วิศวกร หมอ ครู หลบไป ยุคใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้ว ในอดีตอาชีพข้าราชการ หรือพนักงานบริษัทใหญ่เป็นสิ่งการันตีค่าตอบแทนความเหนื่อยว่าเต็มเม็ดเต็มหน่วยแน่นอน แต่ปัจจุบันโลกก้าวสู่ยุค AI อาชีพใหม่ ๆ เกิดขึ้นทุกวัน งานอะไรที่ไม่คิดว่าจะเป็นงานได้ก็กลับกลายเป็นอาชีพที่คนแย่งกัน

แล้วถ้าพูดถึงอาชีพในฝันของคนรุ่นใหม่จีนตอนนี้ คงไม่มีใครคาดคิดว่า “ช่างทำเครื่องหอม” จะกลายเป็นอาชีพยอดฮิต สะท้อนจากการที่กระทรวงทรัพยากรมนุษย์และประกันสังคมของจีน (MOHRSS) เตรียมบรรจุ “ช่างทำเครื่องหอม” เข้าไปในทำเนียบอาชีพใหม่ของจีน ทั้งที่จีนเป็นตลาดที่ไม่นิยมใช้น้ำหอมมาก่อน โดยปัจจุบันมีคนจีนเพียงราว 5% เท่านั้นที่ใช้น้ำหอมเป็นประจำ เทียบกับตลาดตะวันตกที่มีสัดส่วนสูงถึง 40-50%

🟥 ตลาดเครื่องหอมจีนโตเร็วที่สุดในกลุ่มความงาม

ก่อนจะไปทำความรู้จักกับช่างทำเครื่องหอมตัวจริง ต้องเข้าใจก่อนว่าทำไมอาชีพนี้ถึงกำลังมาแรง  เมื่อมองภาพรวมตลาดน้ำหอมและเครื่องหอมของจีนกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ระหว่างปี 2020-2025 ตลาดน้ำหอมจีนเติบโตเฉลี่ยปีละ 13.4% แซงหน้าทั้งสกินแคร์ เมกอัพ และผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม และมีมูลค่ารวมทะลุ 6,500 ล้านดอลลาร์ ในปี 2025 ราว 2 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ดี จีนเคยเป็นตลาดที่ไม่นิยมใช้น้ำหอมมานาน ต่างจากยุโรปหรือตะวันออกกลางที่มองน้ำหอมเป็นของใช้ประจำวัน แต่ปัจจุบันทัศนคตินี้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ด้วยรายได้ที่เพิ่มขึ้น การเปิดรับไลฟ์สไตล์จากทั่วโลก และค่านิยมเรื่องการแสดงออกถึงตัวตน ทำให้น้ำหอมกลายเป็นของใช้ประจำวันของผู้บริโภคจีนจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และมิลเลนเนียลในเมืองใหญ่ ที่มองว่ากลิ่นหอมคือเครื่องมือแสดงตัวตนมากกว่าการแต่งหน้าหรือการแต่งกาย

ด้านรายงาน China Perfume & Fragrance White Paper ปี 2025 ซึ่งจัดทำโดย Deloitte ร่วมกับ Eternal Group ระบุว่า พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน คือ

81.1% ของผู้บริโภคจีนมองว่าน้ำหอมเป็นของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันไม่ใช่ของฟุ่มเฟือยอีกต่อไป

สัดส่วนผู้บริโภคชายเพิ่มขึ้นจาก 37.1% ในปี 2023 เป็น 40.1% ในปี 2024 สะท้อนว่าน้ำหอมไม่ใช่เรื่องของผู้หญิงอีกต่อไป

86.1% ของผู้บริโภคขยายความชอบเรื่องกลิ่นไปสู่พื้นที่อยู่อาศัย ดันดีมานด์สินค้าอย่างเครื่องหอมติดรถยนต์ ไปจนถึงแล็ปท็อปที่มีกลิ่นหอม

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ช่วงก่อนโควิด ผู้บริโภคจีนซื้อน้ำหอมตามกระแสการตลาดและแบรนด์ดัง แต่หลังโควิด ความสนใจเปลี่ยนไปที่คุณค่าทางอารมณ์ ราคาและแบรนด์กลายเป็นเรื่องรอง

จากข้อมูลของ WPIC พบว่า ยอดขายน้ำหอมบน Tmall และ Douyin รวมกันเพิ่มจาก 10,960 ล้านหยวนในปี 2023 เป็น 13,920 ล้านหยวนในปี 2025 โดยเฉพาะ Douyin ที่ส่วนแบ่งยอดขายพุ่งจาก 23% เป็น 39% ภายในเวลาไม่กี่ปี สะท้อนว่าคนจีนเปิดใจซื้อน้ำหอม ซึ่งเป็นสินค้าที่ดมกลิ่นผ่านหน้าจอไม่ได้ ผ่านคอนเทนต์และการเล่าเรื่องมากขึ้นเรื่อย ๆ

ทั้งหมดนี้อธิบายได้ว่า ทำไมอาชีพช่างทำเครื่องหอมถึงไม่ใช่แค่งานฝีมือเล็ก ๆ แต่กำลังกลายเป็นอาชีพที่ตอบโจทย์ตลาดที่มีมูลค่ามหาศาล

🟥จากงานอดิเรกสู่รายได้หลักล้าน

หนึ่งในคนรุ่นใหม่ที่ก้าวเข้าสู่วงการนี้คือ จางอี้ฝาน เจ้าของแบรนด์ “YiFangXiang” (一方香) จากเมืองเซินเจิ้น จุดเริ่มต้นของเธอเรียบง่ายมาก เดิมทีเธอแค่อยากใช้กลิ่นหอมช่วยผ่อนคลายจิตใจระหว่างพักจากงานประจำ แต่หลังจากที่เคยซื้อธูปปลอมมาใช้ เลยลองไปศึกษาวิธีทำเครื่องหอมเอง เน้นเครื่องหอมแบบฉู่เซียง โดยนำวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างตะไคร้หอมและพิมเสนมาพัฒนาสูตรเฉพาะตัว

จนวันนี้แบรนด์ YiFangXiang กลายเป็นบริษัทรับผลิต OEM  รับจัดฝึกอบรม เวิร์กช็อปทำเครื่องหอม และเผยแพร่ความรู้ผ่านโซเชียลมีเดีย สร้างรายได้สูงถึง 2-3 แสนหยวนต่อปี หรือประมาณ 9.82 แสน-1.47 ล้านบาท

🟥Gen Z แห่เรียนทำเครื่องหอม

การเรียนทำเครื่องหอมกำลังกลายเป็นทั้งไลฟ์สไตล์และช่องทางสร้างรายได้ที่จับต้องได้จริง สำหรับ Gen Z บางคน  จำนวน Gen Z เข้ามาเรียนทำเครื่องหอมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากผลสำรวจ ZVZO Consumer Observation ปี 2026 พบว่า 67% ของผู้บริโภคจีนต้องการผลิตภัณฑ์เครื่องหอมที่ปรับแต่งเฉพาะตัวได้ (customized) ขณะที่สตูดิโอ DIY ทำเครื่องหอมด้วยตัวเองมีอัตราการเข้าถึงสูงถึง 15% ในเมืองใหญ่ และมีผู้ใช้บริการสมัครสมาชิกรับเครื่องหอมแบบต่อเนื่อง (subscription) แล้วกว่า 6.8 ล้านคน ทั่วประเทศ

ผู้เล่นในตลาดจีนอย่าง Chillmore และ Narratus จากเซี่ยงไฮ้ ก็เริ่มพัฒนาโมเดล DIY ด้วยการจัดคลาสแบบมีไกด์ ให้ลูกค้าได้ดมวัตถุดิบ ทดลองผสมกลิ่น และปรับสัดส่วนเองจนได้น้ำหอมที่เป็นของตัวเอง ซึ่งต่างจากการซื้อน้ำหอมสำเร็จรูป มีความหมายทางอารมณ์มากกว่า

🟥งานฝีมือต้องอาศัยประสบการณ์

หลายคนอาจมองว่าการทำเครื่องหอมเป็นงานที่ทำได้ง่าย แต่เบื้องหลังเครื่องหอมแต่ละชิ้นต้องผ่านหลายขั้นตอน ตั้งแต่การคัดเลือกและแปรรูปวัตถุดิบ ซึ่งวัตถุดิบธรรมชาติแต่ละอย่างก็มีความแตกต่างกันตามแหล่งผลิต สภาพอากาศ ช่วงเวลาที่เก็บเกี่ยว และปริมาณน้ำมันหอมระเหย แม้จะเป็นวัตถุดิบชนิดเดียวกันก็อาจให้กลิ่นที่ต่างกันได้ การผสม การขึ้นรูป ไปจนถึงการบ่มและเก็บรักษา โดยความแตกต่างเพียงเล็กน้อยของวัตถุดิบก็อาจทำให้กลิ่นที่ได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ช่างจึงต้องอาศัยประสบการณ์และการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ความรู้ทางทฤษฎีเท่านั้น

แม้ภาพรวมของอาชีพนี้จะดูสดใส แต่อุตสาหกรรมเครื่องหอมของจีนยังเผชิญปัญหาที่ต้องจับตา โดยเฉพาะเรื่อง คุณภาพวัตถุดิบ และ การโฆษณาเกินจริง ที่แม้แต่ช่างผู้มีประสบการณ์ก็ยังแยกแยะได้ยาก

สถาบันฝึกอบรมบางแห่งใช้คำโฆษณาชวนเชื่อ เช่น เรียนจบภายในไม่กี่วัน หรือสอนโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อดึงดูดผู้เรียน ซึ่งจะทำให้ผู้ที่สนใจมองข้ามความสำคัญของการฝึกฝนและการเรียนรู้ที่ต้องใช้เวลาจริงจัง

สุดท้าย การเพิ่มช่างทำเครื่องหอมเข้าไปในทำเนียบอาชีพใหม่ของจีนจึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น  เพราะมาตรฐานการประเมินวิชาชีพ มาตรฐานวัตถุดิบ และการตรวจสอบคุณภาพการผลิตให้ชัดเจน เพื่อให้อุตสาหกรรมนี้เติบโตได้อย่างมีคุณภาพในระยะยาว ไม่ใช่แค่กระแสที่มาแล้วก็ไป ต้องอาศัยความอดทน การฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง และความเข้าใจในงานฝีมือที่ลึกซึ้ง กว่าจะกลายเป็นอาชีพที่สร้างรายได้หลักแสนถึงล้านบาทต่อปีได้อย่างยั่งยืน


อ้างอิง : shanghaijungle,  jingdaily, wpic, businesstraveller, chinadaily