หากย้อนกลับไปในช่วงกลางทศวรรษที่ 2010 คงไม่มีใครไม่รู้จัก Buzzfeed สื่อดิจิทัลดังผู้ทรงอิทธิพลที่เปลี่ยนโฉมหน้าโลกอินเทอร์เน็ตด้วยข่าวไวรัล ควิซทายใจสนุกๆ และวิดีโอทำอาหารอย่าง Tasty
ในยุคนั้น BuzzFeed ไม่ได้เป็นเพียงแค่เว็บไซต์ แต่คือสัญลักษณ์ของ Pop culture และการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของสื่อยุคโซเชียลมีเดีย

อย่างไรก็ตาม ภาพความสำเร็จเหล่านั้นกำลังกลายเป็นเพียงอดีต เมื่อล่าสุดทาง Buzzfeed ถึงกับออกมายอมรับว่า สถานการณ์ทางการเงินยังไม่ดีนักและอาจไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้
สัญญาณเตือนย้ำถึงวิกฤตครั้งนี้ปรากฏอย่างชัดเจนในรายงานผลประกอบการล่าสุดโดยผู้บริหารของ Buzzfeed ระบุว่าบริษัทมีความกังวลอย่างหนัก (Substantial Doubt) เกี่ยวกับสภาพคล่องและขีดความสามารถในการบริหารงานในอนาคต
ตัวเลขที่น่าตกใจที่สุดคือในปี 2025 ที่ผ่านมา Buzzfeed ขาดทุนสูงถึง 57.3 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1,856 ล้านบาท) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกระแสเงินสด จนบริษัทออกมายอมรับตรงๆ ว่า มีทรัพยากรไม่เพียงพอ ที่จะรองรับภาระผูกพันทางการเงินและค่าใช้จ่ายต่างๆ
ด้าน โจนาห์ เปเรตติ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ ก็ยังไม่ท้อ โดยเขาเผยว่า กำลังอยู่ในขั้นตอนการพูดคุยเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาสภาพคล่อง และเชื่อว่ามูลค่าที่แท้จริงของสินทรัพย์ในมือ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ข่าวชื่อดังอย่าง HuffPost หรือเครือข่ายอาหารออนไลน์ระดับโลกอย่าง Tasty นั้นมีมูลค่าสูงกว่าราคาหุ้นในตลาดปัจจุบันมาก
เขายังมองว่าตลาดกำลังประเมินค่าศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของ Buzzfeed ต่ำเกินไป และตนมีหน้าที่ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า “แบรนด์” และ “ทรัพย์สินทางปัญญา (IP)” เหล่านี้ยังคงมีมูลค่ามหาศาล
อย่างไรก็ตามในแง่ของการจัดการหนี้สิน Buzzfeed พยายามอย่างหนักเพื่อเคลียร์หนี้ โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แม้สามารถเคลียร์หนี้ไปได้แล้วมากกว่า 65%
แต่ถึงอย่างนั้น แมตต์ โอมาร์ ประธานฝ่ายการเงิน (CFO) ก็ยอมรับว่าบริษัทยังคงมี “ภาระผูกพันจากอดีต” (Legacy Commitments) ที่เป็นมรดกตกทอดมาจากการมุ่งมั่นขยายธุรกิจในยุคก่อนหน้า ซึ่งภาระเหล่านี้ยังคงเป็นตัวถ่วงที่ทำให้บริษัทไม่สามารถก้าวไปสู่จุดที่ทำกำไรได้อย่างยั่งยืนเสียที
นี่ทำให้ในปีนี้ Buzzfeed ต้องทั้งเคลียร์หนี้ที่เหลือ เพิ่มสภาพคล่อง และยังต้อง นำ AI เข้ามาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการขายลิขสิทธิ์เนื้อหาของ IP ตามแผนปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อเอาชนะอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่เปลี่ยนไปจนทำให้ยอด Traffic ของสื่อแบบเดิมลดลงอย่างต่อเนื่อง
สำหรับ Buzzfeed ก่อตั้งเมื่อปี 2006 โดยสร้างชื่อจากการเป็นเว็บไซต์รวมข่าวที่กำลังเป็นกระแสที่ต่อมาเรียกกันว่าไวรัล จากนั้นก็เติบต่อเนื่อง ทำให้สามารถซื้อบริษัทเทคโนโลยีด้านข้อมูลหลายแห่ง รวมถึงสื่อออนไลน์ดังอย่าง Huff Post ที่ซีอีโอ Buzzfeed มีส่วนร่วมในการก่อตั้ง และนำมาสู่การทำ IPO เมื่อปี 2021
ทว่าจากนั้น Buzzfeed ก็เผชิญขาลง จากพฤติกรรมการเสพย์สื่อของผู้คนที่เปลี่ยนไป โดยเน้นดูคลิปวิดีโอมากขึ้น ในยุคที่ข้อมูลท่วม แล้วยังเจอกับวิกฤตเศรษฐกิจอีก จนขายโฆษณาได้น้อยลง
นำมาสู่การปิดแผนกข่าว Buzzfeed News ที่เคยคว้ารางวัลใหญ่ ในปี 2023 ต่อด้วยปลดพนักงานและขายกิจการในเครืออย่าง Complex Networks ในปีถัดมาเพื่อช่วยเรื่องสภาพคล่อง

แม้จากนั้น Buzzfeed สามารถประคองตัวมาได้แต่สภาพคล่องยังเป็นปัญหาที่องค์กรแก้ไม่ตก ดังนั้นจากนี้ต้องจับตาดูว่า Buzzfeed จะผ่านปี 2026 ไปได้หรือไม่ หรือนี่จะเป็นบทส่งท้ายที่ปิดฉากสื่อออนไลน์ดังจากข่าวไวรัลหลังอยู่มาครบ 20 ปีพอดี / cnn
