รางวัลออสการ์ (Academy Awards) ถือเป็นรางวัลที่ได้รับยกย่องว่าทรงเกียรติและมีความสำคัญในอุตสาหกรรมบันเทิงสหรัฐอเมริกาและทั่วโลกจากความขลังที่อยู่มานานตั้งแต่ปี 1929 จุดเริ่มต้นจาก Academy of Motion Picture Arts and Sciences (สถาบันศิลปะและวิทยาการภาพยนตร์) หรือ AMPAS ซึ่งเป็นองค์การวิชาชีพเพื่อส่งเสริมความก้าวหน้าของศิลปะและวิทยาการภาพยนตร์ ที่ต้องการจัดทำรางวัลเพื่อเป็นเกียรติกับนักแสดง ผู้กำกับ และผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมภาพยนตร์

การมอบรางวัลปีแรกนั้นมีการประกาศผลล่วงหน้าถึง 3 เดือน ก่อนที่จะจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำส่วนตัวเพื่อมอบรูปปั้นตุ๊กตาทองในวันที่ 16 พฤษภาคม 1929 ณ โรงแรมเดอะฮอลลีวูดโรสเวลต์ โดยเก็บบัตรเข้างาน 5 ดอลลาร์ (ประมาณ 170 บาท) จากผู้เข้าชมราว 270 คน กระทั่งหลังปี 1940 จึงได้เปลี่ยนรูปแบบมาเป็นการใช้ซองปิดผนึกที่จะถูกเปิดเพื่อประกาศผลสด ๆ ในงาน

เวทีนี้ยังได้เพิ่มรางวัลภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม (Best International Feature Film) เข้ามาอย่างต่อเนื่องในปี 1956 หลังจากเคยมอบรางวัลนี้ครั้งแรกไปในปี 1947 ซึ่งในสาขาดังกล่าว ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่สองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ส่งภาพยนตร์เข้าร่วมประกวด รองจากประเทศฟิลิปปินส์ โดยไทยเริ่มต้นส่งภาพยนตร์เรื่อง “น้ำพุ” เข้าชิงในปี 1984 แม้จะไม่ผ่านการรับเลือก แต่ก็มีการส่งผลงานเข้าชิงอย่างต่อเนื่อง อาทิ คนเลี้ยงช้าง, เรื่องตลก 69, โหมโรง, รักแห่งสยาม, คิดถึงวิทยา, ฮาวทูทิ้ง และวันสุดท้ายก่อนบายเธอ จนกระทั่งภาพยนตร์เรื่อง “หลานม่า” ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการลุ้นเป็น 1 ใน 5 ภาพยนตร์เข้าชิงสาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมบนเวทีออสการ์ครั้งที่ 97 ประจำปี 2025 ถือเป็นภาพยนตร์ไทยที่สามารถเข้ารอบลึกที่สุดในประวัติศาสตร์

ความคึกคักของวงการภาพยนตร์ยังคงส่งผลต่อเนื่องมาสู่งานประกาศผลรางวัลออสการ์ประจำปี 2026 ซึ่งเป็นการจัดงานครั้งที่ 98 ถือเป็นปีที่ดำเนินงานอย่างกระชับและจบไว
สรุปผลออสการ์ 2026

One Battle After Another กวาด 6 รางวัล ซิวภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

ภาพยนตร์ จำนวนรางวัล สาขาที่ได้รับรางวัล
One Battle After Another 6 รางวัล – ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

– ผู้กำกับยอดเยี่ยม (Paul Thomas Anderson)

– บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม

– นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (Sean Penn)

– ตัดต่อยอดเยี่ยม

– คัดเลือกนักแสดงยอดเยี่ยม (Cassandra Kulukundis)

Sinners 4 รางวัล – นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (Michael B.Jordan)

– กำกับภาพยอดเยี่ยม (Autumn Durald Arkapaw)

– บทภาพยนตร์ต้นฉบับยอดเยี่ยม (Ryan Coogler)

– ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม

Frankenstein 3 รางวัล – ออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม

– ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม

– แต่งหน้าและทำผมยอดเยี่ยม

Hamnet 1 รางวัล – นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (Jessie Buckley)
Weapons 1 รางวัล – นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม (Amy Madigan)
Sentimental Value 1 รางวัล – ภาพยนตร์นานาชาติยอดเยี่ยม
KPop Demon Hunters 1 รางวัล – ภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยม (Maggie Kang)
F1 1 รางวัล – งานเสียงยอดเยี่ยม
Avatar: Fire and Ash 1 รางวัล – เทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม
Mr. Nobody Against Putin 1 รางวัล – สารคดียอดเยี่ยม
All the Empty Rooms 1 รางวัล – สารคดีขนาดสั้นยอดเยี่ยม
The Girl Who Cried Pearls 1 รางวัล – แอนิเมชั่นขนาดสั้นยอดเยี่ยม
The Singers และ Two People Exchanging Saliva 1 รางวัล – ภาพยนตร์ขนาดสั้นยอดเยี่ยม (ชนะร่วมกัน)
ไฮไลต์ตกเป็นของภาพยนตร์เรื่อง One Battle After Another (วัน แบทเทิล อาฟเตอร์ อนาเธอร์) ที่คว้าชัยชนะในสาขาใหญ่สุดคือ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Picture) พร้อมกวาดรางวัลไปทั้งหมด 6 สาขา ได้แก่ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยมโดย Paul Thomas Anderson (พอล โทมัส แอนเดอร์สัน), บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม, นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมโดย Sean Penn (ฌอน เพนน์), ตัดต่อยอดเยี่ยม และคัดเลือกนักแสดงยอดเยี่ยมโดย Cassandra Kulukundis (คาสซานดรา คูลูคุนดิส)

ขณะที่ภาพยนตร์เรื่อง Sinners (ซินเนอร์ส) ก็มาแรงไม่แพ้กันโดยคว้าไป 4 รางวัล คือ นักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากบทฝาแฝดโดย Michael B.Jordan (ไมเคิล บี. จอร์แดน) , กำกับภาพยอดเยี่ยมโดย Autumn Durald Arkapaw (ออทัมน์ ดูรัลด์ อาร์คาพาว) ซึ่งสร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้กำกับหญิงคนแรกที่คว้ารางวัลสาขานี้ , บทภาพยนตร์ต้นฉบับยอดเยี่ยมโดย Ryan Coogler (ไรอัน คูเกลอร์) และดนตรีประกอบยอดเยี่ยม

ทางด้านภาพยนตร์เรื่อง Frankenstein (แฟรงเกนสไตน์) ก็โดดเด่นด้านงานคราฟต์จนกวาดเรียบ 3 รางวัล ทั้งออกแบบงานสร้าง ออกแบบเครื่องแต่งกาย และแต่งหน้าทำผมยอดเยี่ยม ปีนี้ยังเป็นปีแห่งประวัติศาสตร์ของนักแสดงหญิง โดย Jessie Buckley (เจสซี บักลีย์) กลายเป็นนักแสดงหญิงชาวไอริชคนแรกที่คว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากเรื่อง Hamnet (แฮมเน็ต) ส่วน Amy Madigan (เอมี แมดิแกน) นักแสดงรุ่นใหญ่ก็คว้ารางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมจากเรื่อง Weapons (เวพอนส์) ซึ่งเป็นการสมหวังครั้งแรกในรอบ 40 ปีนับตั้งแต่เคยเข้าชิงเมื่อปี 1986

นอกจากนี้ KPop Demon Hunters (เคป็อป ดีมอน ฮันเตอร์ส) ยังคว้ารางวัลภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยมแห่งปี และ Sentimental Value (เซนติเมนทัล แวลู) ก็สร้างชื่อด้วยการเป็นภาพยนตร์นอร์เวย์เรื่องแรกที่ชนะรางวัลภาพยนตร์นานาชาติยอดเยี่ยม

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม : รางวัลออสการ์ มีรายได้จากโฆษณาเท่าไหร่