ถ้าอยากรู้ว่ากรุงเทพฯ กำลังขยับไปทางไหน ลองดูว่าเงินของตระกูลใหญ่กำลังไหลไปตรงไหน

หนึ่งในภาพที่ชัดที่สุดวันนี้คือ “บางนา”

เพราะบนถนนเส้นเดียวกัน มีเงินของ กาญจนพาสน์–จิราธิวัฒน์–อัมพุช–โสภณพนิช–เจียรวนนท์ เข้ามาปักหมุดต่างยุคกันนานกว่า 30 ปี

กาญจนพาสน์  มาก่อนใคร ตั้งแต่บางนายังเป็น “ชานเมือง”

คีรี กาญจนพาสน์ ลอดลายมังกรจากการลงทุนในฮ่องกง กลับมาปักหมุดบนย่านบางนา กม. 12 ตั้งแต่ปี 2530 ผ่านโครงการ Thana City บนพื้นที่กว่า 1,600 ไร่ ภายในมีทั้งที่อยู่อาศัย สนามกอล์ฟ สปอร์ตคลับ และโรงเรียนนานาชาติ

การลงทุนในเวลานั้นต่างจากวันนี้ เพราะกำลังซื้อในพื้นที่ยังมีไม่มาก การสร้างโครงการขนาดใหญ่บนถนนบางนา–ตราด จึงเท่ากับการซื้ออนาคตของการขยายเมืองล่วงหน้า

กว่า 30 ปีผ่านไป Thana City ยังมีที่ดินกว่า 200 ไร่บนถนนบางนา–ตราด รอการพัฒนาต่อ โดยคีรีเคยให้สัมภาษณ์ว่า การพัฒนาที่ดินผืนนี้ต้องรอจังหวะที่เหมาะสม พร้อมจับตาการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบขนส่งที่จะเชื่อมบางนากับสนามบินสุวรรณภูมิ

สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับกาญจนพาสน์จึงน่าสนใจ เพราะที่ดินซึ่งถือมาตั้งแต่บางนายังเป็นชานเมือง กำลังรอการต่อยอด ในวันที่เมืองเดินทางมาถึงที่ดินเหล่านั้นแล้ว

จิราธิวัฒน์  จากห้างชานเมืองปี 2536 สู่ Mixed-use ขนาดใหญ่

ถ้า Thana City คือหนึ่งในหมุดหมายของการอยู่อาศัย เซ็นทรัล บางนา ที่เปิดในปี 2536 ก็เป็นอีกหมุดสำคัญที่ทำให้คนเริ่มเดินทางมาบางนาเพื่อใช้ชีวิต

วันนี้ จิราธิวัฒน์กำลังลงเงินกับบางนาอีกครั้ง ปี 2569 เซ็นทรัล บางนา ไม่ได้เพียงรีโนเวตห้างเดิม แต่กำลังพัฒนา The New Central Bangna ภายใต้ Masterplan บนพื้นที่ 50 ไร่ พื้นที่อาคารรวมประมาณ 300,000 ตารางเมตร

โครงการถูกยกระดับสู่ Mixed-use Destination ที่รวม Retail, Office และ Residence พร้อมต่อยอดที่อยู่อาศัยจาก ESCENT Bangna และมีแผนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพิ่มเติมในอนาคต โดยศูนย์การค้าโฉมใหม่มีกำหนดเปิดตัวในไตรมาส 4 ปี 2569

ข้อมูล The 1 ที่ Central Pattana เปิดเผยระบุว่า เซ็นทรัล บางนา ติด Top 5 ของศูนย์การค้าที่มีลูกค้ากลุ่ม Wealthy Family สูง โดยสัดส่วนลูกค้ากลุ่มดังกล่าวมีมากกว่า 85%

นั่นหมายความว่า Central Bangna วันนี้ไม่ได้อยู่บนฐานกำลังซื้อแบบเดียวกับวันที่เปิดเมื่อปี 2536 อีกแล้ว

Bangkok Mall “My Meaningful Life” ของศุภลักษณ์ อัมพุช

อีกหนึ่งเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่ของบางนาเป็นของ ศุภลักษณ์ อัมพุช แม่ทัพใหญ่แห่งเดอะมอลล์ กรุ๊ป ซึ่งเคยบอกว่า “Bangkok Mall คือ My Meaningful Life”

กลุ่มเดอะมอลล์เข้าไปกว้านซื้อที่ดินแปลงใหญ่บริเวณแยกบางนาในพื้นที่กว่า 100 ไร่ ก่อนประกาศโครงการอย่างเป็นทางการในปี 2557

ขณะที่ฝั่งตรงข้าม กลุ่มภิรัชบุรีได้ปักหมุด BITEC จนกลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของบางนามาก่อนแล้ว

เป้าหมายของศุภลักษณ์ตั้งแต่ต้นคือ ทำให้ Bangkok Mall เป็น Mixed-use ขนาดใหญ่ และแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ในวงเงินลงทุน 50,000 ล้านบาท นับเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของกลุ่มเดอะมอลล์

โดยมีตระกูลโสภณพนิช ผ่าน City Realty พันธมิตรเก่าแก่ของเดอะมอลล์ กรุ๊ป เข้ามาร่วมลงทุน จึงทำให้โปรเจกต์นี้ไม่ได้มีเพียงเงินของอัมพุช แต่ยังมีทุนของโสภณพนิชเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งด้วย

อย่างไรก็ตาม กว่าจะผ่านขั้นตอนปรับแบบและเริ่มก่อสร้างจริงต้องใช้เวลาอีก 3–4 ปี ก่อนเผชิญวิกฤตโควิด-19 ที่ทำให้แผนล่าช้า

ปัจจุบันโครงการกำลังเร่งก่อสร้าง ภายในมีทั้งศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ออฟฟิศทาวเวอร์ โรงแรม สวนสนุก และไฮไลต์สำคัญอย่าง Indoor Arena ระดับโลก ความจุ 18,000 ที่นั่ง โดยล่าสุดคาดว่า Bangkok Mall จะเปิดครบทั้งโครงการในปี 2572

เจียรวนนท์: มาทีหลัง แต่ลงเงินถึง 125,000 ล้านบาท

ปี 2560 MQDC ซึ่งอยู่ในกลุ่มธุรกิจของครอบครัวเจียรวนนท์ เปิดตัว The Forestias บนถนนบางนา–ตราด กม. 7 โดยมี ทิพพาภรณ์ อริยวรารมย์ ลูกสาวคนเล็กของ ธนินท์ เจียรวนนท์ เป็นผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ

ตอนเปิดตัว The Forestias มีพื้นที่ประมาณ 300 ไร่ มูลค่า 90,000 ล้านบาท ก่อนขยาย Masterplan จนปัจจุบันมีพื้นที่ 398 ไร่ มูลค่า 125,000 ล้านบาท

The Forestias ไม่ได้เข้ามาในวันที่บางนายังเป็นชานเมือง แต่เข้ามาในวันที่พื้นที่เติบโตมาแล้วระดับหนึ่ง และขยับแนวคิดไปอีกขั้น คือทำให้บางนาเป็นพื้นที่ที่คนสามารถอยู่อาศัย ทำงาน พักผ่อน และใช้ชีวิตได้ครบในตัวเอง

The Forestias จึงถูกออกแบบให้มีทั้งบ้านหลายรูปแบบ พื้นที่สีเขียว โรงแรม ศูนย์สุขภาพ พื้นที่การทำงาน และพื้นที่เชิงพาณิชย์อยู่ด้วยกัน

อีกจิ๊กซอว์สำคัญคือ Happitat at The Forestias ที่เปิดตัวเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์และ Entertainment บริเวณด้านหน้า The Forestias ขนาดกว่า 200,000 ตารางเมตร มูลค่า 20,000 ล้านบาท

เงินของครอบครัวเจียรวนนท์ในบางนายังไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้ ยังมีแผนนำที่ดินของครอบครัวอีก 24 ไร่ มาพัฒนา Eden Country Club ไพรเวตคลับระดับลักชัวรี โดยมีกำหนดเริ่มก่อสร้างในไตรมาส 3 ปี 2569 และวางเป้าเปิดเต็มรูปแบบในไตรมาส 2 ปี 2570

เมื่อเงิน 5 ตระกูลมาบรรจบกัน

สิ่งที่น่าสนใจของบางนาในวันนี้ จึงไม่ใช่คำถามว่า “ทำไมตระกูลใหญ่ถึงเพิ่งมองเห็นบางนา” เพราะบางคนเดิมพันกับพื้นที่นี้มาตั้งแต่กว่า 30 ปีก่อน

แต่สิ่งที่ต่างจากอดีตคือ วันนี้เงินของ กาญจนพาสน์–จิราธิวัฒน์–อัมพุช–โสภณพนิช–เจียรวนนท์ กำลังถูกลงทุนและต่อยอดในพื้นที่เดียวกัน ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน

จากโครงการที่อยู่อาศัย ศูนย์การค้า และสนามกอล์ฟในอดีต บางนากำลังถูกเติมด้วย Mixed-use ออฟฟิศ โรงแรม โรงเรียนนานาชาติ พื้นที่บันเทิง และพื้นที่ใช้ชีวิตรูปแบบใหม่

ผลที่ตามมาคือ บางนากำลังมีองค์ประกอบของเมืองที่คนสามารถอยู่ ทำงาน เรียน กิน เที่ยว และใช้ชีวิตได้โดยไม่ต้องเข้าใจกลางกรุงเทพฯ ทุกวัน

ดังนั้น ถ้าอยากรู้ว่ากรุงเทพฯ กำลังขยับไปทางไหน การดูว่าเงินก้อนใหญ่กำลังไหลไปตรงไหน อาจเป็นหนึ่งในคำตอบ

และเมื่อเงินของ 5 ตระกูลใหญ่ไหลมาบรรจบกันที่บางนา ภาพที่เห็นจึงไม่ใช่แค่ “บางนาที่ใหญ่ขึ้น”

แต่คือศูนย์กลางเมืองแห่งใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้นทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ เปลี่ยนบางนา จาก “ทางผ่าน” สู่ “ปลายทาง