กาโตะ น้ำผลไม้ผสมวุ้นมะพร้าวกับกลยุทธ์สร้าง Kato Multiverse จักรวาลความสุขที่เคี้ยวได้
เครื่องดื่มบางแบรนด์เกิดขึ้นจากสูตรที่ดี เครื่องดื่มบางแบรนด์โตขึ้นจากการใช้กลยุทธ์ทางการตลาดที่แยบยล แต่สำหรับน้ำผลไม้ผสมวุ้นมะพร้าวแบรนด์ “กาโตะ” (KATO) นอกจากเรื่องของรสชาติแล้ว ปัจจัยสำคัญของการเติบโตคือการผสาน “จังหวะที่พอดี” ระหว่างความคิดสร้างสรรค์ วิทยาศาสตร์อาหาร และความเข้าใจในไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง
หลังจากประสบความสำเร็จในการคว้าตำแหน่ง No.1 Brand Thailand 2026 น้ำผลไม้ผสมวุ้นมะพร้าว (Fruit Juice with Nata De Coco) เบอร์หนึ่งครองใจผู้บริโภคต่อเนื่อง กาโตะยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์สิ่งใหม่ และพร้อมท้าทายขีดจำกัดของตัวเองด้วยยุทธศาสตร์สำคัญ
Marketeer มีโอกาสได้พูดคุยอัปเดตวิสัยทัศน์กับ คุณฐิติพงศ์ ผลธนะศักดิ์ Assistant Managing Director บริษัท ทวีผล ผลิตภัณฑ์ จำกัด ถึงก้าวที่กล้าหาญและเบื้องหลังการทำงานที่ทำให้กาโตะยังคงเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจผู้บริโภค

‘Kato Multiverse’ แตกไลน์สินค้าตอบโจทย์ครอบคลุม
แม้จะเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งและครองอันดับหนึ่งในใจผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง แต่แบรนด์น้ำผลไม้ผสมวุ้นมะพร้าว กาโตะ ยังคงเดินหน้าขยายจักรวาลเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในแต่ละช่วงวัย โดยออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ 4 กลุ่มให้มีจุดเด่นและ Target ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ได้แก่
Kato Soda: โซดา 0% น้ำตาลในรูปแบบกระป๋อง ดีไซน์สไตล์ Gen Z ที่ยังคงรสชาติเอกลักษณ์และ Brand DNA ความขี้เล่นของกาโตะไว้อย่างครบถ้วน
Kato Gummy: การรุกตลาดเยลลี่ด้วยรูปทรงขวดอันเป็นเอกลักษณ์ ถอดรหัสรสชาติจากน้ำผลไม้กาโตะสู่ประสบการณ์ “ความสุขที่เคี้ยวได้” ในรูปแบบขนมอย่างลงตัว
ต่อมา Kato Iced Tea: ชาผลไม้พร้อมดื่มที่เพิ่ม Value ด้วยวุ้นมะพร้าวสูตรอัปเกรดและรสชาติที่แตกต่าง มอบความสดชื่นพร้อมความสนุกในการเคี้ยวที่เหนือระดับ
และ Kato 38: นวัตกรรมวุ้นยาวพิเศษ 38มม. ที่ใช้กรรมวิธีหมักวุ้นมะพร้าวในมีความนุ่ม ซึ่งจะแตกต่างจากกาโตะ Orignal ที่วุ้นมะพร้าวจะให้ความหนึบหนับ โดยปีนี้ กาโตะวุ้น 38 มม.จะมาในรสชาติน้ำมะพร้าว น้ำลำไย และ น้ำตาลสดให้ผู้บริโภคลิ้มลอง
คุณฐิติพงศ์ อธิบายถึงมุมมองในการขยายโปรดักส์ไลน์และแนวคิดการออกแบบสินค้าใหม่ไว้อย่างน่าสนใจว่า
“เมื่อเราขยายแบรนด์สู่ Multiverse รูปลักษณ์ของสินค้าในแต่ละจักรวาลต้องสะท้อนความแตกต่างได้อย่างชัดเจน อย่างเช่น Kato Soda หากเรายังคงใช้ขวดพลาสติกแบบเดิม ภาพลักษณ์ก็อาจจะไม่ชัดเจนพอ เราจึงตัดสินใจปรับเปลี่ยนแพ็กเกจจิ้งให้เป็นรูปแบบกระป๋อง เพื่อตอกย้ำให้เห็นว่านี่คือผลิตภัณฑ์ที่อยู่ใน Multiverse ที่แตกต่างออกไป แต่ยังคงซึ่ง DNA ของกาโตะไว้อย่างชัดเจน”
นอกจากนี้ การออกแบบคาแรคเตอร์บนกระป๋องโซดายังได้รับแรงบันดาลใจมาจากเทรนด์ “อาร์ตทอย (Art Toy)” ซึ่งสอดรับกับอินไซต์ของคนวัยทำงานในยุคปัจจุบันที่มักเผชิญกับความเครียดจากโลกโซเชียลมีเดีย การนำเสนอคาแรคเตอร์ที่ดื้อๆ ซนๆ และแฝงไปด้วยความน่ารักบนกระป๋อง จึงเปรียบเสมือนเครื่องมือที่ช่วยฮีลใจและส่งมอบความสุขให้กับผู้บริโภคได้อีกทางหนึ่ง

ดึง “หยิ่น-วอร์” เป็น Portal Keys สู่กลยุทธ์ Fandom Marketing ที่ซื้อใจแฟนคลับ
เพื่อเชื่อมจักรวาลทั้งหมดให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย กาโตะเลือกใช้คู่จิ้นพรีเมียมระดับอินเตอร์อย่าง “หยิ่น-อานันท์” และ “วอร์-วนรัตน์” มารับหน้าที่ Portal Keys (กุญแจเปิดจักรวาล) เพื่อเชื่อมแบรนด์เข้ากับฐานแฟนคลับที่กว้างตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ โดยดึงคาแรคเตอร์ “กวนๆ ดื้อๆ แต่มีความน่ารัก” มาใช้ ซึ่งตรงกับ Brand DNA ของกาโตะ
“กาโตะ เปรียบเสมือนเด็กที่ไม่ได้นั่งแค่หลังห้องหรือนั่งหน้าห้องคนเดียว แต่เป็นเด็กที่ไม่ว่าจะนั่งตรงไหนของห้องก็ต้องมีเพื่อนตามติดตลอด”
ความกล้าหาญของการตลาดครั้งนี้คือ การพิมพ์หน้าพรีเซนเตอร์หยิ่น-วอร์ที่แตกต่างกันถึง 21 แอคชันลงบนฉลากขวด ซึ่งถือว่าทำเยอะที่สุดในประเทศไทย เบื้องหลังการได้ใจแฟนคลับจนเกิดเป็นไวรัลในโลกโซเชียล มาจากวิสัยทัศน์ที่จริงใจของแบรนด์
โดยคุณฐิติพงศ์บอกถึงแนวคิดที่แบรนด์ยึดถือและสื่อสารกับทีมงานเสมอคือ
ทุกความร่วมมือกับศิลปิน เราไม่ได้เริ่มจากคำถามว่าแบรนด์จะได้อะไร แต่เริ่มจากคำถามว่าเราจะผลักดัน สนับสนุน และเติบโตไปพร้อมกับศิลปินได้อย่างไร
แนวคิดนี้ทำให้กลุ่มแฟนคลับประทับใจ และยกย่องให้กาโตะเป็นแบรนด์ที่น่ารักกับศิลปินอย่างแท้จริง

ความท้าทายในการทำตลาดยุคโลกหมุนไว
แม้จะเป็นผู้นำตลาด แต่แบรนด์ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน โดยเฉพาะในเรื่องของต้นทุนการผลิตและพฤติกรรมผู้บริโภค ฐิติพงศ์ชี้ให้เห็นถึงความยาก 3 ประเด็นหลัก ตั้งแต่
- พฤติกรรมเสพสื่อที่แตกต่าง ผู้บริโภคในปัจจุบันเลือกเสพสื่อในแพลตฟอร์มที่ต่างกัน
“เมื่อก่อนเราทำคอนเทนต์มา 1 ตัว ปล่อยในทุกช่องทาง แต่วันนี้ 1 ไอเดีย ต้องปรับรูปแบบคอนเทนต์ ให้เข้ากับสื่อออนไลน์ในแต่ละแพลตฟอร์ม เพราะจริตของคนที่เสพในแต่ละช่องทางนั้น การสื่อสารจึงต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบให้สอดคล้องกับธรรมชาติของแต่ละแพลตฟอร์ม”
- วิกฤตต้นทุนและการจัดการ Supply Chain
วิกฤตสงครามโลกส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันและปิโตรเคมี ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของพลาสติกและฉลาก แต่กาโตะในฐานะสินค้า FMCG เลือกที่จะแบกรับต้นทุนโดยไม่ขึ้นราคา
“เราจะไม่ผลักภาระให้ผู้บริโภค เพราะถ้าเราปรับราคาขึ้น จะกระทบกับผู้บริโภค หน้าที่ของเราคือเราต้องยื้อให้นานที่สุด และหาวิธีแก้ไขหรือเพิ่ม Efficiency ภายในโรงงานแทน”
- การยืนระยะของสินค้าใหม่
ในยุคที่ผู้บริโภคเบื่อง่ายและเปลี่ยนความสนใจรวดเร็ว ความท้าทายไม่ได้อยู่ที่การคิดของใหม่ แต่อยู่ที่การรักษาความนิยม
“ความยากของแบรนด์ในปัจจุบันที่จะออกอะไรใหม่ๆ ก็ตาม สิ่งที่ผมมองว่ายากคือ ‘การยืนระยะ’ ทำยังไงให้ยืนระยะในตลาดได้ เพราะของใหม่มาตลอด คนก็ลืมของเก่าแล้ว”
ผสาน AI เข้ากับการทำงานด้วยกฎ Do & Don’t
เพื่อให้องค์กรก้าวทันโลก กาโตะได้เริ่มนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยทุ่นแรงพนักงาน โดยเฉพาะในทีมการตลาดที่ต้องหาไอเดีย และการคำนวณต้นทุนการผลิตที่ซับซ้อน แต่ทางแบรนด์มีกฎการใช้งานที่เคร่งครัด ซึ่งคุณฐิติพงศ์สรุปไว้สั้นๆ ว่า
“Do and Don’t การใช้เทคโนโลยี AI ของผมคือ อะไรที่ทุ่นแรงเราทำเลย อันนี้คือ Do แต่ Don’t คือ ห้ามเอามาเป็น Fact ทันที คุณต้องไปตรวจสอบความถูกต้อง (Validate) ของข้อมูลก่อนว่าถูกต้องไหม หรือสูตรคำนวณถูกหรือเปล่า” การใช้ AI จึงเป็นเพียงเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ (Efficiency) ที่ต้องผ่านการตรวจสอบจากมนุษย์เสมอ”
Unconditional Goods Guarantee และประสบการณ์ที่สร้างความต่าง
เบื้องหลังความสำเร็จทั้งหมด นอกจากวิสัยทัศน์ที่เฉียบขาดแล้ว กาโตะยังมีฟันเฟืองสำคัญคือการทำงานร่วมกันของ “คนในองค์กร” และกลยุทธ์ Mass Customize ที่ทำให้ผลิตสินค้าจำนวนมากและออกรสชาติใหม่ๆ ตามเทศกาลได้อย่างรวดเร็ว

ท้ายที่สุด คุณฐิติพงศ์ย้ำว่า คุณภาพของสินค้าเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคควรได้รับอยู่แล้วโดยไม่ต้องร้องขอ (Unconditional Goods Guarantee) แต่สิ่งที่ทำให้แบรนด์ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งและมัดใจลูกค้าได้คือ “ประสบการณ์ (Experience)” ที่ไม่มีใครเหมือน
“สิ่งที่สามารถให้ผู้บริโภคได้คือ Experience ผมยังเชื่อว่าผู้บริโภคไม่รู้หรอกครับว่าตัวเองต้องการอะไร แต่เราจำเป็นต้องเสิร์ฟสินค้าให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องผู้บริโภค เมื่อได้รู้และได้ลองผู้บริโภคจะรู้ว่าสินค้านี้เหมาะสำหรับเขา”
จากแนวคิดทั้งหมดนี้ แสดงให้เห็นว่าก้าวต่อไปของ กาโตะ คือการรักษาความเร็วในการปรับตัว พร้อมเดินหน้าขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ นี่คือเครื่องพิสูจน์การเป็นแชมป์ที่ยังคงดินหน้าสร้างสรรสิ่งให้ให้ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องของ KATO จักรวาลความความสุขที่เคี้ยวได้
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้
Website : Marketeeronline.co /
