ถอดรหัสความสำเร็จของคอนเทนต์ภาพยนตร์และซีรีส์ยอดฮิตเอเชีย ทั้งหนังผีอินโด, ซีรีส์วายไทย, ละครสั้นจีน ที่ปรับจูนความโลคอลสู่มาตรฐานสากลเพื่อมัดใจผู้ชมทั่วโลก จากเวที Thailand Content Market 2026
งานแสดงสินค้านานาชาติ ธุรกิจคอนเทนต์ ดิจิทัลคอนเทนต์ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ หรือ Thailand Content Market 2026 จัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA และพันธมิตรภาคเอกชนในอุตสาหกรรม
บนเวทีเสวนาแบบกลุ่มหัวข้อ ‘เจาะลึกคอนเทนต์ระดับภูมิภาค: ความนิยมท้องถิ่นสู่กระแสระดับโลก’ โดย Mr. Nattaporn Runghajornklin Committee, Thai Association of Boy Love Content (TBLC) (Thailand), Ms. Linda Gozali Director, JAFF Market (Indonesia), Mr. Bryce Tsao Director of International Business Dept., iQIYI (China), Mr. Kong Rithdee Deputy Director, Thai Film Archive Moderator
ร่วมกันแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับรูปแบบความสำเร็จของภาพยนตร์และซีรีส์ยอดฮิต ตั้งแต่ภาพยนตร์สยองขวัญจากอินโดนีเซีย ไปจนถึงคอนเทนต์ซีรีส์วาย หรือ Boy’s Love (BL) และ Girl’s Love (GL) ของไทย และกระแสความนิยมของซีรีส์แนวตั้งจากจีนและประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย
คอนเทนต์ประเภทเฉพาะกลุ่มเหล่านี้ กลายมาเป็นจุดเปลี่ยนเทรนด์ และเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ในการดึงดูดการลงทุนด้านตลาดภาพยนตร์และซีรีส์จากต่างประเทศได้อย่างไร

“ภาพยนตร์สยองขวัญจากอินโดนีเซียได้กลายเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่สำคัญและยกระดับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของประเทศให้ก้าวขึ้นมาเป็นตลาดใหญ่ในระดับโลก”
โดยความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะความน่ากลัวเท่านั้น แต่มาจากการปรับตัวเข้ากับบริบททางสังคมและศาสนาของคนในประเทศได้อย่างแยบยล
ด้วยเหตุที่ประชากรส่วนใหญ่ของอินโดนีเซียเป็นมุสลิม ผู้สร้างภาพยนตร์จึงได้ริเริ่มนำเสนอแนวคิดฮีโร่สายปราบผีที่มีพื้นฐานจากความเชื่อท้องถิ่น แทนที่รูปแบบเดิมที่ฮีโร่ในหนังสยองขวัญมักมีบทบาทเพียงน้อยนิดในฉากจบของเรื่องเท่านั้น
การสร้างภาพจำของฮีโร่ที่สามารถต่อกรกับสิ่งชั่วร้ายและสิ่งเหนือธรรมชาติในบริบทของความเชื่อของคนท้องถิ่น ทำให้ภาพยนตร์เหล่านี้สามารถครองใจผู้ชมในประเทศได้สำเร็จและกลายเป็นรากฐานที่สำคัญในการสร้างอาณาจักรภาพยนตร์ ซึ่งนำไปสู่การขยายตัวของส่วนแบ่งตลาดคอนเทนต์ท้องถิ่นที่เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
นอกจากองค์ประกอบเรื่องการปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่นแล้ว ความสำเร็จเหล่านี้ยังเกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ของทีมงานโปรดักชันที่ใช้เวลานับสิบปีในการสร้างบริษัทและพัฒนาศักยภาพในการผลิตจนได้มาตรฐานระดับสากล
ภาพยนตร์สยองขวัญของอินโดนีเซียจึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่สร้างความบันเทิงในแนวทางที่ถนัดเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นว่าการเข้าใจถึงจิตวิญญาณของผู้บริโภค และการมีจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการนำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตจริง เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผลงานเหล่านั้น เดินทางข้ามพรมแดนไปสู่ความสำเร็จในระดับนานาชาติได้

“อุตสาหกรรมคอนเทนต์ซีรีส์วาย หรือ Boy’s Love (BL) และ Girl’s Love (GL) ของไทยในปัจจุบันได้พัฒนาจากการเป็นเพียงกระแสเฉพาะกลุ่มไปสู่ซอฟต์พาวเวอร์”
การที่ซีรีส์วายไทยเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่มีอิทธิพลอย่างสูงในเวทีระดับโลก อาศัยพลังขับเคลื่อนสำคัญจากสามส่วนประกอบหลัก ได้แก่ บริบทของเนื้อหาที่เข้าถึงง่าย การนำเสนอที่จริงใจ และการเชื่อมโยงกับชุมชน
ซีรีส์เหล่านี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่ความสัมพันธ์ของตัวละครเท่านั้น แต่ยังมีการยกระดับมาตรฐานการผลิตให้มีความเป็นสากลมากขึ้น ทั้งในด้านงานภาพ การกำกับศิลป์ และบทละครที่สอดแทรกประเด็นสังคมหรืออาชีพที่หลากหลาย ทำให้งานมีความลึกซึ้งและสามารถครองใจผู้ชมได้กว้างขวางขึ้นกว่าในอดีต
อีกหัวใจสำคัญที่ทำให้ซีรีส์วายไทยก้าวข้ามกำแพงทางวัฒนธรรมได้สำเร็จคือ ความสามารถในการนำเสนอความเป็นมนุษย์ที่เปราะบางและมีความจริงใจ ซึ่งสร้างความผูกพันให้กับผู้ชมได้เป็นอย่างดี
ถึงแม้ฐานผู้ชมกลุ่มใหญ่สุดจะยังคงเป็นภูมิภาคเอเชียเนื่องจากความใกล้เคียงทางวัฒนธรรม แต่ปัจจุบันตลาดยุโรป เช่น เยอรมนี สเปน และอิตาลี ก็กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีผู้ชมท้องถิ่นชาวตะวันตกแท้ ๆ เข้ามาติดตามคอนเทนต์อย่างเหนียวแน่น
นอกจากนี้ การสร้างระบบนิเวศที่ครบวงจร ตั้งแต่การต่อยอดไปสู่สินค้าที่ระลึก กิจกรรมแฟนมีตติ้ง และการบริหารจัดการผ่านแพลตฟอร์มระดับสากล ทำให้ผู้ชมซีรีส์วายไทยรู้สึกถึงการมีส่วนร่วมในฐานะส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ ไม่ใช่แค่ผู้รับชมคอนเทนต์เพียงอย่างเดียว
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายในอนาคตของอุตสาหกรรมนี้คือการไม่หยุดยั้งอยู่กับพล็อตเรื่องเดิม ๆ แต่ต้องมุ่งเน้นการสร้างสรรค์เนื้อหาที่แปลกใหม่และมีความหลากหลายยิ่งขึ้น เพื่อรักษามาตรฐานการเป็นศูนย์กลางระดับโลกของคอนเทนต์ประเภทนี้อย่างยั่งยืน

“พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ทำให้ผู้คนคุ้นเคยกับการรับชมซีรีส์สั้นแนวตั้งทีละตอนผ่านสมาร์ทโฟน ซึ่งสามารถรับชมได้ง่ายและประสบความสำเร็จ”
โดยมีบริษัทจากจีนเป็นผู้บุกเบิกและผู้เล่นรายใหญ่ระดับโลก เช่น ‘ReelShort’ (รีลชอร์ต) และ ‘DramaBox’ (ดราม่าบ็อกซ์) ความนิยมนี้สะท้อนผ่านยอดรายได้รวมจาก In-App Purchase (IAP), การสมัครสมาชิก, การโฆษณา และการบูรณาการแบรนด์ สำหรับซีรีส์สั้นแนวตั้งหรือละครแนวตั้งระดับภูมิภาคจากญี่ปุ่น, เกาหลี, ไต้หวัน และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะเติบโตขึ้นถึง 3 เท่า จากปี 2026 ซึ่งอยู่ที่ 29,700 ล้านบาท แตะมูลค่า 95,700 ล้านบาท ภายในปี 2030
ด้วยกระแสที่มาแรง แพลตฟอร์มวิดีโอขนาดยาว อย่างเช่น ‘iQIYI’ (อ้ายฉีอี้) จึงต้องปรับตัวโดยนำซีรีส์สั้นเข้ามาในระบบมากกว่า 2,000 เรื่อง ควบคู่ไปกับการผลิตคอนเทนต์ท้องถิ่นร่วมกับประเทศต่าง ๆ
รวมถึงการพยายามทลายข้อจำกัดทางภาษา เช่น การทำพากย์เสียงในภาษาต่าง ๆ เพื่อให้แฟน ๆ ทั่วโลก สามารถเข้าใจเนื้อหาและเชื่อมต่อกับคอนเทนต์ได้อย่างลึกซึ้งที่สุด

“การปรับคอนเทนต์ให้เข้ากับบริบทท้องถิ่นเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะกำหนดว่ากลุ่มเป้าหมายของคุณอยู่ที่ไหน และการกล้าที่จะบิดแนวทางเดิม ๆ เพื่อดึงดูดผู้ชมท้องถิ่น ทำให้สามารถครองใจผู้ชมกลุ่มใหญ่ในประเทศได้สำเร็จ ซึ่งเมื่อเป็นเจ้าของฐานผู้ชมที่แข็งแกร่งแล้ว โอกาสที่คอนเทนต์จะเดินทางออกไปสร้างชื่อเสียงในต่างประเทศก็ย่อมมีสูงขึ้น”
