แฟชั่นไม่มีถูกผิดและไร้ซึ่งกรอบ เมื่อความเป็นไทยเข้าได้กับทุกสไตล์ เลื่อนฟีดไปทางไหนก็เจอคนแต่งชุดไทยใส่คู่กับยีนส์เท่ ๆ มีฉากหลังเป็นวัดอรุณฯ โชว์ความเป็นไทยสมัยใหม่ จนเกิดเป็นกระแสสุดงดงามในโลกโซเชียล
กระแสนี้ยังสอดรับกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่กำลังกระตุ้นการท่องเที่ยวไทย เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ประเทศในมุมมองใหม่ ยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยสู่ Quality Leisure Destination
เมื่อชุดไทยถูกเล่าแบบใหม่
คือการนำชุดไทยดั้งเดิมมาตีความใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย โดยยังคง กลิ่นอาย ความงาม และอัตลักษณ์ความเป็นไทยไว้ ปรับรูปแบบให้สวมใส่ง่าย ใช้ได้จริง และเข้ากับบริบทสมัยใหม่ ทำให้ชุดดูทันสมัย สวมใส่สบาย และมีความหลากหลายมากขึ้น
อธิบายแบบเข้าใจง่ายคือชุดไทยโบราณจะเอาไว้ใส่ในพิธีการ งานหลวง งานแต่ง แต่ชุดไทยประยุกต์สามารถใส่ได้ในงานอีเวนต์ แฟชั่นโชว์ เดินพรมแดง ถ่ายแฟชั่น หรือแม้แต่ใส่ในชีวิตประจำวัน
ห่มสไบใส่ยีนส์ กระแสนี้มาจากไหน
กระแสการนำ “สไบ” มามิกซ์กับกางเกงยีนส์ ไม่ใช่เรื่องใหม่ในแวดวงแฟชั่นไทย เพราะภาพของการผสมผสานชุดไทยกับไอเทมสมัยใหม่วนกลับมาให้เห็นเป็นระยะอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม เทรนด์นี้กลับพุ่งขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงหลัง เมื่อมีแรงกระตุ้นจากวัฒนธรรมป๊อปเข้ามาหนุนอย่างจริงจัง
หนึ่งในตัวเร่งสำคัญคือเพลง Bangkok City ของ กระแต อาร์สยาม ที่ปล่อยออกมาในช่วงมหกรรมกีฬาซีเกมส์ 2025 พร้อมกิจกรรมออนไลน์อย่างแคมเปญ #BangkokCityChallenge ซึ่งได้รับความร่วมมือจากอินฟลูเอนเซอร์จำนวนมาก จนเกิดการขยายตัวของคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็ว
Link ประกอบ : เพลงBangkok City
ด้วยจังหวะเพลงที่สนุก เร้าอารมณ์ และเอื้อต่อการเต้น ทำให้ผู้คนหลากหลายกลุ่มเข้าร่วมชาเลนจ์ ทั้งในฐานะผู้สร้างคอนเทนต์และผู้เสพวัฒนธรรม ส่งผลให้ภาพของ “สไบกับยีนส์” ถูกมองใหม่ จากแฟชั่นเฉพาะกลุ่ม กลายเป็นสัญลักษณ์ร่วมสมัยที่เชื่อมโยงความเป็นไทยเข้ากับไลฟ์สไตล์เมืองได้อย่างลงตัว
ก่อนหน้านี้มีกระแสชุดไทยจากลิซ่า และบุพเพสันนิวาส
หากจำกันได้ช่วงที่เพลงเดบิวต์โซโล่ของ ลิซ่า Blackpink อย่าง “Lalisa” ปล่อยออกมา คนก็กว้านซื้อชฎามาใส่ตามลิซ่า จนร้านขายชุดไทยช่วงนั้นคึกคักเป็นพิเศษ และกระแสใหญ่ล่าสุดที่เกิดขึ้นคือช่วงละคร “บุพเพสันนิวาส” ที่คนแห่กันใส่ชุดไทยตามแม่หญิงการะเกด เที่ยวอยุธยา จนกระตุ้นเศรษฐกิจขยายวงกว้าง
และไม่ได้มีเพียงกระแสของชุดไทยแบบดั้งเดิมเท่านั้น แต่ยูนิฟอร์มนักเรียนไทยก็เคยเป็นกระแสฮอตข้ามประเทศมาแล้ว ช่วงสองปีก่อนนักท่องเที่ยวชาวจีนใส่ชุดนักเรียนเดินเที่ยวตามที่ต่าง ๆ จนเกิดเป็นภาพชินตาไปแล้ว เพราะบนโซเชียลมีเดียจีนถึงกับเกิดเป็นกระแสชวนไปเที่ยวไทยเพื่อจะได้ใส่ชุดไทยถ่ายรูปเก๋ ๆ
ความนิยมของชุดนักเรียนไทยยังเพิ่มมากขึ้นเมื่อคนมีชื่อเสียงของจีนต่างตามเทรนด์เหล่านี้ด้วยเช่นกัน อาทิ Ju Jingyi, BaiLu, AngelaBaby, Wang Yu Wen และอีกมากมายในวงการบันเทิงจีน ส่งผลให้ยอดขายเครื่องแบบนักเรียนไทยช่วงนั้นเพิ่มขึ้น 10-15%
แต่ที่ผ่านมาก็ใช่ว่าการประยุกต์ชุดเหล่านี้ใส่เป็นแฟชั่นจะทำได้แบบอิสระ ทุกครั้งมักเกิดกระแสทั้งบวกและลบอยู่เสมอ บางกลุ่มคาดหวังให้คนใส่ชุดไทยตามระเบียบประเพณีเท่านั้น ไม่อยากให้ประยุกต์ ทำให้คนไม่กล้าจะตีความในบริบทใหม่ ๆ เพราะกลัวเสียงวิพากษ์วิจารณ์
วัฒนธรรมกับอิสระ
ก่อนหน้านี้เคยมีบทเรียนเกิดขึ้นมากมายจากการเรียกร้องให้แสดงความเป็นไทยภายใต้กรอบ หากย้อนกลับไปช่วงสิบปีก่อน หากยังจำกันได้เกิดดราม่า Lady Gaga ใส่ชฎา กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงในไทยในวงกว้าง หลังนักร้องดังสวมชฎาอันเป็นเครื่องศีรษะไทยชั้นสูง ใช้ในการแสดงโขน ละคร หรือเกี่ยวข้องกับความเชื่อและพิธีการ
เธอสวมมันพร้อมกับการแต่งตัวที่เปิดเผยเกินไป ทำให้คนไทยไม่พอใจ เพราะมองว่าชฎาไม่ใช่เครื่องประดับแฟชั่นทั่วไป เป็นของสูง มีความหมายเชิงศักดิ์สิทธิ์ และเกี่ยวข้องกับ “สัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมไทย”
จนกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้มีหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ดำเนินคดีกับเลดี้ กาก้า เป็นการกระทำที่ถกเถียงกันเป็นวงกว้างในตอนนั้น
ซึ่งกระแส ‘ห่มสไบใส่ยีนส์’ ในครั้งนี้ก็ไม่รอด ชาวเน็ตเสียงแตกออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายที่ชื่นชมว่าเป็นการประยุกต์ที่ทำให้ชุดไทย ผ้าไทยดูแฟชั่นสมัยนิยมมากขึ้น ขณะเดียวกันก็มีฝ่ายที่ออกมาติติงว่าการแต่งสไบไทยคู่กับกางเกงยีนส์เช่นนี้เป็นการบิดเบือนวัฒนธรรม และดูไม่เหมาะสม อย่างไรก็ดี ฝั่งเสียงที่ชื่นชมดูจะมีมากกว่า
เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป การตั้งคำถามกับ “ความเป็นไทย” ย่อมเปลี่ยนตาม และหากจะผลักดันชุดไทยให้มีบทบาทในตลาดแฟชั่นมากขึ้น การยกขึ้นหิ้งแบบห้ามแตะต้องอาจไม่ใช่คำตอบที่ดี
Case Study จากเกาหลีและจีน
ครั้งหนึ่งในเหตุการณ์วัฒนธรรมกับแฟชั่นที่คล้ายกันนี้ เมื่อ Blackpink ปล่อยมิวสิกวิดีโอเพลง “How You Like That” พร้อมกับสวมชุดฮันบกใน MV ซึ่งเป็นฮันบกที่ดัดแปลงให้ทันสมัยโดยดีไซเนอร์ประจำวง เพื่อให้สมาชิกสวมใส่และเต้นได้อย่างสบาย ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษารูปแบบดั้งเดิมของชุดฮันบกเอาไว้ สร้างความสนใจจากนานาชาติ เครื่องแต่งกายแบบดั้งเดิมของเกาหลีถูกพูดถึงข้ามทวีป
ถึงกระนั้นคนในแวดวงมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติเกาหลีออกมาติงถึงความไม่เหมาะสมว่า การดัดแปลงชุดฮันบกเช่นนั้น เป็นการกระทำไม่เหมาะสม กำลังบิดเบือนประเพณีดั้งเดิม
ด้านดีไซเนอร์ของวง Blackpink ได้ออกมาตอบโต้คำวิจารณ์ไว้อย่างน่าสนใจว่า “ผู้คนอาจมีความคิดเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับการรักษาประเพณี แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการรักษาแก่นแท้ของประเพณีไว้ในหัวใจของคุณ”
อย่างไรก็ดี หลังจากเพลงของวงโด่งดัง ชุดฮันบกก็ได้กลายเป็นแฟชั่นยอดนิยมในหมู่คนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวต่างชาติ จนร้านค้าในเกาหลีออกมาเผยว่าจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์และลูกค้าต่างชาติรายวันเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ซื้อมาจากสหรัฐอเมริกา รองลงมาคือจีน ยุโรป และเอเชียตะวันออก
หรืออย่างคอลเลกชัน “แจ็คเก็ตจีน Adidas Chinese New Year 2026 ก็เป็นตัวอย่างที่ดีของการก้าวข้ามวัฒนธรรมแล้วสร้างผลตอบแทนได้มหาศาล นำแรงบันดาลใจจากเสื้อจีนโบราณ “ถังจวง” (Tang Jacket)
ผสมผสานดีเทลคอจีนและกระดุมแบบดั้งเดิม เข้ากับสไตล์สปอร์ต โดยเป็นสินค้าที่เปิดตัวเฉพาะสำหรับประเทศจีน แต่กลับสร้างกระแสไปในระดับเอเชีย ขายหมดอย่างรวดเร็ว และมีพ่อค้าคนกลางนำไปขายต่อในราคาสูง แต่คนก็ยอมจ่ายเนื่องจากสินค้ามีจำนวนจำกัด กระแสแจ็คเก็ตจีนนี้ยังเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ เกิดเทรนด์ชื่อว่า “becoming Chinese”
กล่าวโดยสรุป กฎระเบียบที่เข้มงวดเกินไปเกี่ยวกับการแต่งกายชุดไทย อาจบั่นทอนการยอมรับวัฒนธรรมการสวมชุดไทยในชีวิตประจำวันของเยาวชนได้ ดังนั้นจะดีกว่าหรือไม่ หากเราพยายามสร้างวัฒนธรรมการสวมชุดไทยตามแบบที่คนรุ่นใหม่พึงปรารถนา แทนที่จะใช้แต่คำว่า ‘วัฒนธรรม’ คอย ‘กดทับ’ ความคิดสร้างสรรค์







