ครั้งหนึ่ง RS คือหนึ่งในอาณาจักรเพลงรายใหญ่ของเมืองไทย ปั้นศิลปินดังมาแล้วหลายยุค
เมื่อดิจิทัลเข้ามาเปลี่ยนอุตสาหกรรมเพลง RS ก็ต้องเปลี่ยนตาม จากเพลงขยายสู่วิทยุ ทีวี และธุรกิจพาณิชย์ ปรับโมเดลสร้างรายได้มาแล้วหลายครั้ง
แต่เมื่อธุรกิจใหม่ที่เคยฝากความหวังไว้ ทั้งทีวีและการขายสินค้า ต้องเผชิญการแข่งขันและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป RS จึงต้องมองหา “เครื่องยนต์ตัวใหม่” อีกครั้ง
และหนึ่งในหมากที่ “เฮียฮ้อ” สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ CEO และผู็ก่อตั้งวางไว้ กลับเป็นธุรกิจที่ครั้งหนึ่งแทบไม่มีใครคิดว่าจะมาอยู่ในอาณาจักรเดียวกับค่ายเพลง RS คือธุรกิจสัตว์เลี้ยง
จากเจ้าพ่อเพลง สู่ Pet Economy
ปี 2564 RS เปิดตัวอาหารสุนัขและแมวแบรนด์ Lifemate เป็นก้าวแรกเข้าสู่ตลาด Pet Economy
ส่วนหนึ่งอาจมาจากความสนใจของเฮียฮ้อ ซึ่งเป็นคนรักสุนัขและเลี้ยงสุนัข 3 ตัว คือ แบงเกอร์ ไทเกอร์ และเพลเยอร์
แต่เบื้องหลังไม่ได้มีเพียงความชอบส่วนตัว
RS มองเห็นการเติบโตของเทรนด์ Pet Parent เมื่อคนจำนวนมากไม่ได้มองสุนัขและแมวเป็นเพียง “สัตว์เลี้ยง” แต่เป็นสมาชิกในครอบครัว และพร้อมใช้จ่ายมากขึ้น ตั้งแต่อาหาร สุขภาพ ไปจนถึงการรักษาพยาบาล
จากการเริ่มต้นขายอาหารสัตว์ RS จึงขยับเกมใหญ่ขึ้น
ปี 2565 บริษัทตั้ง RS Pet All เพื่อสร้างธุรกิจสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร ก่อนใช้เงินกว่า 100 ล้านบาท เข้าถือหุ้น 51% ใน HATO Pet Wellness Center
นั่นทำให้ RS ขยับจากตลาดอาหารสัตว์เข้าสู่ธุรกิจ Pet Wellness และโรงพยาบาลสัตว์ ซึ่งมีรายได้จากการให้บริการและการรักษา รวมทั้งการจำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงผ่านร้านค้าออนไลน์ ไปจนถึงการเป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงจากต่างประเทศ
แต่เส้นทาง Pet Business ของ RS ไม่ได้เดินเป็นเส้นตรง
ปี 2568 ท่ามกลางแรงกดดันด้านผลประกอบการและฐานะการเงิน RS ตัดสินใจขายธุรกิจอาหารสัตว์ Lifemate ให้กับกลุ่มอำพลฟูดส์ มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท
เท่ากับว่า จากยุทธศาสตร์ Pet Business ที่เคยมีทั้ง “สินค้า” และ “บริการ” RS ลดบทบาทในฝั่งอาหารสัตว์ลง แต่ยังคง HATO ซึ่งอยู่ในธุรกิจ Pet Wellness และโรงพยาบาลสัตว์ไว้
และเมื่อเข้าสู่ปี 2569 ตัวเลขของ HATO เริ่มทำให้ธุรกิจที่เหลืออยู่นี้น่าจับตามากขึ้น
ตัวเลขจากตลาดหลักทรัพย์ระบุว่า ครึ่งปีแรก 2569 RS มีรายได้จากการขายและบริการราว 680 ล้านบาท และมีผลขาดทุนสุทธิ 453 ล้านบาท
หากแยกดูรายธุรกิจ รายได้ก้อนใหญ่ที่สุดยังมาจากช่อง 8 ราว 216 ล้านบาท
ตามด้วย RS Mallx แพลตฟอร์มและช่องทางการขายสินค้า และ RS Livewell ธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าสุขภาพและความงาม รวมกันราว 166 ล้านบาท
ขณะที่ Pet Business ภายใต้ HATO สร้างรายได้กว่า 120 ล้านบาทในเวลาเพียง 6 เดือน คิดเป็นเกือบ 18% ของรายได้จากการขายและบริการทั้งหมด
ยิ่งดู Q2 ยิ่งเห็นภาพ “โตสวนทาง”
เฉพาะไตรมาส 2/2569 HATO มีรายได้ 64.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73.8% จากปีก่อน
สวนทางกับธุรกิจเดิมหลายตัว เพราะ ช่อง 8 รายได้ลดลง 41.1% RS Mallx และ RS Livewell ลดลง 44.1% ส่วน RS Connect ลดลง 26%
แต่ตัวเลขเติบโต 73.8% ของ HATO ก็ต้องมองอีกด้านด้วย
ถึงแม้ HATO โตแรงจริง แต่ยังโตไม่มากพอที่จะชดเชยรายได้ที่หายไปจากเครื่องยนต์เดิมของ RS
วันนี้ RS ยังมีโจทย์ใหญ่ ทั้งผลขาดทุนและการฟื้นธุรกิจหลัก ขณะที่ HATO ซึ่งมีรายได้ราว 120 ล้านบาทในครึ่งปีแรก ยังเล็กเกินกว่าจะเป็นคำตอบของ RS ทั้งกลุ่ม
แต่สิ่งที่น่าจับตาคือ จากธุรกิจที่ถูกวางเป็น S-Curve ใหม่เมื่อไม่กี่ปีก่อน วันนี้ กลายเป็นหนึ่งในไม่กี่เครื่องยนต์ของ RS ที่ยังเติบโตสวนทาง
จะโตเร็วและใหญ่พอที่จะมีความหมายต่อการฟื้นตัวของ RS หรือไม่อาจจะไม่ง่าย แต่เป็นเรื่องที่ต้องดูกันต่อไป
