วัลยา จิราธิวัฒน์ ทำความรู้จักบอสใหญ่แห่ง CPN กับแผนลงทุน 120,000 ล้านบาท

วัลยา จิราธิวัฒน์ นอกจากเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารหญิงคนแรกของบริษัทเซ็นทรัลพัฒนา (CPN) แล้ว

เธอยังเป็นซีอีโอผู้หญิงคนแรกและคนเดียวของตระกูล จิราธิวัฒน์ ที่ก้าวมายืนอยู่ในตำแหน่งสูงสุดในบริษัทหลักของกลุ่ม

วัลยา เป็นเจเนอเรชั่นที่ 2 เธอเป็นลูกสาวคนที่ 21 จาก 26 คน ของเตียง ต้นตระกูลจิราธิวัฒน์ ที่เกิดกับวิภา ภรรยาคนที่ 3 (เตียงมีภรรยา 3 คน หวาน บุญศรี และวิภา )

ในขณะที่ ทศ จิราธิวัฒน์ เป็นลูกชายคนที่ 10 ของสัมฤทธิ์ ผู้เป็นพี่ชาย เธอจึงมีศักดิ์เป็นอาของประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเซ็นทรัลคนปัจจุบัน

จบปริญญาตรี มหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนีย ลอสแองเจลิส (UCLA) ปริญญาโท บริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยฮาร์ทฟอร์ด สหรัฐฯ

เข้ามาช่วยธุรกิจของครอบครัวตั้งแต่ปี 2548 ในตำแหน่ง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ โครงการเซ็นทรัลเวิลด์ และหลังจากนั้นก็ช่วยบริหารธุรกิจศูนย์การค้าเซ็นทรัลมากว่า 17 ปี  

ปีที่ผ่านมาจากวิกฤตโควิดทำให้ CPN พลิกกลับมาเป็นตัวสร้างรายได้เป็นอันดับแรกของกลุ่มแทน CRC ธุรกิจค้าปลีกและแบรนด์สินค้าที่มีตัวเลขขาดทุนเป็นครั้งแรกถึง 2,311 ล้านบาท (ตัวเลขไตรมาส 3/2564)  ในขณะที่โรงแรม และร้านอาหาร (CENTEL) ก็ยังอยู่ในช่วงภาวะขาดทุนเช่นกัน

ตามไปอ่านแผนธุรกิจของ CPN ซึ่งท่ามกลางวิกฤตของโรคร้าย และวิกฤตเศรษฐกิจ CEO หญิงคนนี้ยังกล้าประกาศแผนลงทุนใน 5 ปีอีก 120,000 ล้านบาท ใน 4 ธุรกิจหลัก ศูนย์การค้า ที่อยู่อาศํย ออฟฟิศ และโรงแรม ซึ่งแต่ละตัวมีแผนเติบโตที่น่าสนใจ

และที่สำคัญ ดูเหมือนคราวนี้ CPN ได้ให้ความสำคัญในเรื่องการทำโครงการที่รับผิดชอบในเรื่องของคน และสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ภายใต้วิสัยทัศน์ Imagining better futures for all

ธุรกิจหลักในมือ CPN วันนี้

ปัจจุบันเซ็นทรัลพัฒนา บริหารจัดการศูนย์การค้า 36 แห่ง มีพื้นที่ให้เช่าสุทธิรวม 1.9 ล้านตารางเมตร (อยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 15 โครงการ, ต่างจังหวัด 20 โครงการ และในมาเลเซีย 1 โครงการ) ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ภายใต้กิจการร่วมค้า 1 แห่ง และคอมมูนิตี้ มอลล์ 18 แห่ง

นอกจากนี้ ยังบริหารศูนย์อาหาร 32 แห่ง อาคารสำนักงาน 10 อาคาร โรงแรม 2 แห่ง โครงการที่พักอาศัยอีก 22 โครงการ ประกอบด้วยคอนโดมิเนียม โครงการแนวราบ, ทาวน์โฮม, โฮมออฟฟิศ บ้านแฝด และบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี

จับตามองธุรกิจที่อยู่อาศัย และโรงแรมในอีก 5 ปีข้างหน้า

ในอีก 5 ปีข้างหน้า (2022-2026) ดูเหมือนว่านอกจากธุรกิจหลักที่ประกอบไปด้วยศูนย์การค้าที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 50 โครงการแล้ว และอาคารสำนักงาน 13 โครงการ แล้ว

ในส่วนของโครงการที่อยู่อาศัย และโรงแรม เป็นอีก 2 ธุรกิจหลักที่ถูกขยายพอร์ตออกไปอย่างน่าสนใจ โดยที่พักอาศัยจะเพิ่มเป็น 68 โครงการ    

ส่วนโรงแรมที่ปัจจุบันมีแค่ 2โรงแรมจะถูกเพิ่มเป็น 37 แห่ง

วัลยาบอกว่าในเรื่องของโรงแรม เป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่จะมีความเคลื่อนไหวอย่างมากในอีก 5 ปีข้างหน้า มีการปั้นโรงแรมแบรนด์น้องใหม่  เพื่อจับลูกค้าเฉพาะกลุ่มที่ไม่เหมือนกัน และเพื่อยกระดับทำให้ทุกเมืองเป็นเมืองท่องเที่ยว

และทำให้สัดส่วนการลงทุนจากเดิมที่อยู่ในศูนย์การค้ามากกว่า 80% จะลดลงเหลือเพียง 70% กว่า และจะเพิ่มในธุรกิจอื่นมากขึ้น

โครงการรอพัฒนาในมือยังมีอีกเพียบ

คงจำกันได้ว่าในปีที่ผ่านมา ท่ามกลางวิกฤตโควิด CPN ยังปิดดีลใหญ่ 2 ดีลคือ การเข้าไปซื้อบริษัท “สยามฟิวเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์” หรือ SF เจ้าของศูนย์การค้าคอมมูนิตี้มอลล์ ทั้งหมด 18 แห่ง โดยเฉพาะศูนย์ใหญ่เมกา-บางนา 

และเป็นผู้คว้าสิทธิ์พัฒนาที่ดินย่านสยามสแควร์ ที่เคยเป็นที่ตั้งโรงหนังดัง สกาล่า และร้านค้าอาคารพาณิชย์อื่น ๆ ในพื้นที่ประมาณ 7 ไร่ จากสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นระยะเวลา 30 ปี

ในขณะเดียวกันยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างคือโครงการ ดุสิต เซ็นทรัลพาร์ค มิกซ์ยูสขนาดใหญ่ ที่ร่วมทุนกับดุสิตธานี งบลงทุนทั้งหมดประมาณ 46,000 ล้านบาท (ดุสิตลงทุน 17,250 ล้าน CPN ลงทุน 21,144 ล้านบาท) คาดว่าทยอยเปิดได้ในปี 2566

รวมทั้งยังมีทรัพย์สินจากการเข้าไปถือหุ้นในบริษัทแกรนด์ คาแนล แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ (GLAND) เมื่อปี 2561 ซึ่งเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์และที่ดินรายใหญ่ย่านพระราม 9  

วัลยาย้ำว่า ต่อไปกว่า 50% ของการพัฒนาโครงการใหม่จะเป็นในแบบมิกซ์ยูส ที่ประกอบไปด้วย โรงแรม อาคารสำนักงาน ที่อยู่อาศัย โดยมีศูนย์การค้าเป็นหัวใจหลัก

“เราจะเอาความเชี่ยวชาญเดิมในการพัฒนาแบบมิกซ์ยูสที่เราเคยทำสำเร็จมาแล้วที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว หรือเซ็นทรัลเวิลด์มาเป็นแนวทาง”

อาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ในมือ CPN https://marketeeronline.co/archives/231805

ประกาศวิสัยทัศน์ Imagining better futures for all

ประเด็นสำคัญอย่างหนึ่งในการแถลงข่าวในวันนี้คือ

ปีนี้ CPN ครบรอบ 40 ปี  นอกจากการประกาศลงทุนอย่างต่อเนื่อง ด้วยงบประมาณ 120,000 ล้านบาท ในเวลา 5 ปี สร้างตำแหน่งงานประมาณ 150,000 ตำแหน่ง แล้ว

วัลยา จิราธิวัฒน์ ยังได้ประกาศ  Commitment for better futures เป็น ‘Place Maker’ ผู้พัฒนาโครงการแห่งอนาคต เพื่อ ‘People’ (คนและชุมชน) และเพื่อ ‘Planet’ (โลกและสิ่งแวดล้อม) อีกด้วย

ภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่ เซ็นทรัลพัฒนาเดินหน้าสร้าง Better Futures ด้วย 3 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่

 SYNERGY for new solutions ผนึกกำลังทุกฝ่าย สร้างแพลตฟอร์มยกระดับการใช้ชีวิตและธุรกิจอย่างครบวงจร

 PIONEER for better lives สร้างมาตรฐานใหม่ของพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตที่ดีในอนาคต  

 OPPORTUNITIES with Purpose ขับเคลื่อนสังคมและธุรกิจ เปิดโอกาสให้ทุกคน เป็นองค์กรแห่งการสร้าง ‘โอกาส’ พัฒนาคน พัฒนาเมือง พัฒนาประเทศ และยกระดับวงการอสังหาฯ และรีเทลของไทย เทียบเท่าระดับโลก  

และตั้งเป้าองค์กร Mixed-use Developer รายแรกสู่ Net Zero ปี 2050

รวมทั้ง ให้ความสำคัญในเรื่องของมาตรฐานอาคารเขียวระดับสากล, ติดตั้งเซลล์ผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ในทุกโครงการ, พัฒนาอาคารอัจฉริยะหรือ Building Automation, การเพิ่มจุด EV Charging และ Recycle Station สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดและแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน เป็นต้น

CPN ยังเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์หนึ่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รับเลือกเป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนระดับโลก DJSI ในกลุ่ม DJSI World ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และในกลุ่ม DJSI Emerging Markets ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 อีกด้วย

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน