“คลองเตย” เป็นหนึ่งในเขตของกรุงเทพฯ ที่มีความพิเศษเฉพาะตัว และมีความแตกต่างกันสุดขั้วสูงมาก

เป็นเขตที่รวมทุกความแตกต่างไว้อยู่ในที่เดียวกัน ตั้งแต่ชุมชนเก่าแก่ ตลาดสด ท่าเรือ ศูนย์กลางอีเวนต์ ห้างหรู ไปจนถึงพื้นที่สีเขียว

ทั้งหมดนี้อยู่ในพื้นที่ห่างกันแค่ไม่กี่กิโลเมตร

ด้วยความเป็นแหล่งรวมความหลากหลายทางเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับรากหญ้าไปจนถึงไฮเอนด์ ทำให้คลองเตยเป็นเหมือนจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของเมืองหลวงที่ทุกภาคส่วนต่างจับตามอง

ย้อนกลับไปในอดีต เดิมทีพื้นที่นี้เป็นท้องนา สวน และคลอง มีต้นเตยขึ้นอยู่จำนวนมาก เป็นที่มาของชื่อ “คลองเตย”

จุดเปลี่ยนแรกของย่านนี้ คือการเปิดดำเนินกิจการ “การท่าเรือ” ในปี พ.ศ. 2490 เป็นจุดเริ่มต้นให้ชุมชนขยายตัวตามการเติบโตของกิจกรรมท่าเรือ

เมื่อกางแผนที่ดู จะพบว่าคลองเตยมีขอบเขตพื้นที่ที่น่าสนใจมาก

ฝั่งเหนือและตะวันออก ยาวไปสุดที่ถนนสุขุมวิท ติดกับเขตวัฒนาและพระโขนง

ฝั่งใต้เป็นแม่น้ำเจ้าพระยา ข้ามฟากไปคือคุ้งบางกระเจ้า

ส่วนฝั่งตะวันตกเชื่อมต่อกับเขตเศรษฐกิจสำคัญอย่างสาทรและปทุมวัน

มีถนนพระราม 4 เป็นแกนหลัก เชื่อมจากย่าน CBD ใจกลางเมืองอย่างสามย่านและลุมพินี พร้อมมีทางด่วนพาดผ่าน

มีถนนย่อยอีกหลายสาย เช่น ถนนสุนทรโกษา และอีกหลายซอยที่เชื่อมกับถนนสุขุมวิท อีกทั้งมีรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ทำให้เชื่อมต่อการเดินทางได้ทุกทิศ

ประเด็นที่น่าสนใจสำหรับสถานที่ตั้ง คือ ในทางภูมิศาสตร์และศาสตร์ฮวงจุ้ย (ตามความเชื่อของแต่ละบุคคล) มีบางคนยกให้ทำเลคลองเตยเป็น “ท้องมังกร”

เพราะมีช่วงโค้งของแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งตามความเชื่อมองว่าเป็นแหล่งสะสมพลังงานที่ดี ช่วยสะสมความมั่งคั่งและความเจริญรุ่งเรือง เหมาะกับการค้าขายและทำธุรกิจ

ในกรุงเทพฯ มีทำเลที่ได้ชื่อว่าเป็นท้องมังกรระดับนี้อยู่เพียงไม่กี่แห่ง เช่น คลองสาน พระราม 3 และเกาะรัตนโกสินทร์

ด้วยภาพรวมแบบนี้ คลองเตยจึงเป็นแหล่งรวมเศรษฐกิจหลายรูปแบบ และหลายระดับ อยู่ในพื้นที่เดียวกัน แบ่งเป็นหมวดใหญ่ๆ ได้ประมาณ 5 หมวด

เศรษฐกิจแรก คือศูนย์กลางโลจิสติกส์ จากการเป็นที่ตั้งของท่าเรือ และมีหน่วยงานต่างๆ เช่น กรมศุลกากร ทำให้มีทั้งคนทำงานและรถบรรทุกสัญจรอยู่ในย่านนี้ตลอดวัน

เศรษฐกิจที่สอง คือระดับชุมชน เพราะเป็นเขตที่มีความหนาแน่นสูง มีแหล่งที่อยู่อาศัยกระจายอยู่หลายจุด

มีแหล่งค้าขายชุมชนอย่าง “ตลาดสดคลองเตย” ที่เป็นตลาดสดใหญ่ที่สุดในกทม. และ “ตลาดปีนัง” ที่ขึ้นชื่อเรื่องสินค้านำเข้าจากจีน มาเลเซีย และภาคใต้ของไทย

เศรษฐกิจที่สาม คืออาคารสำนักงาน เป็นแหล่งรวมสำนักงานและบริษัทเอกชนมากมาย มีหลายตึกที่อยู่คู่ย่านมานาน คนจดจำได้ดี

เช่น “ตึกมาลีนนท์” ที่ตั้งของทีวีช่อง 3 “บางกอกโพสต์” เครือสื่อสิ่งพิมพ์เก่าแก่ของไทย “ล็อกซ์เลย์” ธุรกิจเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 80 ปี

ไปจนถึงตึกยุคใหม่อย่าง “เอฟวายไอ เซ็นเตอร์” และ “เดอะ ปาร์ค” ที่กลายเป็นแหล่งรวมบริษัทหลายแห่งในปัจจุบัน

เศรษฐกิจที่สี่ คือห้างหรูระดับไฮเอนด์ ที่แม้จะอยู่ฝั่งถนนสุขุมวิท แต่พื้นที่ยังอยู่ในเขตคลองเตย เช่น “เกทเวย์ เอกมัย” “เอ็มสเฟียร์” และ “เอ็มโพเรียม” ยังไม่นับรวมคอมมูนิตี้มอลล์ย่อมๆ อีกหลายจุดที่กระจายอยู่ทั่วเขต

และเศรษฐกิจที่ห้า คือแหล่งรวมด้านอีเวนต์ ด้วยแม่เหล็กใหญ่อย่าง “ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์” ที่ดึงคนเข้าพื้นที่ได้จำนวนมากด้วยงานที่หมุนเวียนมาลงตลอดทั้งปี

ข้างกันยังมี “สวนเบญจกิติ” เป็นแลนด์มาร์คที่อยู่คู่กัน

นอกจากนี้ยังมีอีเวนต์กีฬา จากทีมระดับตำนานอย่าง “การท่าเรือ เอฟซี” ซึ่งมีทั้งประเภทฟุตบอลสนามใหญ่ และฟุตซอล  ตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้กัน

ด้วยภาพรวมเศรษฐกิจที่ทรงพลัง และความหอมหวานของการเป็น “ทำเลทองใจกลางเมือง” ทำให้มีประเด็นใหญ่ที่พูดถึงกันมานานหลายยุคหลายสมัย คือ “แผนพัฒนาที่ดินคลองเตย”

ใจกลางของเรื่องนี้ คือ ที่ดินขนาดใหญ่ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ที่มีเนื้อที่รวมกว่า 2,300 ไร่

ส่วนหนึ่งของความพยายามผลักดัน คือแนวคิดย้ายท่าเรือไปยังแหลมฉบัง แล้วปรับพื้นที่เดิมเพื่อพัฒนาในเชิงพาณิชย์ เช่น โครงการมิกซ์ยูส โรงแรม อาคารสำนักงาน และที่อยู่อาศัย

มีความเคลื่อนไหวผลักดันแผนนี้อยู่เป็นระยะ เป็นประเด็นที่อยู่มานานหลายทศวรรษแล้ว

ล่าสุด คือ มีการยืนยันอย่างจริงจังจากภาครัฐว่า จะผลักดันให้เดินหน้าแผนนี้ต่อไป โดยจะให้ลดบทบาทของท่าเรือกรุงเทพ และย้ายไปอยู่แหลมฉบังให้หมด 

เป้าหมายสูงสุดคือให้ กทท. ได้นำที่มาพัฒนาในเชิงพาณิชย์เป็นรายได้เข้าหน่วยงาน เหมือนกับกรณีการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่ปล่อยเช่าพื้นที่และให้เอกชนเข้ามาลงทุนในหลายโครงการ

แต่อย่างไรก็ดี แผนนี้มีเสียงคัดค้านอยู่พอสมควร เพราะมีความเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน โดยเฉพาะชุมชนที่อยู่อาศัยรอบท่าเรือ ที่ต้องรับมือเรื่องการชดเชยและการย้ายพื้นที่

ทำให้ในภาพรวม ที่ดินผืนใหญ่ของกทท. ที่เป็นไข่แดงของคลองเตย ก็ยังไม่มีคำตอบชัดเจนว่าจะไปได้สุดทางตามแผนพัฒนาหรือไม่

ท้ายที่สุด ปฏิเสธไม่ได้ว่า “คลองเตย” ถือเป็นหนึ่งในเขตที่มีเสน่ห์และน่าสนใจมากที่สุดแห่งหนึ่งของกทม.

จุดแข็งของย่านนี้ คือทำเลทองที่มีศักยภาพจากการอยู่ใจกลางเมือง และเป็นศูนย์รวมเศรษฐกิจหลายระดับ

แต่คำถามที่วันนี้ยังไม่มีคำตอบ คือ คลองเตยจะเดินไปทางไหนต่อ ระหว่างเดินหน้าโครงการพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ “ท้องมังกร” หรือรักษาพื้นที่ไว้เพื่อ “ท้องชาวบ้าน” ที่อยู่กันมานานจนเป็นภาพจำของย่านนี้