“ต่อลมหายใจ” ร้านโชห่วยไทย ภารกิจเร่งด่วนของ “กระทรวงพาณิชย์”

ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ปัจจุบันร้านโชห่วยไทยมีประมาณ 4 แสนราย โดยสถานการณ์ ณ วันนี้คือมีทั้งเปิดร้านใหม่ และก็ปิดกิจการไปก็เยอะ

โชห่วย ที่ต้องตายไป เหตุผลเพราะถูกโจมตีทั้ง ซ้าย-ขวา ทางซ้ายก็คือกลุ่ม tesco lotus และ Big C ในแพลตฟอร์ม HyperMarket ที่มีราคาขายสินค้าถูกกว่าร้าน “โชห่วย”

ทางขวาคือ กลุ่มร้านสะดวกซื้อ ที่กระจายอยู่ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยเฉพาะ 7-eleven ที่มีมากกว่า 10,000 สาขา แม้ภาพรวมราคาสินค้าจะแพงกว่าร้านโชห่วย แต่ก็ตอบโจทย์ความสะดวก และมีภาพลักษณ์ร้านค้าที่ดูดีกว่า

แล้วเพื่อให้ “โชห่วยไทย” มีลมหายใจยั่งยืน ทางภาครัฐบาลเลยให้ 2 กระทรวงคือ กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจสังคม, คิดค้นวิธีช่วยเหลือ “โชห่วย” ให้สามารถต่อสู้กับบรรดาร้านค้าสมัยใหม่

แน่นอนก่อนที่จะ “แก้ปัญหา” อะไรสักอย่างก็ต้องหา “จุดอ่อน” นั้นให้เจอก่อนลงมือ

สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ บอกว่า “จุดอ่อน” โชห่วยไทยมี 2 ข้อหลักๆ ที่ทำให้ต่อกรกับร้านค้าสมัยใหม่ได้ยาก

1. ต้นทุนสินค้าที่ได้มานั้นราคาสูงกว่ากลุ่มยักษ์ใหญ่ modern trade เพราะจำนวนการสั่งซื้อสินค้าน้อยและต้องผ่านคนกลาง

2. ความหลากหลายของสินค้าไม่มากพอ

จึงเป็นที่มาให้กระทรวงพาณิชย์คิดค้น Project ที่ชื่อว่า “โชห่วย 4.0” โดยเกิดจากความร่วมมือหลายฝ่ายคือกระทรวงพาณิชย์, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, ไปรษณีย์ไทย, ธนาคารออมสิน, และธนาคาร ธกส.

แล้วระบบที่จะใช้นั้นเป็นอย่างไร ทำไมถึงจะทำให้โชห่วยได้ต้นทุนสินค้าราคาถูก

โดยกระทรวงพาณิชย์จะทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเจรจากับซัปพลายเออร์ในการซื้อสินค้าใน volume สูง รวมไปถึงสินค้า OTOP ต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

จากนั้นก็ให้ไปรษณีย์ไทยเป็นคนทำคลังจัดเก็บสินค้า พร้อมกับเปิดรับออเดอร์จากบรรดาร้านโชห่วย และมีบริการจัดส่งสินค้า ขณะที่ 2 ธนาคารอย่างออมสิน และ ธกส. มีหน้าที่ปล่อยสินเชื่อ

อธิบายให้ชัดเจนคือ กระทรวงพาณิชย์จัดหาสินค้า-ไปรษณีย์ไทย เป็นคลังสินค้า และขนส่ง-ไปที่ร้านโชห่วย-จ่ายเงินผ่านระบบทั้งเงินสดหรือ E-Payment

“บรรดา Modern trade มีอำนาจต่อรองกับซัปพลายเออร์เพราะมีสาขาเยอะทำให้ได้ต้นทุนสินค้าราคาถูก แต่กระทรวงพาณิชย์ก็มีอำนาจต่อรองไม่แพ้กัน เรามีโชห่วยที่อยู่ในเครือข่ายเรา 40,000 ร้านค้า ก็ย่อมมีอำนาจต่อรองไม่แพ้ Modern trade ที่มี 10,000 สาขาแน่นอน” สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ บอกถึงอำนาจต่อรองที่มีพลังไม่แพ้กลุ่ม Modern trade

แต่อาจไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่วาดฝันไว้ แม้กระทรวงพาณิชย์จะยืนยันว่าตัวเองมีร้านโชห่วยอยู่ในเครือข่าย 40,000 ร้านจากทั้งหมด 400,000 ร้านโชห่วยทั่วประเทศ

แต่การจะรวบรวมให้โชห่วย 40,000 ร้านค้าที่อยู่ในเครือข่ายตัวเองหันมาซื้อสินค้าจากกระทรวงพาณิชย์ผ่านเว็บไซต์ “ไทยแลนด์โพสต์มาร์ค” ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ถึงจะมีราคาสินค้าถูกพร้อมมีบริการจัดส่ง

เพราะจากอดีตถึงปัจจุบันโชห่วยจะสั่งสินค้าจากร้านยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ซึ่งมีสายสัมพันธ์กันมายาวนาน

การที่ร้านโชห่วยร้านหนึ่งจะตัดความสัมพันธ์กับร้านยี่ปั๊ว ซาปั๊ว คงสร้างความลำบากใจไม่น้อย

เป็นเรื่องที่กระทรวงพาณิชย์รู้ดี ทำให้เป้าหมายระยะแรกภายใน 3 เดือนจะมี 750 ร้านโชห่วยอยู่ใน Project โชห่วย 4.0 ก่อนจะขยายไปถึง 40,000 ร้านค้าในอีก 3 ปีข้างหน้า จากนั้นค่อยๆ ขยายไปสู่ร้านโชห่วยอื่นๆ ที่เหลือมากกว่า 300,000 ร้านค้า

โดยเฉพาะร้านโชห่วยต่างจังหวัดที่ดูเหมือนกระทรวงพาณิชย์ดูจะเป็นห่วงมากเป็นพิเศษ เพราะอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ถึงการแข่งขันจะไม่สูงเท่าพื้นที่ในกรุงเทพฯ เพราะร้านสะดวกซื้อในพื้นที่ชนบทมีจำนวนน้อย แต่ก็ต้องแบกรับการจะหาสินค้ามาขายในร้านตัวเองในราคาต้นทุนที่แพงกว่าปกติทำให้กำไรน้อย เพราะยอดสั่งซื้อน้อย แถมยังต้องเสียค่าขนส่งแพงกว่าร้านโชห่วยในกรุงเทพฯ 

ขณะเดียวกันหากร้านโชห่วยไหนขาดสภาพคล่องทางการเงิน หรือต้องการจะปรับปรุงร้านค้าตัวเอง จนไปถึงการขยายสาขานั้น โครงการ “โชห่วย 4.0” ยังมีบริการสินเชื่อโดยธนาคารออมสินกับ ธกส. โดยให้วงเงินหมุนเวียนสูงสุด 5 เท่า จากรายได้เฉลี่ยต่อเดือนของร้านโชห่วย ซึ่งมีดอกเบี้ย 0% ภายใน 45 วัน

ทุกปฎิบัติการช่วยเหลือโชห่วยผ่านโครงการนี้ นอกจากกระตุ้นเศรษฐกิจระดับล่างให้มีเงินหมุนเวียนในระบบแบบยั่งยืนแล้วนั้น การอนุรักษ์ให้ร้าน “โชห่วย” ซึ่งเป็นการค้าขายแบบดั้งเดิมให้ยังคงมี “ลมหายใจ” อยู่ในยุคร้านสะดวกซื้อครองเมือง E-commerce กลายเป็นช่องทางที่คนรุ่นใหม่กำลังช้อปกระหน่ำ

กลิ่นอายวัฒนธรรมการซื้อสินค้าจาก “ร้านโชห่วย” ก็ยังเต็มไปด้วยเสน่ห์และความขลังในตัวมันเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ ร้านสะดวกซื้อหรือจะเป็น E-commerce ก็ไม่สามารถทดแทนได้

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer