อยู่ในช่วงเคานต์ดาวน์รอเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 ก.ค. 2026 สำหรับ ‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ (Central Northville) จิ๊กซอว์ตัวล่าสุดในเมกะโปรเจกต์ค้าปลีกย่านรัตนาธิเบศร์ จังหวัดนนทบุรี ของกลุ่มเซ็นทรัลพัฒนา
| ส่องพัฒนาการ 3 ห้างเซ็นทรัล
ซีรีส์วิลล์ 16,700 ล้านบาท |
|||
| ศูนย์การค้าซีรีส์ ‘วิลล์’ (Ville) ของกลุ่มเซ็นทรัลพัฒนา | เซ็นทรัล อีสต์วิลล์ (Central Eastville) | เซ็นทรัล เวสต์วิลล์ (Central Westville) | เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ (Central Northville) |
| คอนเซปต์หลัก | Bangkok Escape / ศูนย์การค้าต้นแบบ Semi-Outdoor | Eco-Friendly Lifestyle / การใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนแบบ Semi-outdoor | Enhanced Longevity Living Every Day / การออกแบบ Biophilic Design ผสานธรรมชาติกับวิถีชีวิตเมือง |
| ขนาดพื้นที่โครงการ | เนื้อที่ 51 ไร่ หรือพื้นที่ 150,000 ตารางเมตร | เนื้อที่ 40 ไร่ หรือพื้นที่ 93,000 ตารางเมตร | เนื้อที่ 59 ไร่ หรือพื้นที่ 210,000 ตารางเมตร |
| มูลค่าการพัฒนาโครงการ | 6,000 ล้านบาท | 6,200 ล้านบาท | 4,500 ล้านบาท |
| จุดเด่น | ต้นแบบศูนย์การค้า Pet-friendly แห่งแรก ที่ผสมผสานพื้นที่เปิดโล่ง และพื้นที่ปรับอากาศ เข้าด้วยกัน | Low Carbon Mall แห่งแรกของไทย ตอบรับเทรนด์ People-Pet-Planet ด้วยไลฟ์สไตล์ตั้งแต่เช้าจรดเที่ยงคืน | ศูนย์การค้า Outdoor-Inspired Indoor แห่งแรกของไทย ที่ดึงป่า ธรรมชาติ น้ำตก และต้นไม้ใหญ่เข้ามาไว้ในพื้นที่ปรับอากาศ ทั้งหมด |
| วันที่เปิดให้บริการครั้งแรก | 27 พฤศจิกายน 2015 | 29 พฤศจิกายน 2023 | 3 กรกฎาคม 2026 |
| สถานที่ตั้ง | ถนนประดิษฐ์มนูธรรม (เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา) กรุงเทพฯ | ถนนราชพฤกษ์ จังหวัดนนทบุรี | ถนนรัตนาธิเบศร์ จังหวัดนนทบุรี |
| ทำเล | ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพย่านกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก แวดล้อมด้วยย่านที่อยู่อาศัยระดับบนและมีกำลังซื้อสูง | เชื่อมต่อโซนสำคัญอย่างสาทร เพชรเกษม บรมราชชนนี นนทบุรี และปทุมธานี ใกล้รถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง เจาะกลุ่มกำลังซื้อสูงจากโครงการระดับ High-End ในย่านราชพฤกษ์ | จุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วงและสายสีชมพู (สายสีน้ำตาลในอนาคต) ใกล้ถนนสายสำคัญ ทางด่วนศรีรัช และมอเตอร์เวย์ M81 แวดล้อมด้วยโครงการอสังหาฯ ระดับ Mid-High และ Luxury |
| ที่มา : Marketeer รวบรวม / มิถุนายน 2026 | |||
ศูนย์การค้าซีรีส์ ‘วิลล์’ (Ville) ของกลุ่มเซ็นทรัลพัฒนา ถูกจัดกลุ่มแยกออกมาจากรูปแบบศูนย์การค้าขนาดใหญ่ทั่วไป โดยถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ทำเลที่ตั้งและไลฟ์สไตล์ความต้องการของลูกค้าในแต่ละย่านที่แตกต่างกัน ซึ่งมีวิวัฒนาการในการอัปเกรดและยกระดับคอนเซปต์ขึ้นไปทีละขั้น โดยแต่ละสาขาจะถูกพัฒนาทิ้งช่วงห่างกันประมาณ 4 ปี การพัฒนาศูนย์การค้าชุดนี้มุ่งเน้นเรื่องของคุณภาพชีวิตเป็นสำคัญ จากจุดเริ่มต้นของซีรีส์วิลล์ในปี 2015 สู่การมองเห็นเทรนด์ระดับโลกเรื่อง Wellness, Mindfulness และ Longevity เนื่องจากผู้คนเริ่มมองหาสถานที่ที่สามารถตอบโจทย์เรื่องสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน
ปัจจุบัน เซ็นทรัลพัฒนามีศูนย์การค้าในซีรีส์วิลล์รวม 3 โครงการ มูลค่าพัฒนาโครงการรวมกันร่วม 16,700 ล้านบาท ซึ่งแต่ละแห่งมีจุดเชื่อมโยงที่เหมือนกันคือ การเจาะทำเลปริมณฑลหรือรอบนอกเมืองที่มีกำลังซื้อสูง เน้นพื้นที่สีเขียว และเป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง แต่ก็มีจุดต่างทางด้านวิวัฒนาการและแนวคิดการออกแบบในแต่ละพื้นที่อย่างชัดเจน
เริ่มต้นจาก เซ็นทรัล อีสต์วิลล์ (Central Eastville) ต้นแบบศูนย์การค้าในตระกูลวิลล์แห่งแรก ซึ่งเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2015 โครงการนี้มีพื้นที่บริการรวม 150,000 ตร.ม. บนเนื้อที่ 51 ไร่ ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 6,000 ล้านบาท นำเสนอคอนเซปต์การเป็น Bangkok Escape โดยนำแนวคิดพื้นที่แบบ Semi-Outdoor มาใช้เป็นที่แรก ผสมผสานพื้นที่เปิดโล่งและพื้นที่ปรับอากาศเข้าด้วยกันอย่างลงตัว นอกจากนี้ยังเป็นต้นแบบศูนย์การค้า Pet-friendly แห่งแรก ที่ประสบความสำเร็จในการตอบสนองพฤติกรรมคนกรุงเทพฯ โดยเจาะทำเลกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกบริเวณเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ซึ่งเป็นย่านที่อยู่อาศัยระดับบนและมีกำลังซื้อสูง
ต่อมาคือ เซ็นทรัล เวสต์วิลล์ (Central Westville) ศูนย์การค้าเวอร์ชันที่ 2 ที่อัปเกรดและต่อยอดความสำเร็จมาจากสาขาอีสต์วิลล์ โดยเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2023 โครงการนี้พัฒนาขึ้นบนเนื้อที่ 40 ไร่ มีพื้นที่บริการรวม 93,000 ตร.ม. และมีมูลค่าการพัฒนาโครงการ 6,200 ล้านบาท คอนเซปต์หลักได้รับการยกระดับให้เป็น Eco-Friendly Lifestyle และ Low Carbon Mall แห่งแรกของประเทศไทย โดยยังคงรูปแบบสถาปัตยกรรมสไตล์ Semi-Outdoor ไว้เช่นเดิม ศูนย์การค้าแห่งนี้วางตำแหน่งให้เป็น Neighborhood Mall ตอบรับเทรนด์ People-Pet-Planet ด้วยไลฟ์สไตล์แบบ Around-the-Clock ตั้งแต่เช้าจรดเที่ยงคืน เพื่อเจาะทาร์เก็ตกำลังซื้อสูงกลุ่ม Affluent & Quality Lifestyle ในย่านราชพฤกษ์ ซึ่งเป็นทำเลฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ
และล่าสุดกับ เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ (Central Northville) ที่เตรียมเปิดให้บริการในวันที่ 3 กรกฎาคม 2026 ถือเป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดและยกระดับมาตรฐานตระกูล Ville สู่การเป็นต้นแบบ Future Living Destination ที่มอบประสบการณ์ Enhanced Longevity Living Every Day โครงการนี้มีมูลค่ากว่า 4,500 ล้านบาท บนเนื้อที่ 59 ไร่ และมีพื้นที่ศูนย์การค้ารวม 210,000 ตร.ม. โดยเป็นการทุบศูนย์การค้ารัตนาธิเบศร์เดิมทิ้งและสร้างใหม่ทั้งหมด 100% จุดเด่นสำคัญคือการเปลี่ยนจากการใช้พื้นที่ Semi-Outdoor มาเป็นแนวคิด Biophilic Design สร้างปรากฏการณ์ในฐานะศูนย์การค้าแบบ Outdoor-Inspired Indoor แห่งแรกของประเทศไทย ด้วยการดึงธรรมชาติ ต้นไม้ใหญ่ และสายน้ำ เข้ามาไว้ในพื้นที่ปรับอากาศทั้งหมด เพื่อแก้ปัญหาสภาพอากาศร้อนและฝุ่น PM 2.5 ไฮไลต์สำคัญประกอบด้วย โซน The Cloud ป่าไม้ในร่มขนาดกว่า 500 ตร.ม. ลู่วิ่ง Jogging Track มาตรฐานยาว 450 เมตรที่ให้เจ้าของและสุนัขวิ่งร่วมกันได้ รวมถึงการรวบรวมร้านอาหารกว่า 300 ร้าน โดยมีสัดส่วนแบรนด์ใหม่ถึง 80%
ด้านศักยภาพทำเลของเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ มีการประเมินว่าพื้นที่ย่านรัตนาธิเบศร์นี้แวดล้อมด้วยโครงข่ายคมนาคมที่สมบูรณ์ ทั้งรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วงและสีชมพู รวมถึงมอเตอร์เวย์ M81 มีความหนาแน่นของประชากรกว่า 1.8 ล้านคน และมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวสูงถึง 213,992 บาทต่อคนต่อปี การเปิดสาขานี้จึงมุ่งพลิกโฉมทำเลให้กลายเป็นย่าน Northville District อย่างเต็มรูปแบบ
ทั้งนี้ การพัฒนาศูนย์การค้าซีรีส์วิลล์มุ่งหวังให้เป็นพื้นที่ยกระดับคุณภาพชีวิต มากกว่าการเป็นเพียงแหล่งช้อปปิ้งทั่วไป ส่วนโอกาสในการขยายสาขาให้ครบทุกทิศด้วยโครงการ “เซ็นทรัล เซาท์วิลล์” ทางกลุ่มระบุว่ามีความเป็นไปได้ทั้งหมด แต่ต้องพิจารณาจากความเหมาะสมของทำเลและศักยภาพของพื้นที่เป็นหลัก
นอกจากนี้ หลังการเปิดให้บริการเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ บริษัทยังมีแผนพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมเพิ่มเติมในพื้นที่เดียวกันภายในปี 2027 เพื่อเติมเต็มองค์ประกอบของโครงการมิกซ์ยูสอย่างสมบูรณ์แบบในอนาคต
