โอสถสภา พลิกโฉมองค์กรด้วยนวัตกรรม จากเจ้าตลาดเครื่องดื่มไทย สู่ International Player บนเวทีโลก

เป็นเวลากว่า 135 ปี บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ โอสถสภา ที่สร้างการเติบโตเคียงข้างผู้บริโภคชาวไทยผ่านแบรนด์ที่อยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนหลายรุ่น พร้อมสั่งสมความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนา การสร้างแบรนด์ และการผลิตในระดับอุตสาหกรรม จนก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดเครื่องดื่มที่แข็งแกร่งที่สุดของประเทศไทย ความเชี่ยวชาญและฐานรากที่แข็งแกร่งนี้ กลายเป็นทุนทางธุรกิจสำคัญในการ “พลิกโฉมองค์กรครั้งใหญ่” จากผู้นำตลาดในประเทศไทย สู่การเป็น International Player  อย่างเต็มตัว

วันนี้ โอสถสภากำลังเปิดบทใหม่ขององค์กรด้วยการยกระดับบทบาทสู่การเป็นผู้นำภูมิภาค ภายใต้วิสัยทัศน์อันทรงพลัง “Thailand’s No.1 Energy, Powering the World” เพื่อผลักดันหมวดหมู่ Energy & Functional Drink ของไทยให้ก้าวสู่ผู้นำในตลาดสากล พร้อมเร่งเครื่องขยายตลาดต่างประเทศที่มีศักยภาพสูง โดยหลอมรวมทั้งเทคโนโลยีการผลิต องค์ความรู้ด้านการวิจัยและพัฒนา และความแข็งแกร่งของแบรนด์เพื่อแข่งขันบนเวทีนานาชาติอย่างยั่งยืน

Marketeer ได้รับเกียรติจาก คุณมุกดา ไพรัชเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) ร่วมพูดคุยแบบ Exclusive เปิดเบื้องหลังวิธีคิดการรุกตลาดต่างประเทศ พร้อมเจาะลึกนวัตกรรมล้ำสมัยที่จะเข้ามาพลิกโฉมภูมิทัศน์ตลาดเครื่องดื่ม ยกระดับคุณค่าแบรนด์ไทยให้เป็นมาตรฐานสากล และสร้าง New S-Curve เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระดับสากล

ดึงศักยภาพ ‘Thai Assets’ ยกระดับแบรนด์ไทยสู่สากล

“เราไม่ได้มองตัวเองเป็นแค่ผู้ส่งออกเครื่องดื่ม แต่เราขยับ Position สู่การเป็น ‘International Player’ ภายใต้แนวคิด ‘Thailand’s No.1 Energy, Powering the World’ เพื่อยกระดับหมวดหมู่ Energy & Functional Drink ของไทยให้เป็นมาตรฐานสากล”

คุณมุกดา เปิดการสนทนาด้วยการเจาะลึกถึงการปรับเปลี่ยนเป้าหมายครั้งสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ของโอสถสภาบนเวทีโลก

การเปิดเกมรุกในสนามแข่งระดับโลกครั้งนี้ โอสถสภาเริ่มต้นจากการมองเห็นคุณค่าของ Thai Assets” หรือจุดแข็งเชิงกลยุทธ์ที่ประเทศไทยมีอยู่ และสามารถต่อยอดเป็นความได้เปรียบในการแข่งขันได้อย่างชัดเจน 2 แกนหลัก ได้แก่

  • Advanced R&D and Commercialization Capability: เสน่ห์ความเป็นไทยและรสชาติเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคทั่วโลกพร้อมเปิดรับอยู่แล้ว ปัจจัยสำคัญที่โอสถสภาเข้าไปสร้างความแตกต่าง คือขีดความสามารถของทีมวิจัยและพัฒนา (R&D) และเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงที่สั่งสมมาอย่างยาวนานในการนำวัตถุดิบท้องถิ่นมาผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม แปรรูปให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเสถียร ยืดอายุการเก็บรักษา คงคุณภาพสูงสุด ได้มาตรฐานระดับสากล และพร้อมผลิตในระดับอุตสาหกรรม (Mass Production) การสร้างมูลค่าเพิ่มนี้กลายเป็นข้อได้เปรียบที่คู่แข่งลอกเลียนแบบได้ยากบนเวทีโลก
  • The Power of ‘No.1 Energy’ Heritage: มรดกแห่งความเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มชูกำลังอันดับ 1 ของประเทศไทยที่ดูแลและได้รับความไว้วางใจจากคนทำงานเสมอมา ผสานกับศักยภาพการผลิตระดับ World-class ซึ่งทำหน้าที่เป็นตราประทับความน่าเชื่อถือที่ทำให้คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และผู้บริโภคทั่วโลกไว้วางใจ พร้อมเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ ๆ ในระดับภูมิภาค

ยุทธศาสตร์ขยายตลาดต่างประเทศ
New Growth Engine สร้างความมั่นคงระยะยาว

ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้สะท้อนชัดเจนว่า โอสถสภาได้เสริมสร้างความแข็งแกร่งเชิงโครงสร้างการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันองค์กรมีความพร้อมสูงสุดในทุกมิติที่จะขับเคลื่อนและเร่งขยายตลาด เพื่อนำผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมและคุณภาพมาตรฐานระดับสากลออกสู่ตลาดโลกอย่างเต็มกำลัง โดยคุณมุกดา ไพรัชเวทย์ ได้กล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานในส่วนนี้ว่า

“การเติบโตต่อจากนี้ ธุรกิจต่างประเทศจะเป็น New Growth Engine สำคัญที่จะเข้ามาช่วยบริหารและลดความเสี่ยงทางธุรกิจผ่านการทำ Geography Diversification หรือการกระจายสัดส่วนรายได้ไปยังภูมิภาคที่หลากหลาย ซึ่งปรากฏการณ์ชัดเจนคือ ตลอด 5 วันในงาน THAIFEX 2026 ที่มีคู่ค้าหลั่งไหลเข้ามาเจรจาธุรกิจอย่างล้นหลาม เป็นเครื่องยืนยันว่า ตลาดสากลมีความต้องการสูงในผลิตภัณฑ์ของเรา และการเติบโตในต่างประเทศนี้เองที่จะเป็นเสาหลักสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดและมั่นคงในระยะยาว

เราเห็นโอกาสในตลาดต่างประเทศสูงมาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาเครื่องดื่มที่มีฟังก์ชันชัดเจน (Functional & Custom Energy) หากดูจากผลลัพธ์ในงานครั้งนี้ คู่ค้าที่มีศักยภาพสูงและให้ความสนใจร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Partner) กับเรามากที่สุดมาจาก 2 ภูมิภาคหลัก คือ เอเชีย และ ยุโรป ซึ่งนี่คือหมุดหมายสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์ของเรา โดยเอเชียคือฐานที่มั่นที่เราเข้าใจวัฒนธรรมดีที่สุด ส่วนยุโรปคือเครื่องพิสูจน์ว่ามาตรฐานและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ของโอสถสภาสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคในตลาดสากลระดับพรีเมียมได้อย่างแท้จริง”

‘Liquid Innovation’ นวัตกรรมขับเคลื่อนพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์

จากการนำเสนอพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ใหม่ในงาน THAIFEX2026 ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าโอสถสภามุ่งเน้นการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยแนวคิด Consumer-Centric เพื่อจับสัญญาณพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป แล้วนำมาพัฒนาเป็นแนวคิดผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เฉพาะกลุ่มได้อย่างแม่นยำ ผ่านกลยุทธ์ Cross-Category Benefits หรือการนำคุณประโยชน์จากต่างหมวดหมู่มาผสานเข้าด้วยกันในผลิตภัณฑ์เดียว ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ M-150 2in1 ที่ผสานระหว่างเครื่องดื่มชูกำลังและแร่ธาตุเข้าด้วยกันในขวดเดียว เพื่อตอบโจทย์อินไซต์คนรุ่นใหม่สายแอ็กทีฟที่ต้องการทั้งพลังงานและการชดเชยน้ำในการดื่มครั้งเดียว

นอกจากนี้ โอสถสภายังเน้นความยืดหยุ่นในแง่ของ Product Portfolio Formats” โดยทีมงานวิจัยและพัฒนาได้ออกแบบให้มีแพลตฟอร์มนวัตกรรมที่หลากหลายและพร้อมใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มในขวดแก้ว กระป๋อง หรือรสชาติรูปแบบใหม่ ๆ ความพร้อมด้านแพลตฟอร์มผลิตภัณฑ์นี้ทำให้มีความเร็วในการส่งสินค้าลงสู่ตลาด สามารถเลือกนวัตกรรมที่เหมาะสมไปสวมเข้ากับความต้องการของแต่ละตลาดได้อย่างรวดเร็ว โดยโรงงานยังคงรักษาประสิทธิภาพการผลิตในระดับมาตรฐานโลกได้เหมือนเดิม

สินค้าไฮไลต์ภายในงาน THAIFEX 2026 ล้วนเป็นภาพสะท้อนทิศทาง ‘The Next Chapter of Refreshment’ ของโอสถสภา ซึ่งแสดงให้เห็นว่านวัตกรรมพร้อมยืดหยุ่นไปตามเทรนด์โลก ไม่ว่าจะเป็น

  • M-150 สูตรพรีเมียม (ฝาทอง): ขยี้อินไซต์สายลุยด้วยจุดเด่น ‘ดีดไวกว่า’ ผ่านส่วนผสมนวัตกรรมอย่าง D-Ribose, L-Arginine และวิตามินบี 4 ชนิด เสิร์ฟพลังงานและสมาธิแบบเร่งด่วน

  • M-150 2in1 Energy Drink + Electrolyte: นวัตกรรมรูปแบบไฮบริดครั้งแรกในเวียดนามและซีแอมวี (CLMV) ที่ผสานพลังงานและแร่ธาตุเพื่อคนรุ่นใหม่สายแอ็กทีฟ

  • SHARK Icy Blue Punch: ต่อยอดแบรนด์ไลฟ์สไตล์เอเนอร์จี้ดริงก์ที่ฮิตในไซปรัสและ 30 ประเทศทั่วโลก ด้วยรสชาติใหม่ที่สร้างประสบการณ์ตื่นเต้น

  • Thailicious: แบรนด์น้องใหม่ล่าสุดที่เป็นการนำเสน่ห์ของขนมและเครื่องดื่มไทย มาตีความใหม่ผ่านนวัตกรรมเพื่อส่งออกความเป็นที่สุดของไทยสู่สากล

นอกจากนี้ การจัดกิจกรรม ‘Mixologist Show’ ภายในบูธ ที่นำแบรนด์เรือธงอย่าง M-150 และ SHARK มาสร้างสรรค์เป็นเมนู Mocktail สูตรพิเศษ เป็นสิ่งสะท้อนชัดเจนถึงแนวคิด ‘Liquid Innovation’ ของโอสถสภา ที่ขยายนวัตกรรมจากสูตรในห้องแล็บสู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมการบริโภคที่หลากหลายของคนทั่วโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่จะทำให้บริษัทชนะได้ในระยะยาว

การเติบโตระดับโลก เริ่มต้นจากพันธมิตรที่แข็งแกร่ง

การขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศของโอสถสภาเดินหน้าควบคู่ไปกับการสร้าง Strategic Partnership” หรือพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่มีเป้าหมายเดียวกันในการสร้างการเติบโตระยะยาว เพราะความสำเร็จในแต่ละตลาดเกิดจากการผสานจุดแข็งของทุกฝ่ายเข้าด้วยกัน ผ่านแนวคิด Global Collaboration” ที่เปิดโอกาสให้โอสถสภาและพันธมิตรนำศักยภาพของแต่ละฝ่ายมาสร้างคุณค่าร่วมกัน

“พันธมิตรในแต่ละประเทศมีบทบาทสำคัญในการนำองค์ความรู้และความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดท้องถิ่น หรือ Local Expertise มาต่อยอดการทำตลาด ขณะที่โอสถสภานำความแข็งแกร่งด้านการวิจัยและพัฒนา นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ และมาตรฐานการผลิตระดับสากลเข้ามาเสริมศักยภาพให้กับความร่วมมือ การทำงานร่วมกันในลักษณะนี้ช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการเข้าสู่ตลาดใหม่ ยกระดับประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ พร้อมสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงให้กับทั้งโอสถสภาและพันธมิตรในระยะยาว”

3 ก้าวสำคัญ สู่การสร้างแบรนด์ไทยที่เติบโตในตลาดโลก

เพื่อผลักดันวิสัยทัศน์ “Thailand’s No.1 Energy, Powering the World” ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โอสถสภาวางแผนการขยายธุรกิจต่างประเทศเป็น 3 ระยะ โดยแต่ละช่วงมีบทบาทในการต่อยอดศักยภาพขององค์กรและสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดโลก

  • ระยะสั้น (Short-term) : มุ่งต่อยอดความแข็งแกร่งในตลาดหลัก พร้อมขยายพอร์ตโฟลิโอด้วยนวัตกรรมใหม่อย่าง M-150 2in1 ในกลุ่มประเทศ CLMV ซึ่งเป็นตลาดที่โอสถสภามีฐานธุรกิจแข็งแกร่ง
  • ระยะกลาง (Mid-term) : เดินหน้าขยายตลาดสู่ภูมิภาคเอเชียและยุโรป ผ่านเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ พร้อมผลักดันแบรนด์ SHARK และ Thailicious ให้เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง และสร้างการรับรู้ในฐานะแบรนด์ระดับสากล
  • ระยะยาว (Long-term) : มุ่งสร้างให้แบรนด์ของโอสถสภาเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้บริโภคทั่วโลก พร้อมยกระดับจากแบรนด์ไทยสู่ Key Player ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มระดับนานาชาติ และก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่คู่ค้าทั่วโลกนึกถึงเมื่อมองหาพันธมิตรที่มีศักยภาพ

Global Quality, Local Relevance
มาตรฐานระดับโลก เดินคู่กับความเข้าใจผู้บริโภค

การขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศของโอสถสภา เริ่มต้นจากความเชื่อว่า ผู้บริโภคในแต่ละประเทศมีบริบททางวัฒนธรรม รสนิยม และพฤติกรรมการบริโภคที่แตกต่างกัน การสร้างการเติบโตในระดับภูมิภาคจึงต้องเดินบนสมดุลของสององค์ประกอบสำคัญ คือ การรักษามาตรฐานคุณภาพในระดับเดียวกันทั่วโลก พร้อมสร้างความเชื่อมโยงกับผู้บริโภคในแต่ละตลาดผ่านความเข้าใจที่ลึกซึ้ง

“โอสถสภายึดแนวคิด ‘Global Quality, Local Relevance’ เป็นกรอบสำคัญในการขยายธุรกิจต่างประเทศ โดยองค์กรยืนหยัดในมาตรฐานการผลิต คุณภาพ และนวัตกรรมที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าและผู้บริโภคในทุกประเทศ

ขณะเดียวกัน ทีมงานในแต่ละตลาดมีบทบาทในการต่อยอดแบรนด์ให้สอดคล้องกับวัฒนธรรม วิถีชีวิต และความคาดหวังของผู้บริโภคในพื้นที่ เพื่อให้แบรนด์สามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นธรรมชาติ”

แนวทางดังกล่าวช่วยให้ โอสถสภา สามารถรักษาเอกลักษณ์และมาตรฐานของแบรนด์ไว้ได้อย่างแข็งแกร่ง พร้อมสร้างประสบการณ์ที่ผู้บริโภคในแต่ละประเทศเข้าถึงได้ง่ายและรู้สึกเชื่อมโยงกับแบรนด์มากยิ่งขึ้น ทุกตลาดจึงมีโอกาสเติบโตบนพื้นฐานของมาตรฐานเดียวกัน

ขณะเดียวกันก็สะท้อนเสน่ห์และความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ได้อย่างลงตัว ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการผลักดันแบรนด์ไทยให้ได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาคและต่อยอดสู่การเติบโตในตลาดโลกอย่างยั่งยืน

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline