ท่ามกลางสมรภูมิไก่ทอด 3 หมื่นล้านบาท KFC ยังคงครองแชมป์เบอร์หนึ่งด้วยศักยภาพในการแข่งขันของ 3 ผู้ถือสิทธิ์แฟรนไชส์ โดยขยายสาขาครอบคลุม 77 จังหวัด พร้อมผสานกลยุทธ์โลคอลของ ‘ยัม ประเทศไทย’ ที่ปั้นผู้พันแซนเดอร์สให้เป็นเพื่อนซี้ที่รู้ใจคนไทยในทุกโมเมนต์

KFC (เคเอฟซี) ทั่วโลกและในไทยเป็นแบรนด์ภายใต้ Yum! Brands, Inc. (เดิมชื่อ Tricon Global Restaurants) ซึ่งปัจจุบันเน้นบทบาทเป็นผู้สร้างแบรนด์ ทำการตลาด และขายสิทธิ์แฟรนไชส์ให้ผู้ลงทุน โมเดลนี้เพิ่งปรับเปลี่ยนมาไม่ถึง 10 ปี จากอดีตที่บริษัทเปิดสาขาเพื่อบริหารเองควบคู่ไปด้วย

สำหรับประเทศไทย ‘เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป’ (CRG) เป็นผู้รับสิทธิ์แฟรนไชส์รายแรกที่นำ KFC เข้ามาเปิดสาขาแรกที่เซ็นทรัลลาดพร้าวในปี 1984 ด้วยกระแสตอบรับที่ดี บริษัทแม่จึงได้เข้ามาตั้งบริษัท ‘ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด’ เพื่อร่วมขยายสาขาและบริหารงานด้วยตัวเองควบคู่ไปกับ CRG

กระทั่งในปี 2016 ยัม ประเทศไทย ได้ปรับนโยบายตามบริษัทแม่ โดยเปลี่ยนมาใช้ระบบแฟรนไชส์ 100% และประกาศขายสาขาที่ตนเองบริหารอยู่กว่า 370 แห่ง (ขณะนั้น CRG มีสาขาเกือบ 220 แห่ง) 

โดยในปี 2016 ‘บริษัท เรสเทอรองตส์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด’ (RD) ได้เข้ามาซื้อสิทธิ์และรับช่วงสาขาส่วนหนึ่งไปดูแลก่อน 

จากนั้นในปี 2017 ‘บริษัท เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย จำกัด’ (QSA) ในเครือไทยเบฟ จึงเข้ามาซื้อสาขาที่เหลืออีก 240 แห่งไปบริหาร 

ส่งผลให้ธุรกิจ KFC ในไทยขับเคลื่อนโดย 3 แฟรนไชส์ซีหลักมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งสร้างบาลานซ์ให้เกิดศักยภาพในการแข่งขันจากผู้ถือสิทธิ์แฟรนไชส์ด้วยกัน

ตลาดไก่ทอด 30,000 ล้านบาท  

ยืนหนึ่งสังเวียนยังคงเป็นผู้พัน KFC

ตลาดร้านอาหารบริการด่วน (QSR – Quick Service Restaurant) หรือร้านฟาสต์ฟู้ดในไทย มูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ประมาณ 70,000 ล้านบาท 

เซกเมนต์หลักแบ่งออกเป็น ตลาดไก่ทอดราว 30,000 ล้านบาท ตลาดพิซซ่าราว 12,000 ล้านบาท และ ตลาดเบอร์เกอร์ราว 10,000 ล้านบาท

ปี ค.ศ. มูลค่าตลาดไก่ทอด / ล้านบาท
2022 25,000
2023 27,000
2024 28,000
2025 30,000
สัดส่วนตลาดไก่ทอดในไทย กลุ่ม QSR ที่ 30,000 ล้านบาท เป็นของแบรนด์ KFC ประมาณ 50% ส่วนที่เหลือเป็นของแบรนด์ QSR อื่น ๆ ที่มีเมนูไก่ทอด
ธุรกิจ KFC ในไทย มี ‘ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย)’ เป็นผู้บริหารแบรนด์ และมีพาร์ตเนอร์ที่รับสิทธิ์แฟรนไชส์ จำนวน 3 ราย ซึ่งแต่ละแฟรนไชส์ มีการวางเป้าหมาย และการทำตลาดที่แตกต่างกัน โดยยังอยู่บนแกนหลักที่ยัมฯ ให้ไว้ 
KFC ในไทย เป็นของใครบ้าง?
พาร์ตเนอร์ที่รับสิทธิ์แฟรนไชส์ ปี ค.ศ. ที่เริ่มต้น จำนวนสาขาปัจจุบัน
บริษัท เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย จำกัด (QSA) ในเครือไทยเบฟ 2017 มากกว่า 500 สาขา
บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) 1984 สาขาแรกอยู่ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว 347 สาขา 
บริษัท เรสเทอรองตส์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (RD) 2016 ประมาณ 340 สาขา
ปี 2026 KFC ได้ขยายสาขารวมในไทยทะลุ 1,226 สาขา และครอบคลุมพื้นที่ครบทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศเป็นที่เรียบร้อย
Marketeer รวบรวม / กรกฎาคม 2026

หากตัดภาพมาที่ตลาดร้านอาหารบริการด่วน (QSR – Quick Service Restaurant) หรือฟาสต์ฟู้ดในไทยตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ตลาดนี้เคยผ่านจุดที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและฟื้นตัวได้ดีหลังยุควิกฤตโรคระบาด จนกระทั่งก้าวเข้าสู่ช่วงหนึ่งถึงสองปีที่ผ่านมา ซึ่งแบรนด์ต่าง ๆ ต้องเผชิญกับโจทย์ท้าทายรอบด้าน ทั้งภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว หนี้ครัวเรือนพุ่งสูง และการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดอาหารเดลิเวอรี

โฟกัสที่ตลาดไก่ทอดมูลค่าราว 30,000 ล้านบาท บรรดาบิ๊กแบรนด์ต่างต้องเจอกับศึกหนัก ยอดขายในช่องทางออฟไลน์ดั้งเดิมต้องเผชิญภาวะท้าทายจากกำลังซื้อของกลุ่มฐานรากที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ผู้บริโภคมีความอ่อนไหวต่อราคาและโปรโมชันสูง

กระทั่งแบรนด์ยักษ์ใหญ่และผู้เล่นหลักในตลาดก็ต้องปรับตัวอย่างหนัก เพื่อสร้างความแตกต่าง โดยหันมาขับเคลื่อนธุรกิจด้วยความเข้าใจอินไซต์ผู้บริโภค กลยุทธ์การตลาดแบบคอลแล็บส์ รวมถึงความคล่องตัวในการเข้าถึงทุกพื้นที่ เพื่อเป็นแรงส่งสำคัญในการรักษาฐานลูกค้าและประคองการเติบโตเอาไว้ให้ได้

โดย KFC ประเทศไทย ภายใต้การนำทัพของ ยัม ประเทศไทย ผู้บริหารแบรนด์และดูแลการทำการตลาด ซึ่งเดินหน้าผสานกำลังกับพาร์ตเนอร์ผู้รับสิทธิ์แฟรนไชส์ทั้ง 3 ราย เพื่อประคองผลประกอบการและรักษาแชมป์ตลาดไก่ทอดเอาไว้

เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย (QSA) ในเครือไทยเบฟ พาร์ตเนอร์รายใหญ่ที่เข้ามาขับเคลื่อนตลาดตั้งแต่ปี 2017 ยังคงรั้งตำแหน่งผู้นำด้านจำนวนสาขาด้วยสัดส่วนมากกว่า 500 สาขา 

QSA เลือกใช้ความได้เปรียบจากเครือข่ายที่แข็งแกร่งมุ่งหน้าสู่การขยายสาขาให้ครอบคลุม เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายในทุกพื้นที่

เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป (CRG) พาร์ตเนอร์ระดับตำนานที่นำผู้พันแซนเดอร์สเข้ามาบุกตลาดไทยตั้งแต่ปี 1984 ประเดิมสาขาแรกที่เซ็นทรัลลาดพร้าว ปัจจุบันมี 347 สาขา แต่ก็เดินเกมด้วยกลยุทธ์ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางและพยายามปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้เข้าถึงได้ง่ายอยู่เสมอ

หมัดเด็ดของ CRG คือการสร้างสีสันผ่านแคมเปญคอลแล็บส์กับป๊อปคัลเจอร์ที่ช่วยดึงยอดขาย ควบคู่ไปกับการมอบประสบการณ์และของพรีเมียมที่ดึงดูดฐานลูกค้าใหม่ ๆ และสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคอย่างสม่ำเสมอ

เรสเทอรองตส์ ดีเวลลอปเม้นท์ (RD) ที่มีบริษัท Devyani International Ltd. ผู้บริหารกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร เช่น KFC, Pizza Hut, Costa Coffee และแบรนด์ในเครือ ประจำอินเดีย, เนปาล และไนจีเรีย เข้ามาเป็นผู้ร่วมทุนรายใหญ่ตั้งแต่ช่วงหนึ่งถึงสองปีที่ผ่านมา

RD รับสิทธิ์แฟรนไชส์ KFC ในไทยมาตั้งแต่ปี 2016 ปัจจุบันมีประมาณ 340 สาขา โดยหันมารุกตลาดด้วยความคล่องตัว และความเข้าใจความต้องการของลูกค้าในแต่ละพื้นที่อย่างแท้จริง

อีกหัวใจสำคัญของความสำเร็จ KFC ในไทย คือกลยุทธ์การตลาดของยัม ประเทศไทย ที่สามารถปรับแบรนด์ระดับโลกให้กลมกลืนกับบริบทโลคอลได้อย่างแท้จริง ผ่านการตีความคาแรคเตอร์ ‘ผู้พันแซนเดอร์ส’ ใหม่ให้สอดรับกับอินไซต์คนไทย

อย่างเช่น การพลิกโฉมผู้พันแซนเดอร์สให้กลายเป็นเพื่อนสายกวนบนโซเชียล ที่โดดเด่นด้านเรียลไทม์ มาร์เก็ตติ้ง สามารถเกาะกระแสไวรัล พูดคุยด้วยภาษาที่ทันยุคสมัย ทำให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ควบคู่ไปกับการถอดรหัสความชอบรสชาติจัดจ้านสไตล์ไทย จนเกิดเป็นเมนูซิกเนเจอร์ยอดฮิตอย่างไก่ทอดตระกูล ‘แซ่บ’ ที่ตอกย้ำว่าแบรนด์พร้อมปรับสูตรลับเพื่อเอาใจลิ้นคนไทยโดยเฉพาะ

นอกจากนี้ ยัม ประเทศไทย ยังเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับวัฒนธรรมการกินแบบล้อมวง โดยผลักดันให้ ‘บักเก็ตไก่ทอด’ เป็นสัญลักษณ์ของการเฉลิมฉลองในทุกเทศกาล 

แบรนด์ยังก้าวข้ามขอบเขตธุรกิจอาหารสู่การเป็นไลฟ์สไตล์ป๊อปคัลเจอร์ ผ่านการคอลแล็บส์กับแบรนด์ต่างอุตสาหกรรม เพื่อสลัดภาพลักษณ์จำเจและสร้างความสดใหม่ 

การคุมหางเสือแบรนด์ของยัม ประเทศไทย จึงเป็นการผสานมาตรฐานสากลเข้ากับความเข้าใจคนไทยอย่างลึกซึ้ง ทำให้ผู้พันแซนเดอร์สในวันนี้กลายเป็นเพื่อนสนิทที่รู้ใจ และพา KFC นั่งแท่นเบอร์หนึ่งร้านไก่ทอดฟาสต์ฟู้ดในใจผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างเหนียวแน่น

ล่าสุดในปี 2026 แบรนด์ KFC ยังได้ทำสถิติขยายสาขารวมในไทยทะลุ 1,226 สาขา โดยจังหวัดแม่ฮ่องสอน คือจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่ทำให้แบรนด์สามารถปักหมุดสาขาครอบคลุมพื้นที่ครบทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศได้อย่างเป็นทางการ