เป็นทั้งเทรนด์สุขภาพ การออกกำลังกายและงานแข่งขันในรูปแบบกีฬาที่กำลังได้รับความสนใจไปทั่วโลกสำหรับ Hyrox ที่เพิ่งมีการมาจัดแข่งในไทย พร้อมสถิติผู้เข้าร่วมมากสุดในโลก 

ท่ามกลางจำนวนผู้เข้าแข่งขันทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา ต่างช่วงเริ่มต้นอย่างสิ้นเชิง เพราะ ณ เวลานั้น มีผู้เข้าร่วมต่ำกว่าพันคน 

ไฮร็อกซ์ คิดค้นขึ้นโดย มอริตซ์ ฟีอส์เท อดีตนักฮอกกี้ทีมชาติเยอรมันที่เคยคว้าเหรียญทองโอลิมปิกมาแล้วกับ คริสเตียน เทิตซ์เคอ ออร์แกไนเซอร์เพื่อนร่วมชาติ

ด้วยการรวมการวิ่งกับทดสอบความแข็งแรงของร่างกายที่ต่อยอดมาจากการออกกำลังกายในฟิตเนสเข้าไว้ด้วยกัน

 

โดยในการแข่งขันประกอบไปด้วย 8 ด่าน เช่น เครื่องดึงรอกจำลองการสกี ลากเชือกดึงรถเลื่อนเข้าหาตัว และเดินถือดัมบ์เบลล์หนักๆ ในมือทั้งสองข้าง วนไปจนครบ 8 รอบ รวมเป็นการวิ่ง 8 กิโลเมตร 

มอริตซ์ ฟีอส์เท เชื่อว่า น่าจัดเป็นการแข่งขันได้เพราะ ผู้คนต่างชอบแข่งขันกันและท้าทายตัวเองว่าข้ามขีดจำกัดของตนได้มากแค่ไหน 

ทว่าในช่วงเริ่มต้น ยังไม่ประสบความสำเร็จมากนัก โดย การแข่งขันไฮร็อกซ์ครั้งแรกจัดขึ้นที่เมืองฮัมบูรค์ ในเยอรมนี ประเทศบ้านเกิดของ 2 ผู้คิดค้น มีผู้เข้าร่วมแข่งขันเพียง 650 คนเท่านั้น 

แม้ต่อมา เริ่มเป็นที่รู้จัก แต่สถานการณ์โควิดทั่วโลกก็ทำให้ต้องสะดุดไปอีกหลายปี ท่ามกลางธุรกิจฟิตเนสที่ซบเซาลงอย่างมาก เพราะรัฐบาลทุกประเทศห้ามการรวมตัวเพื่อสกัดการระบาดของโควิด 

สถานการณ์วงการไฮร็อกซ์ กลับมาดีขึ้นหลังวิกฤตโควิดทุเลาในปี 2022 ประกอบกับผู้คนเห็นประโยชน์ของการดูแลสุขภาพและการออกกำลังกาย ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ ไฮร็อกซ์ ข้ามจากยุโรปเข้ามาเป็นที่รู้จักในสหรัฐฯ 

ถัดมาระหว่างปี 2023-2024 ไฮร็อกซ์ ดีขึ้นอีกอย่างเห็นได้ชัด โดยมีงานแข่ง 100 งานกระจายไปใน 30 ประเทศทั่วโลก 

ขณะที่จำนวนผู้เข้าแข่งขันทั่วโลกก็เพิ่มแบบก้าวกระโดดเป็น 650,000 คน ท่ามกลางข้อมูลที่ชี้ว่าอนาคตของไฮร็อกซ์จะยิ่งสดใส เพราะ 70% ของผู้เข้าร่วมแข่งขัน เป็นหน้าใหม่ที่ร่วมกิจกรรมเป็นครั้งแรก 

ปี 2025 ไฮร็อกซ์ ก็กลายเป็นปรากฏการณ์ ด้วยจำนวนผู้เข้าแข่งขันทั่วโลกที่เพิ่มเป็น 870,000 คน และมูลค่าตลาดไฮร็อกซ์ ที่เพิ่มเป็น 135 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4,400 ล้านบาท) 

ล่าสุดปี 2026 ไฮร็อกซ์ ก็ดังจนฉุดไม่อยู่ โดยการแข่งขันในไทยเมื่อ 13-16 สิงหาคมที่ผ่านมา มีจำนวนผู้เข้าร่วมแข่งขันกว่า 20,000 คน ถือเป็นสถิติโลก 

ท่ามกลางการประเมินว่าเมื่อถึงสิ้นปี 2026 จำนวนผู้เข้าร่วมแข่งขันทั่วโลกอาจเพิ่มเป็นสูงถึงกว่า 1,000,000 คน 

จากนี้แน่นอนว่า ผู้เข้าร่วมแข่งขันไฮร็อกซ์ทั่วโลกคงเพิ่มขึ้นอีก ส่วนเป้าหมายต่อไป มอริตซ์ ฟีอส์เท เผยว่า กำลังพยายามผลักดันเป็นการแข่งขันชิงเหรียญโอลิมปิก ในโอลิมปิกที่ ออสเตรเลีย 2032 

ส่วนสาเหตุที่ทำให้ไฮร็อกซ์ฮิตไปทั่วโลก นอกจากเกิดจากความชื่นชอบแข่งขัน และเอาชนะตัวเองตามธรรมชาติของมนุษย์ ดังที่ 1 ใน 2 ผู้คิดค้นได้กล่าวไว้แล้ว ยังมาจากสามารถเริ่มต้นได้ง่ายผ่านการซ้อมเองที่บ้านหรือตามฟิตเนสต่างๆ 

และการสามารถอวดผลลัพธ์ของการเอาชนะตนเอง จนมีรูปร่างสมบูรณ์แบบหรือร่างทอง ให้โลกเห็นผ่านทางสื่อโซเชียล 

ประกอบกับคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z มองว่า “เข้าฟิตเนส” เป็นทั้งการเข้าสังคมไปพร้อมกับพัฒนารูปร่างให้ดูดี และไม่อยากเข้าสังคมด้วยการเข้าผับบาร์ แต่ต้องเสียสุขภาพแบบคนรุ่นก่อนๆ 

การเติบโตอย่างมากของไฮร็อกซ์ ส่งผลดีต่อธุรกิจมากมาย ไล่ตั้งแต่ฟิตเนส อาหารเพื่อสุขภาพ บริษัทเทคโนโลยีที่ทำแอปเก็บข้อมูลสุขภาพ ไปจนถึงแบรนด์เครื่องกีฬา และอุปกรณ์ฟิตเนส 

ขณะเดียวกันยังเปลี่ยนให้ครูสอนฟิตเนสเป็นคนดังและสร้างรายได้ให้อย่างมากมายกว่าในอดีตอีกด้วย 

ส่วนความหมายของ Hyrox ยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่สันนิษฐานกันว่า อาจมาจากการนำคำว่า Hy จาก Hybrid กับคำว่า Rox ที่เลียนเสียงจาก Rockstar มารวมกัน

เพื่อให้มีความหมายว่า คนดังจากการแข่งขันเพื่อทดสอบความแข็งแกร่งทางกายผสมผสานกันหลายอย่าง / dw, bbc, infrontsport