ตระกูล เมฟส์ ผลิตชีสสืบต่อกันมาหลายรุ่น ตั้งแต่รุ่นปู่ที่เป็นชาวสวิสอพยพมาอยู่ในสหรัฐฯ ซึ่งพอถึงรุ่นพ่อ ทั้งคู่ต่างทำโรงงานชีสขนาดเล็กในรัฐวิสคอนซิน 

โทนี เมฟส์ เล่าว่า ทำงานในโรงงานชีสมาทั้งชีวิต จนส่งให้ครอบครัวมีนักทำชีสระดับโลกถึง 4 คน 

ทว่าเมื่อถึงเวลาที่ต้องรับไม้ต่อธุรกิจครอบครัว เขากลับพบว่าน้ำเหลือทิ้งจากกระบวนการอุตสาหกรรมที่คนรุ่นปู่เคยเททิ้งอย่างไม่ไยดี กลับทำเงินได้มหาศาลกว่าตัวชีสเสียอีก 

ปัจจุบันนักเพาะกายและเจ้าของยิมรายนี้ หันมาบริหารบริษัทขาย เวย์โปรตีนผงซึ่งมาจากน้ำเวย์ที่เป็นผลพลอยได้ในกระบวนการทำชีส ในยุคที่โปรตีนผงฮิตและไม่จำกัดอยู่เฉพาะพวกนักเพาะกายอีกต่อไป

ในอดีต คำแนะนำด้านสุขภาพอาจจะเน้นไปที่การกินผัก ผลไม้ และคาร์โบไฮเดรต แต่ปัจจุบันโปรตีน ได้ยึดครองพื้นที่และประกาศชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จ 

ดังจะเห็นได้จากตามชั้นวางสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตทุกแห่งในสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นซีเรียลอาหารเช้า อาหารแช่แข็ง หรือแม้แต่ลาเต้เย็น ต่างก็พากันอัปเกรดเพิ่มโปรตีนกันถ้วนหน้า แม้แต่อาหารฟาสต์ฟู้ด ก็ยังไม่เว้น 

พร้อมกันนี้ ยังปรากฎการจับมือกันของหลายบริษัท เพื่อผลิตโปรตีนแบบต่างๆ ตั้งแต่แบบเคี้ยวไปจนถึงแบบผง ออกมารับความต้องการของผู้บริโภค 

ผลสำรวจจากผู้ใหญ่ชาวอเมริกัน 3,000 คนพบว่า ในปี 2025 มีคนถึง 71% ที่พยายามกินโปรตีนให้มากขึ้น ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 59% ในปี 2022 ซึ่งวิธีที่ง่ายสุดก็คือแบบผงนั่นเอง

ซึ่งส่งผลให้เวย์โปรตีนกลายเป็นตลาดอาหารมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ไปแล้ว และยังมีแนวโน้มที่จะโตต่อได้อีกไม่หยุดอีกด้วย 

เทรนด์เบื้องหลังเรื่องนี้คือ Proteinmaxxing หรือการแห่เพิ่มโปรตีนในมื้ออาหารกันแบบสุดขั้ว ได้ดันความต้องการ เวย์โปรตีน ให้พุ่งสูงขึ้นอย่างทวีคูณ ทั้งที่ในอดีตคนทำฟาร์มโคนมมองมันเป็นแค่เพียงน้ำเสีย 

ผู้บริหารของบริษัทนำเข้า และซื้อขายผลิตภัณฑ์นมรายใหญ่กล่าวย้ำเรื่องนี้ว่า ปัจจุบันเวย์โปรตีนไม่ใช่ผลพลอยได้ แต่ได้กลายเป็นผลิตภัณฑ์หลักร่วม ไปแล้ว 

เดิมทีเวย์โปรตีนถูกตลาดมุ่งเป้าไปที่กลุ่มนักยกน้ำหนัก คนชอบเข้ายิม หรือคนที่มีแก้วเชกติดตัว แต่กระแสโปรตีนฟีเวอร์ในปัจจุบันทำให้เวย์ฮิตระเบิดจนผู้ผลิตผลิตไม่ทัน 

ดีน ซอมเมอร์ส นักเทคโนโลยีด้านชีสและอาหารจากศูนย์วิจัยผลิตภัณฑ์นม มหาวิทยาลัยวิสคอนซินกล่าวว่า ล่าสุดมาถึงจุดที่เวย์ขาดตลาดแล้ว 

โดยมีใบสั่งซื้อที่ยังค้างอยู่จำนวนมาก แต่ความต้องการสูงเกินกว่าที่วัตถุดิบในตลาดจะรองรับได้ โรงงานหลายแห่งจึงต้องเร่งติดตั้งเครื่องจักรใหม่ขณะที่ผู้ผลิตรายใหญ่บางรายถึงขั้นต้องสร้างโรงงานใหม่ทั้งหมด 

ความต้องการที่ล้นหลามนี้ส่งผลให้ราคาของ เวย์โปรตีนเข้มข้น พุ่งสูงขึ้นถึง 5 เท่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และเฉพาะแค่สองปีหลังสุดนี้ ราคากระโดดขึ้นไปถึง 83%

ซึ่งสวนทางกับความต้องการซื้อชีสและผลิตภัณฑ์นมที่ค่อนข้างคงที่ ซึ่งเรื่องนี้กำลังทำให้กลไกตลาดบิดเบี้ยว 

ส่วนปัจจัยสำคัญที่ทำให้เทรนด์ Proteinmaxxing บูมขึ้นมา นอกจากการหันมาใส่ใจสุขภาพของคนรุ่นใหม่แล้ว ยังมาจากความนิยมของยาลดน้ำหนักในกลุ่ม จีแอลพี-วัน (เช่น โอเซมปิก, วีโกวี และ เซปบาวนด์)

ซึ่งชาวอเมริกันถึง 1 ใน 8 ยอมรับว่าใช้ยาเหล่านี้อยู่ เมื่อกินอาหารได้น้อยลง ดังนั้นการอัดโปรตีนจึงสำคัญมาก

โดยผลการศึกษาชี้ว่า 25-40% ของน้ำหนักที่ลดลงจากการใช้ยาประเภทนี้ คือการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อลายเนื่องจากยาไม่ได้เลือกว่าจะเผาผลาญไขมันหรือกล้ามเนื้อ 

กลไกหลักของยาที่เข้าไปควบคุมสัญญาณความหิว ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการสังเคราะห์โปรตีน พูดง่ายๆ คือ คนที่ใช้ยาเหล่านี้จะรู้สึกอิ่มจนไม่อยากกินอาหาร ทำให้ร่างกายได้รับโปรตีนไม่เพียงพอต่อวันนั่นเอง 

อย่างไรก็ตาม การกินโปรตีนก็มีเพดานจำกัด โดยทั่วไปแนะนำให้ผู้ใหญ่กินโปรตีน 0.8 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม 

ผลวิจัยของ เอียน นีแลนด์ อายุรแพทย์โรคหัวใจผู้เชี่ยวชาญด้านโรคเบาหวานและความอ้วน ระบุว่า การสร้างกล้ามเนื้อไม่ได้เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณตามปริมาณโปรตีนที่กินเข้าไป โดยมันจะเริ่มคงที่หลังจากกินโปรตีนเกิน 2 เท่าของปริมาณที่แนะนำต่อวันไปแล้ว 

หากยาลดน้ำหนักเปรียบเสมือน ยาที่คนอยากผอมหรือหุ่นเพรียวยุคนี้ต้องกิน เวย์โปรตีนก็คงเป็นพระรองที่ขาดไม่ได้ เพราะสามารถบรรเทาผลข้างเคียงของยาที่มีต่อกล้ามเนื้อได้ 

อย่างไรก็ตามความต้องการเวย์ที่ล้นหลามนี้ กำลังส่งผลกระทบสะท้อนกลับไปยังอุตสาหกรรมนมและชีส 

ขณะที่การบริโภคชีสในสหรัฐฯ ยังคงตัว (คนอเมริกันกินชีสเฉลี่ยมากกว่า 18 กิโลกรัมต่อคนต่อปี) เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมเริ่มเปลี่ยนทิศทางไปผลิตสินค้ากลุ่มนมที่มีโปรตีนสูงชนิดอื่นแทน เช่น โยเกิร์ต หรือ คอทเทจชีส ผลิตภัณฑ์เนื้อก้อนนุ่มๆ ที่เคยถูกมองข้าม 

รายงานล่าสุดจากกระทรวงเกษตรของสหรัฐฯ ระบุว่า ราคาเวย์ยังคงพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่สินค้าในคลังเริ่มลดน้อยลง จนผลิตไม่ทันและราคาแพงขึ้น 

โทนี เมฟส์ กล่าวทิ้งท้ายว่า หวังลึกๆ ให้คนกินเวย์โปรตีนน้อยลงกว่านี้หน่อย เพื่อให้ราคาจะได้ถูกลง และต้นทุนการผลิตลดลงตามมาบ้าง / theguardian