ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในแต่ละวันของ Owen Willis คือการอาบน้ำตอนเช้า กลิ่นหอมของลาเวนเดอร์และยูคาลิปตัสลอยฟุ้งอยู่ในห้องอาบน้ำส่วนตัวที่ปูด้วยหิน
ขณะที่เขาใช้ครีมอาบน้ำราคาขวดละ 32 ปอนด์ (ประมาณ 1,500 บาท) ก่อนจะเช็ดตัวด้วยผ้าขนหนูสีขาวนุ่มฟู แล้วชโลมผิวด้วยบอดี้โลชั่นราคา 24 ปอนด์ (ประมาณ 1,100 บาท)
ทว่าที่นี่ไม่ใช่บ้านของเขา… แต่มันคือ ‘ฟิตเนส’ ที่เขาเป็นสมาชิกอยู่
Owen Willis เป็นสมาชิกของ Third Space ในลอนดอน ฟิตเนสสุดหรู ค่าสมาชิกเริ่มต้นที่เดือนละ 230 ปอนด์ (ประมาณ 10,700 บาท) สำหรับการใช้บริการสาขาเดียว และจะเพิ่มเป็น 305 ปอนด์ (ประมาณ 14,200 บาท) หากต้องการเข้าใช้ทุกสาขา
เพื่อให้สามารถสัมผัสกับอากาศบริสุทธิ์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วย UV และห้องซาวน่าที่บุด้วยผนังเกลือหิมาลัยของสาขาทั้งหมดในเครือ
Owen Willis หนุ่มวัย 23 ปีที่ทำงานด้านการตลาด เป็นสมาชิกของที่นี่มาตั้งแต่อายุ 18 ปี โดยเขาถึงขนาดเรียกที่นี่ว่าเป็นบ้านหลังที่สอง เพราะใช้เวลาอยู่ที่นี่สัปดาห์ละประมาณ 22 ชั่วโมง
โดยแม้แพง เพราะช่วงแรกคิดเป็น 10% ของรายได้ต่อเดือน แต่เขายินดีจ่าย หลังเห็นการมีรูปร่างที่ดีนั้นเป็นเรื่องสำคัญมากของชีวิต
Owen Willis คือหนึ่งในคนรุ่นใหม่ Gen Z ในอังกฤษที่มองว่าค่าสมาชิกฟิตเนสคือรายจ่ายจำเป็น โดยผลสำรวจในอังกฤษพบว่า 27% ของ Gen Z มองว่าการเป็นสมาชิกฟิตเนสเป็นสิ่งจำเป็น และการยอมทุ่มเงินให้กับการดูแลสุขภาพนั้น ดีมากกว่าการเสียเงินไปกับการสังสรรค์หรือเที่ยวกลางคืน

ผลสำรวจของ The Gym Group พบว่า 18% Gen Z ให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายเพื่อสุขภาพและฟิตเนสมากกว่าการเข้าสังคม และ 16% เลือกเข้าฟิตเนสก่อนไปผับหรือร้านอาหาร
ซึ่ง Owen Willis ก็เห็นด้วย โดยเขากล่าวว่า เพื่อนๆ เสียเงินไปทานอาหารนอกบ้านน้อยลง แต่หันไปเข้าฟิตเนสหรูแทน ซึ่งนอกจากจะมีอุปกรณ์ครบครันและคลาสออกกำลังกายแล้ว ยังมีซาวน่า ห้องสตรีม ปืนนวด และสระวารีบำบัดอีกด้วย
Owen Willis กล่าวต่อว่า มันเป็นมากกว่าฟิตเนส โดยนอกจากไปที่นั่นเพื่อพักผ่อนแล้ว บางครั้งก็ยังนั่งทำงานในโซนนั่งพักของฟิตเนสเลย

ฟิตเนสยังเป็นเหมือนพื้นที่หลบหนีจากความวุ่นวายในชีวิตของ Willis เพราะครั้งหนึ่ง เคยต้องแชร์บ้านอยู่กับคนอีก 6 คน ในบ้านที่มีหนูชุกชุมและมีห้องน้ำเพียง 2 ห้อง สภาพห้องน้ำก็เต็มไปด้วยผ้าขนหนูเปียกชื้นเกลื่อนพื้นและคราบหินปูนเกรอะกรัง ทำให้เขาไม่เคยอาบน้ำที่บ้านเลย
สาเหตุที่ทำให้ Gen Z ยอมจ่ายแพงไปกับฟิตเนสหรู ยังไม่หมดแค่นั้น เพราะหลายแห่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตั้งแต่เตารีด สเปรย์อัดกลีบ และไปจนถึงบริการซักแห้ง หรือแม้กระทั่งโซน Coworking space ย่อมๆ เลยทีเดียว
นอกจากนี้ Gen Z ยังยอมจ่ายแพงไปกับค่าฟิตเนสหรู หลังเห็ยว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะนอกจากเพิ่มความมั่นใจรูปร่าง และได้เข้าสังคมแล้ว ยังจะเห็นผลความพยายามอย่างแน่นอน ในยุคที่โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนจากเรื่องงานและสถานการณ์โลก
เทรนด์นี้ส่งผลให้ธุรกิจฟิตเนสหรูเฟื่องฟูอย่างมาก Third Space ที่ Owen Willis ไปจนเหมือนเป็นบ้านหลังที่สองนั้น ก็สามารถขยายสาขาจาก 1 แห่งในปี 2001 เป็น 13 แห่งในปี 2025 และมียอดใช้จ่ายของลูกค้าในฟิตเนสก็เพิ่มขึ้นถึง 41.1% ในปีเดียว ซึ่งลูกค้ากลุ่มหลักก็คือ Gen Z นั่นเอง
การหันมาออกกำลังกาย และใช้ฟิตเนสเป็นสถานที่เข้าสังคม ยังทำให้มูลค่าตลาดของฟิตเนสและสินค้าเพื่อสุขภาพในสหราชอาณาจักร เมื่อปี 2024 เพิ่มเป็น 5,700 ล้านปอนด์ (ราว 254,000 ล้านบาท)
และในปีเดียวกันทั่วสหราชอาณาจักรมีฟิตเนสอยู่มากถึง 5,607 แห่ง ขณะที่ยอดการเข้าไปใช้บริการในปี 2024 ก็สูงถึง 616 ล้านครั้ง จนสหราชอาณาจักรเป็นโซนที่มียอดการใช้บริการเพิ่มมา 16.9% ซึ่งเพิ่มขึ้นมากสุดในยุโรป ซึ่งแน่นอนว่าสิ้นปี 2025 ตัวเลขเหล่านี้ย่อมเพิ่มขึ้นอีก
การหันมาใส่ใจสุขภาพมากกว่าคนรุ่นก่อนๆ ของ Gen Z ซึ่งเป็นเหมือนกันทั่วโลก ยังทำให้อีกวงการหนึ่งเติบโต นั่นคือการแข่งขัน Hyrox ที่ท้าทายผู้เข้าแข่งขันด้วยการวิ่งระยะทางรวม 8 กิโลเมตร ที่ทุกๆ 1 กิโลเมตร จะต้องหยุดเพื่อทำภารกิจฝึกความแข็งแกร่งหนึ่งด่าน
เช่น การพายเรือ การดันเลื่อนน้ำหนัก แบกถุงทราย และการขว้างบอลน้ำหนัก ซึ่งแต่ละด่านถูกออกแบบมาเพื่อทดสอบพละกำลังและความทนทานในทุกมิติ
ช่วงไม่กี่ปีมานี้ Hyrox เติบโตอย่างมาก โดยจำนวนผู้เข้าร่วมทั่วโลกระหว่างปี 2023-2024 ยังอยู่ที่เพียง 175,000 คน แต่คาดว่าสิ้นปี 2025 จำนวนอาจเพิ่มเป็น 650,000 คน และเมื่อถึงปี 2026 อาจเพิ่มสูงถึง 1 ล้านคน
ส่วนการที่หันไปเข้าสังคมกันที่ฟิตเนสของ Gen Z เกิดจากการที่พวกเขาโตมาในยุคที่สื่อออนไลน์เข้าถึงง่าย จึงเห็นภาพของรุ่นก่อนๆ เมามายขาดสติเพราะฤทธิ์การดื่มหนัก
ดังนั้นการอวดภาพร่างทองของตนหลังการลงทุนไปกับการออกกำลังกายย่อมดีกว่า ภาพหลุดจากการฤทธิ์การดื่มหนักเป็นไหนๆ นั่นเอง
การใส่ใจสุขภาพมากกว่าคนรุ่นก่อนๆ ของ Gen Z ยังทำให้เกิดเทรนด์ท่องเที่ยวสถานที่ธรรมชาติแบบปลอดเครื่องดื่มเพื่อการดื่มด่ำกับประสบการณ์การท่องเที่ยวได้อย่างเต็มที่
และทำให้บริษัทเครื่องดื่มที่เคยดังจากเบียร์ ผลิตเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพกันกับอาหารเสริมออกมา ส่วนแบรนด์น้ำอัดลม ก็พากันออกรสน้ำตาลน้อยและเพิ่มสารต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพกันอย่างต่อเนื่องอีกด้วย / theguardain
