ในตลาดปิ้งย่างมูลค่า 9,000 กว่าล้านบาท แต่ตัวเลขนี้เป็นเพียงการประมาณการ ตัวเลขมูลค่าตลาดยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัด เนื่องจากตลาดนี้แบ่งออกได้เป็นสองกลุ่มหลักคือ ร้านในห้างสรรพสินค้า (ปิ้งย่างเกาหลี/ญี่ปุ่น) ซึ่งมีเจ้าตลาดเป็นแบรนด์ใหญ่ที่ครองส่วนแบ่งอยู่ไม่กี่ชื่อ แต่สตรีทฟู้ดหรือร้านหมูกระทะโลคอลที่อยู่นอกห้างก็มีอีกจำนวนมากเช่นกัน ตลาดปิ้งย่างนี้จึงอาจเป็นไปได้ว่ายังมีมูลค่าอยู่อีกมหาศาล

ยิ่งในปัจจุบันที่เมนูหมูกระทะเป็นอาหารที่คนไม่ต้องรอโอกาสพิเศษก็ทานได้ ด้วยราคาที่ไม่แพง เข้าถึงได้ง่าย ทำให้หมูกระทะเป็นอาหารที่แทบจะเป็นหนึ่งเดียวกับวัฒนธรรมการกินของไทยไปแล้ว

คุณเฟิร์น-นัทธมน พิศาลกิจวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า ตัวเลขมูลค่าตลาด 9,000 กว่าล้าน แต่ยังมีร้านหมูกระทะนอกห้างที่มีจำนวนเยอะมาก แปลว่าตัวเลขที่ยังประเมินค่าไม่ได้มีสูงมาก แล้วหมูกระทะเป็นอาหารที่คนไทยทานอยู่แล้วทุกวัน จึงมองว่ามันยังมีโอกาสที่บริษัทสามารถเข้าไปเติมช่องว่างในตลาดได้

ขอไม่สู้กับหมูกระทะโลคอล

คุณเฟิร์น มองว่า ในตลาดปิ้งย่างในห้างยังไม่มีบิ๊กเนมที่ครองตลาดได้อย่างแท้จริง โมเดลนายพรานหมูกระทะบุฟเฟ่ต์ติดแอร์นี้จึงมีโอกาสที่จะเข้าไปจับจองส่วนแบ่งการตลาดได้อยู่  แต่ความท้าทายที่ต้องโจทย์ให้แตกคือ การที่ต้องสู้กับร้านโลคอล ซึ่งร้านหมูกระทะโลคอลนั้นมีลูกเล่นเยอะกว่ามาก ทั้งอาหารทะเล ขนมทานเล่น ข้าว อาหารคาวหวาน คาราโอเกะ เอนเตอร์เทนเมนท์ครบวงจร เป็นจุดแข็งที่เธออาจสู้ร้านข้างนอกไม่ได้  แต่สำหรับนายพรานหมูกระทะเป็นบุฟเฟ่ต์หมูกระทะสำหรับคนที่ต้องการมานั่งทานในห้องแอร์ได้สบาย ๆ  มั่นใจได้ในคุณภาพวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน คุ้มค่า คุ้มราคา

“ไม่ว่าจะทำอะไรก็มีความท้าทายหมดในธุรกิจร้านอาหาร อาหารทุกประเภทมันมีหมดแล้ว เราไม่ได้เล่นกับอาหารกระแส เราหยิบอาหารที่มีอยู่แล้วในตลาดมายกระดับ และทุกเซกเมนต์ทุกตลาดมีคู่แข่งอยู่แล้ว แต่ตลาดที่มีมูลค่ากว่า 9,000 ล้านมันเติบโตได้อีก” คุณเฟิร์นกล่าว

“นายพรานหมูกระทะ” แตกต่างจาก “ตี๋น้อย บาร์บีคิว” อย่างไร

ตี๋น้อย บาร์บีคิว จะเหมาะสำหรับผู้ที่เน้นทานเนื้อสัตว์ เพราะเสิร์ฟทั้งเนื้อริบอาย เนื้อใบพาย เนื้อน่องลาย เนื้อออสเตรเลีย บาร์สลัด กุ้งก้ามกราม แต่นายพรานหมูกระทะจะเป็นหมูหมักสไตล์ไทย มาพร้อมน้ำจิ้ม 3 รสชาติ น้ำจิ้มนายพรานสูตรเด็ดเฉพาะ น้ำจิ้มหมูกระทะ และน้ำจิ้มซีฟู้ด เสิร์ฟพร้อมกับอาหารอีสาน ตอบโจทย์คนที่มองหาร้านกินหมูกระทะคู่กับอาหารอีสานแซ่บ

อีกทั้งราคาก็แตกต่างกัน ตี๋น้อย บาร์บีคิว ราคาสุทธิอยู่ที่ 362 บาท ขณะที่นายพรานหมูกระทะอยู่ที่ 299 บาท ราคาเข้าถึงง่าย ปัจจัยด้านราคาก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้บริษัทมองว่านายพรานหมูกระทะเหมาะจะขยายตลาดในต่างจังหวัดมากกว่า ตี๋น้อย บาร์บีคิว

ประกอบกับไลน์อัพอาหารที่มีมากทำให้ต้องใช้พื้นที่ร้านเยอะโดยเฉลี่ย 1,000 ตารางเมตร ต่างจังหวัดจึงเหมาะมากกว่าในการหาพื้นที่ร้านสเกลนี้

แล้วในเมื่อสุกี้ตี๋น้อยมี “ตี๋น้อย บาร์บีคิว” อยู่แล้ว ทำไมถึงยังลงทุนเปิด “นายพรานหมูกระทะ” เพิ่มอีกแบรนด์หนึ่ง ทั้งที่ดูเผิน ๆ แล้วต่างก็เป็นธุรกิจปิ้งย่างบุฟเฟต์เหมือนกัน

ในทางการตลาดแนวคิดนี้เรียกว่า Brand Cannibalization หรือ “การกินส่วนแบ่งตลาดกันเอง” ซึ่งปกติแล้วเป็นสิ่งที่หลายบริษัทพยายามหลีกเลี่ยง แต่สำหรับบางองค์กร การยอมให้แบรนด์ในเครือแข่งขันกันเอง อาจเป็นกลยุทธ์ที่ดีกว่าปล่อยให้คู่แข่งจากภายนอกเข้ามาแย่งลูกค้าไป

ตัวอย่างเช่น หากลูกค้าที่เคยกินตี๋น้อย บาร์บีคิว เปลี่ยนมากินนายพรานหมูกระทะแทน รายได้อาจไม่ได้เพิ่มขึ้นจริง เพราะเป็นการย้ายเงินจากกระเป๋าซ้ายไปกระเป๋าขวา

โดยปกติแล้ว การ Cannibalization เป็นเรื่องอันตราย เพราะบริษัทลงทุนสร้างแบรนด์ใหม่ แต่กลับแย่งลูกค้าเดิมของตัวเอง อย่างไรก็ตาม บริษัทกลับมองต่างออกไป เพราะถ้าลูกค้าจะเปลี่ยนร้านอยู่แล้ว การให้เขาเปลี่ยนไปหาแบรนด์ในเครือตัวเอง ยังดีกว่าปล่อยให้เงินไหลไปหาคู่แข่ง นี่อาจเป็นสิ่งที่ บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป กำลังคิดอยู่

“ธุรกิจเราโตมากับการลอง สุกี้ตี๋น้อยก็เพิ่งมาดังตอนช่วงโควิด-19 ก่อนหน้านั้นก็ยังไม่ได้รับความสนใจจากสื่อมาก แต่พอช่วงโควิดหลายร้านปิดหมด แต่เรายังพยายามแอคทีฟ จนเข้าไปยืนอยู่ในใจผู้บริโภคได้ ก็กลายเป็นจุดพีคของสุกี้ตี๋น้อย กับนายพรานหมูกระทะก็จะยังพูดคำเดิมคือลองเยอะ ๆ แต่ในเมื่อเราตัดสินใจจะทำแล้ว แปลว่าเราเห็นศักยภาพที่มันจะขยายได้ บริษัทเราไม่เคยใช้ทรัพยากรโดยเปล่าประโยชน์ จะทำอะไรต้องช่วยให้ยอดขายเติบโต” คุณเฟิร์นกล่าว

ทุกวันนี้แบรนด์ต้องเป็นดารา

ในยุคที่ธุรกิจร้านอาหารใครกระโดดเข้ามาก็เหนื่อย มีไม่กี่คนที่จะอยู่รอด คุณเฟิร์นมองเช่นกันว่า ธุรกิจนี้แข่งขันกันดุเดือดจริง ทุกวันนี้จะขายอะไรแพงไม่ได้  จะอยู่รอดในธุรกิจร้านอาหารได้ต้องมีความคุ้มค่าที่จับต้องได้ชัดเจน ลูกค้า connect กับแบรนด์ได้  แบรนด์ต้องมีตัวตนชัด ต้องทำให้ลูกค้านึกถึงได้  มันไม่ใช่แค่ขายอาหารอีกต่อไป แต่ต้องขายภาพลักษณ์ ทำ CEO Branding เปิดเผยยอดขายดึงลูกค้ามาช่วยทำสถิติ สร้างคอมมูนิตี้ แบรนด์ต้องขายทุกมิติไม่ต่างจากตัวเองเป็นดาราท่านหนึ่งเลย

แต่การที่มีผู้เล่นเข้ามาเขย่าตลาดร้านอาหารอย่างต่อเนื่อง ทำให้เค้กถูกแบ่งยิ่งขึ้น แต่ก้อนเค้กยังคงเท่าเดิม ดังนั้น บริษัทต้องตื่นตัวอย่างมาก ต้องรีบฟังฟีดแบ็ก แล้วปรับตัวให้ไวที่สุด เพราะการแข่งขันในทุกวันนี้ไม่เหมือนเก้าปีที่แล้วที่ยังสโลว์ไลฟ์ได้ แต่ปัจจุบันทุกอย่างต้องเร็ว ภายใน 1 ปีต้องเห็นภาพแล้วว่านายพรานหมูกระทะเวิร์คหรือไม่เวิร์ค และจะต้องไปต่อให้ได้

ไทยช่วยไทยพลัส

เมื่อให้พูดถึงโครงการไทยช่วยไทยพลัสของรัฐบาล คุณเฟิร์นยอมรับตรง ๆว่า โครงการนี้ทำให้ยอดขายตกลงไป 10% อธิบายง่าย ๆ ว่า จากลูกค้า 100 คนต่อวัน มา 90 คนต่อวัน กระทบผลกำไรที่ลดลง แต่เธอมองว่าเป็นโครงการที่ดี เพราะสุกี้ตี๋น้อยก็เป็น SME มาก่อน จนทำให้ร้านต้องงัดแคมเปญเครื่องดื่มรีฟีลมาสู้ที่พอจะช่วยได้บ้าง เมื่อยอดขายเพิ่มแต่กำไรลด จึงได้เวลาปิดรีโนเวทหลายสาขาไปด้วย

ทั้งนี้ จำนวนลูกค้าโดยเฉลี่ยที่เข้ามาใช้บริการสุกี้ตี๋น้อยรวมทุกสาขาต่อวัน วันปกติอยู่ที่ 100,000 คน  วันหยุดอยู่ที่ 150,000 คนต่อวัน

ด้านวิกฤตเศรษฐกิจโลกจากปัญหาสงคราม กระทบต้นทุนวัตถุดิบที่กระโดดขึ้นมา 6-7% โดยเฉพาะสินค้าทะเล พลาสติก น้ำมัน ที่ขึ้นเกือบจะ 100% ผลกระทบจากต้นทุนสะท้อนจากกำไรสุทธิของบริษัทที่ลดลงเหลือ 9%

สำหรับแผนธุรกิจปี 2569 ที่เคยประกาศตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 13,000 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนกว่า 42% ยังคงยืนยันเป้าหมายเดิม และมีแผนจากจะเปิดสาขาของทุกแบรนด์เพิ่มรวม 60 สาขา วางงบลงทุนรองรับการเปิดสาขาใหม่ไว้ที่ 1,200-1,500 ล้านบาท

จำนวนสาขา

  • สุกี้ตี๋น้อย สุกี้บุฟเฟ่ต์ยอดฮิต ราคาเริ่มต้น 219 บาท จำนวนสาขา 116 สาขา
  • สุกี้ตี๋น้อยพลัส โมเดลบุฟเฟ่ต์ที่อัปเกรดจากสุกี้ตี๋น้อย ราคาเริ่มต้น 299 บาท จำนวนสาขา 17 สาขา
  • ตี๋น้อยบาร์บีคิว ร้านบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง ราคาเริ่มต้น 299 บาท จำนวนสาขา 10 สาขา
  • ตี๋น้อย โกลด์ แบรนด์สุกี้บุฟเฟ่ต์พรีเมียม ราคาเริ่มต้น 599 บาท จำนวนสาขา 2 สาขา (จะเปิดอีก 2 แห่ง รวมเป็น 4 สาขาภายในปีนี้)
  • นายพรานหมูกระทะ ร้านปิ้งย่างบุฟเฟ่ต์และอาหารสไตล์อีสาน จำนวนสาขา 5 สาขาโดยที่การลงทุนสำหรับนายพรานหมูกระทะ ต่อหนึ่งสาขาจะใช้เงินลงทุนราว 25 ล้านบาท ต่อสาขา

ผลประกอบการย้อนหลัง บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป

  • ปี 2566 รายได้ 5,244 ล้านบาท กำไร 913 ล้านบาท
  • ปี 2567 รายได้ 7,075 ล้านบาท กำไร 1,168 ล้านบาท
  • ปี 2568 รายได้ 9,147 ล้านบาท กำไร 860 ล้านบาท

นายพรานหมูกระทะสาขาแรกที่ออนติวานนท์ เปิดให้บริการตั้งแต่ 10.30 น.-05.00 น.  ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนนอนดึก บุฟเฟ่ต์ทานได้ไม่จำกัดในเวลา 2 ชั่วโมง เดินหน้าสาขาต่อไปจังหวัดขอนแก่น ตามด้วยสกลนคร นครปฐม และอุดรธานี

“เฟิร์นไม่เคยพูดว่าเราจะเป็นผู้ชนะในสนาม แต่เราพร้อมแข่งขัน พร้อมปรับตัว ทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกสถานการณ์ แต่ถ้าถามว่าจะชนะไม่ชนะ ในทุกการแข่งขันทุกคนก็ต้องอยากเป็นผู้ชนะอยู่แล้ว”   คุณเฟิร์นกล่าว