแกนใบหน้าแบบ 3 มิติ และต่อมาได้ดูแลด้านโมเดลภาพและวิดีโอให้กับติ๊กตอก 

โดยหลังเปิดตัว ก็มีบริษัทเทคหลายแห่งรวมไปถึง เหม่ยตู้ (Meitu) บริษัทพัฒนาแอปเซลฟีและสมาร์ทโฟนชื่อดังจากจีนให้ความสนใจ จนสามารถระดมทุนได้แล้ว 2.2 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 73 ล้านบาท) 

ทั้งนี้ ตลาดเทคโนโลยีการปรับแต่งหรือสร้างภาพด้วยเอไอ (AI Image Generation) รวมไปถึงการใช้เอไอมาสอนทักษะการถ่ายภาพให้กับผู้คนกำลังเติบโต 

เมื่อปี 2025 กูเกิลเปิดตัวฟีเจอร์ คาเมร่า โค้ช บนสมาร์ทโฟน พิกเซล เพื่อแนะนำผู้ใช้เรื่องการจัดองค์ประกอบภาพ 

ขณะที่ อะโดบี ได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ในแอปกล้องทดลอง เพื่อให้เอไอช่วยวิจารณ์รูปถ่ายพร้อมแนะนำจุดที่ควรปรับปรุงก่อนกดชัตเตอร์ 

ความนิยมของแอปที่นำเอไอมาสอนทักษะการถ่ายภาพหรือเจนภาพแบบง่ายๆและทันใจ ทำให้ตลาดแอปกลุ่มนี้เติบโต 

มีการคาดการณ์ว่าเมื่อถึงปี 2028 มูลค่าตลาดการเจนภาพทั่วโลกจะเพิ่มเป็น 640 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 21,200 ล้านบาท) ด้วยอัตราเติบโต 15% ต่อปี และเอเชีย-แปซิฟิก เป็นโซนที่โตเร็วสุด 

มี 5 ปัจจัยบวกที่ผลักดันการเติบโตของตลาดเจนภาพ โดยปัจจัยแรกคือ ความสามารถด้านภาพของเอไอที่มีมากขึ้น 

ปัจจัยบวกข้อต่อมาคือ ความต้องการอวดภาพที่ถ่ายได้ของผู้คนบนสื่อโซเชียลที่ยังไม่หมดไป 

โดยมีการพึ่งพาแอปกลุ่มนี้ของบรรดาอินฟลูเอนเซอร์และพ่อค้า-แม่ค้าออนไลน์ จนเกิดการใช้เป็นประจำ เป็นปัจจัยบวกข้อที่ 3 

ปัจจัยบวกข้อที่ 4 คือ กล้องในสมาร์ตโฟนที่ยังพัฒนาต่อเนื่อง และปิดท้ายด้วย ปัจจัยบวกข้อที่ 5 นั่นคือ สมาร์ตโฟนพร้อมกล้องรุ่นที่ราคาเข้าถึงได้

ยังคงมีออกมาอย่างต่อเนื่องและขายดีในกลุ่มประเทศแถบอาเซียนและอเมริกาใต้ / techcrunch