Winamp โปรแกรมฟังเพลงดังที่เคยดังมากในอดีต กำลังจะกลับมา โดยปี 2027 วินแอมป์จะมาในรูปแบบแพลตฟอร์มมิวสิกสตรีมมิงจ่ายรายเดือน และที่สำคัญเพลงทั้งหมดยังเป็นเพลงที่ถูกลิขสิทธิ์อีกด้วย

การกลับมาครั้งนี้ วินแอมป์ จับมือกับ ดีเซอร์ แพลตฟอร์มมิวสิกสตรีมมิงฝรั่งเศส โดยที่ฝ่ายหลังสนับสนุนระบบสตรีมมิ่งเบื้องหลังและคลังเพลงถูกลิขสิทธิ์ทั้งหมด

วินแอมป์ “เวอร์ชันใหม่” จะรองรับระบบสมัครสมาชิก ควบคู่ไปกับการเล่นไฟล์เพลงในเครื่อง วิทยุออนไลน์ พอดแคสต์ และคลังเพลงบนระบบคลาวด์

โดยแยกเปิดบริการคู่ขนานไปกับแอปพลิเคชันเวอร์ชันคลาสสิกบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ 

จากมุมมองทางธุรกิจ นี่เป็นดีลที่ทั้งสองฝ่ายต่างได้ประโยชน์ เพราะครึ่งแรกของปี 2026 ยอดสมาชิกของดีเซอร์มาอยู่ที่ 3.1 ล้านราย

ส่วนรายได้จากกลุ่มพันธมิตรก็ลดลง 7.6% ลงมาอยู่ที่ 80.8 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2,680 ล้านบาท) หลังหมดสัญญากับ มาร์คาโด ลิเบร ค้าปลีกยักษ์ใหญ่ของละตินอเมริกา

ประกอบกับเคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ว่า การรับทำระบบเบื้องหลังให้แบรนด์อื่น คือยุทธศาสตร์สำคัญ โดยที่ผ่านมาได้ร่วมมือกับ เทเลนอร์ บริษัทโทรคมนาคมนอร์เวย์ และ อีดีเอฟ บริษัทพลังงานในฝรั่งเศสมาแล้ว

ดังนั้นการจับมือกับวินแอมป์ครั้งนี้ จึงเป็นการแก้ปัญหารายได้จากพันธมิตรทางธุรกิจที่ลดลงมาครึ่งปี ผ่านแนวทางที่ดีเซอร์ถนัดนั่นเอง

ส่วนประโยชน์ที่ วินแอมป์จะได้จากดีลนี้คือ โฉมใหม่ที่เคยวางแผนและประกาศไว้เมื่อปี 2018 แต่ต้องล่มไปจะได้เป็นจริงเสียที

ซึ่งน่าจะไปได้สวย ไม่เหมือนการนำซอร์สโค้ดของโปรแกรมคลาสสิกไปเผยแพร่บนกิตฮับ ภายใต้ใบอนุญาตแบบพิเศษที่ห้ามไม่ให้ใครนำไปพัฒนาต่อ แต่สุดท้ายก็ต้องลบซอร์สโค้ดทั้งหมดออกจากระบบในอีกไม่กี่สัปดาห์ถัดมา

เนื่องจากถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเรื่องใบอนุญาต และตรวจพบว่ามีโค้ดกรรมสิทธิ์ของดอลบี้ และ ไมโครซอฟต์ ปะปนอยู่

สำหรับวินแอมป์ เป็นโปรแกรมเล่นไฟล์เพลงระดับตำนานที่พัฒนาโดยจัสติน ฟรังเคล และ ดิมีทรี โบล์ดีเรฟ จากบริษัท นูลล์ซอฟต์ ในปี 1997 ซึ่งตัวโปรแกรมโด่งดังอย่างมากบนระบบปฏิบัติการวินโดว์ส ช่วงรอยต่อระหว่างปลายยุค 90 และต้นยุค 2000

ด้วยจุดเด่นกินทรัพยากรเครื่องน้อย มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเปลี่ยน “สกิน” ได้อิสระ จนกลายเป็นแอปสามัญประจำเครื่อง โดยถูกเอโอแอล ซื้อกิจการไปผ่านดีล 80 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2,650 ล้านบาท) ในปี 1999 

ต่อมาในปี 2014 เอโอแอล ขาย วินแอมป์ต่อให้ เรดิโอโนมี่  แบบขาดทุนยอมขาดทุน และเรดิโอโนมี่ ก็เป็นเจ้าของอยู่มาจนถึงปัจจุบัน 

จุดเด่นในการกินทรัพยากรเครื่องน้อย เป็นฟันเฟืองสำคัญที่เปลี่ยนพฤติกรรมผู้คนจากการซื้อแผ่นซีดีมาเป็นการเก็บไฟล์เพลงไว้บนฮาร์ดดิสก์

และอาจกล่าวได้ว่า เป็นต้นแบบของมิวสิกสตรีมมิง ในยุคที่อินเทอร์เน็ตเพิ่งเริ่มแพร่หลาย

อย่างไรก็ตาม การเล่นไฟล์เพลงแบบ เอ็มพี 3 ที่มีขนาดไฟล์เล็ก ประกอบกับความแพร่หลายของวินแอมป์นำไปสู่การแชร์และส่งต่อไฟล์ให้กันของบริษัทอื่นๆ อย่าง แนปสเตอร์และบิตทอร์เรนท์ จนเกิดการละเมิดลิขสิทธิ์อย่างหนัก

ทำให้ค่ายเพลงสูญเสียรายได้มหาศาล ได้นำไปสู่การฟ้องร้องของ สมาคมผู้ประกอบกิจการเพลงของสหรัฐฯ (อาร์ไอเอเอ)

นี่กระทบโดยตรงต่อภาพลักษณ์ของ วินแอมป์ เพราะแม้เป็นเพียงตัวเล่นไม่ใช่ช่องทางแจกจ่าย แต่ก็ถูกจดจำในฐานะศูนย์กลางของสงครามลิขสิทธิ์เพลง ก่อนเข้าสู่ยุคสตรีมมิ่ง

ส่วนการพัฒนาเป็นมิวสิกสตรีมมิงแบบถูกลิขสิทธิ์ครั้งนี้ นอกจากเป็นก้าวใหม่ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการฟังเพลงของคนในปัจจุบันแล้ว

ยังจะช่วยลบภาพจำเรื่องการเป็นโปรแกรมเล่นเพลงที่ละเมิดลิขสิทธิ์และผูกติดกับวงการ “เทปผี-ซีดีเถื่อน”ให้กับวินแอมป์ได้อีกด้วย

ทั้งนี้ไม่ใช่เพียง วินแอมป์ เท่านั้นที่พัฒนาไปเป็นแพลตฟอร์มแบบถูกลิขสิทธิ์ โดยเมื่อปี 2025 บริษัทเทคโนโลยีสตาร์ตอัป อินฟินิท เรียลลิตี้ ได้เข้าซื้อกิจการของ แนปสเตอร์ ต่อจาก อัลกอแรนด์ ผ่านดีล 207 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 7,023 ล้านบาท)

อินฟินิท เรียลลิตี้ตั้งเป้าเปลี่ยน แนปสเตอร์ ที่เคยได้ชื่อว่าเป็น “ตัวแสบแห่งวงการเพลง” สู่แพลตฟอร์มที่แฟนเพลงสามารถเข้าชมคอนเสิร์ตของศิลปินที่ชื่นชอบได้ทั้งแบบเจอหน้าจริงและผ่านโลกเสมือน

ขณะที่ศิลปินและค่ายเพลงจะได้รับส่วนแบ่งรายได้อย่างยุติธรรม / endgadget