บีเอ็มดับเบิลยู (BMW) ชูกลยุทธ์ ‘Power of Choice’ รุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% ควบคู่ไปกับการดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่ด้วยราคาเริ่มต้นที่เข้าถึงง่าย หวังกระตุ้นยอดขายและรักษาส่วนแบ่งการตลาดในช่วงครึ่งหลัง ปี 2569

ท่ามกลางสภาวะตลาดรถยนต์หรูในไทยโดยรวมที่ชะลอตัวลงเล็กน้อย BMW ยังคงยืนหยัดรักษาแชมป์ยอดขายอันดับ 1 ในกลุ่มพรีเมียมเซกเมนต์ช่วงครึ่งแรก (ม.ค. – มิ.ย.) ปี 2569 ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

BMW บนเส้นทางรักษาแชมป์ตลาดรถยนต์หรู

ดึงคนรุ่นใหม่ด้วยราคาเริ่ม 2 ล้านต้น – ดันยอดอีวีทะลุ 20%

ยอดจดทะเบียนสะสมรถยนต์แบรนด์ ‘BMW’ (บีเอ็มดับเบิลยู) / ปี พ.ศ. จำนวน
2564 11,180 คัน 
2565 14,872 คัน 
2566 15,227 คัน 
2567 13,252 คัน 
2568 11,644 คัน 
2569 (มกราคม – กรกฎาคม) 6,345 คัน
5 อันดับแรก 

รุ่นรถยนต์ที่มียอดจดทะเบียนสะสมสูงสุด

รุ่นรถ จำนวน
320d M Sport  7,183 คัน 
330e M Sport  6,379 คัน 
220i Gran Coupe M Sport  4,480 คัน 
520d M Sport  3,898 คัน 
X1 sDrive20i M Sport  3,622 คัน
BMW มียอดจดทะเบียนสะสมรถ ตั้งแต่ปี 2564 ถึงเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 72,520 คัน แบ่งเป็น กลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคล 92% และ กลุ่มรถจักรยานยนต์ (BMW Motorrad) 8%
ที่มา: สถิติรถจดทะเบียนใหม่ (ป้ายแดง) แบรนด์ BMW ตั้งแต่ปี 2564 – ถึงเดือนกรกฎาคม 2569 / สิงหาคม 2569  

ในงานมหกรรมยานยนต์ บิ๊ก มอเตอร์ เซลล์ 2026 “คุณศรัณย์ อรรถเวทยวรวุฒิ” ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด ตัวแทนผู้จำหน่ายรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด อย่างเป็นทางการในเครือ MGC-ASIA 

กล่าวว่า เป้าหมายหลักของ BMW คือการรักษาส่วนแบ่งการตลาดรถพรีเมียมที่ราว 40% โดยได้นำทัพรถยนต์ไฮไลท์มาจัดแสดง ได้แก่ ‘BMW iX3’ แพลตฟอร์มไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ รวมถึง ‘BMW i5’ และ ‘BMW M760’ 

ปัจจุบันฐานลูกค้าของ BMW มีอายุเฉลี่ยลดลงและเป็นคนรุ่นใหม่มากขึ้น ปัจจัยหลักมาจากการปรับโครงสร้างราคารถยนต์ให้เข้าถึงง่ายขึ้น โดยเริ่มต้นเพียง 2 ล้านบาทต้น ๆ ผนวกกับโปรแกรมทางการเงินใหม่อย่าง ‘Freedom Choice’ ที่ไม่ต้องดาวน์ก้อนใหญ่ ผ่อนชำระต่ำ และสามารถคืนรถได้เมื่อจบสัญญา

ด้านเทคโนโลยีขุมพลัง BMW ใช้แนวคิด ‘Power of Choice’ ที่มีทั้งเครื่องยนต์สันดาป ปลั๊กอินไฮบริด และไฟฟ้า 100% ตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย ส่งผลให้สัดส่วนยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าล้วนของค่ายเติบโตไปอยู่ที่ 15-20% ของยอดขายรวม

สำหรับการแข่งขันกับแบรนด์รถยนต์จากจีน โดยเฉพาะกระแสรถยนต์พรีเมียมเอ็มพีวี ตั้งแต่ 7 ถึง 11 ที่นั่ง ที่กำลังมาแรงในขณะนี้นั้น 

บีเอ็มดับเบิลยูมองว่าสถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นการขยายขอบเขตของตลาด ซึ่งช่วยให้ลูกค้ากลุ่มครอบครัวมีทางเลือกที่หลากหลายและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้กว้างขึ้น 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่รถยนต์เอ็มพีวีทั่วไปยังไม่สามารถมอบให้ได้เทียบเท่ากับรถยนต์ครอบครัวอเนกประสงค์ของบีเอ็มดับเบิลยู คือเรื่องของสมรรถนะการควบคุมและการขับขี่ที่เร้าใจ 

ด้วยจุดแข็งด้านเพอร์ฟอร์แมนซ์นี้ บริษัทจึงมั่นใจว่ายังมีฐานลูกค้ากลุ่มครอบครัวขนาดใหญ่อีกเป็นจำนวนมากที่หลงใหลในการขับขี่ และยังคงเลือกใช้รถยนต์อเนกประสงค์จากบีเอ็มดับเบิลยูสำหรับครอบครัวอย่างเหนียวแน่น

ส่วนประเด็นการปรับโครงสร้างภาษีอีวี BMW ได้รับอานิสงส์เชิงบวกในรุ่นที่ประกอบในประเทศอย่าง ‘BMW i5’ ซึ่งผลิตที่โรงงานจังหวัดระยอง ทำให้สามารถตรึงราคาจำหน่ายเดิมไว้ได้ 

การรับมือแบรนด์คู่แข่ง มิลเลนเนียม ออโต้ เน้นการสร้างระบบนิเวศแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่รถใหม่ บริการหลังการขาย ไปจนถึงรถมือสองคุณภาพสูง

กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่สร้างยอดขายเป็นกอบเป็นกำยังคงเป็น BMW ซีรีส์ 3 และซีรีส์ 5 ขณะที่แบรนด์ในเครืออย่าง MINI ก็เติบโตโดดเด่นจากรุ่น ‘MINI Cooper SE’ ที่ทำราคาแข่งขันได้ดี 

ทั้งนี้ บริษัทยังเตรียมสร้างสีสันในช่วงปลายปีด้วยการเปิดตัว ‘BMW iX3L’ อีวีรุ่นฐานล้อยาวที่นำเข้าจากจีน ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมยานยนต์อย่างต่อเนื่อง