ซัมซุง จุดแข็งคือความเข้าใจผู้บริโภคที่เป็นหัวใจของนวัตกรรมในการยกระดับคุณภาพชีวิต

การคว้ารางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand ในหมวดผลิตภัณฑ์ตู้เย็นต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 คืออีกหนึ่งบทพิสูจน์ของความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคชาวไทยมีต่อ Samsung” (ซัมซุง) ท่ามกลางตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีการแข่งขันสูงและการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่รวดเร็ว ความไว้วางใจที่ผู้บริโภคมอบให้ Samsung เกิดจากการรักษามาตรฐานด้านคุณภาพ ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เริ่มต้นจากความเข้าใจรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คน และนำความเข้าใจนั้นมาต่อยอดเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง

คุณสารัช อักษราลิขิตสันติ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน บริษัท ไทย ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า หลักคิดที่ Samsung ยึดถือมาตลอดคือ Human-Centric Innovation” หรือการสร้างนวัตกรรมโดยมีผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง ทุกผลิตภัณฑ์เริ่มต้นจากการทำความเข้าใจพฤติกรรม ความต้องการ และปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ก่อนนำข้อมูลเหล่านั้นมาพัฒนาเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้การใช้ชีวิตสะดวกขึ้นในทุกมิติ

“เรามองนวัตกรรมผ่านมุมมองของผู้บริโภคเสมอ ทุกฟังก์ชันที่เพิ่มเข้ามาต้องช่วยแก้ปัญหาในการใช้งานจริง และสร้างประโยชน์ให้กับการใช้ชีวิตในแต่ละวัน”

การเริ่มต้นจากความเข้าใจผู้บริโภคอย่างแท้จริงนี่เอง จึงเป็นหัวใจสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ Samsung และเป็นแนวทางที่ทำให้แบรนด์สามารถรักษาความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างยาวนาน 

Human-Centric Innovation”
ทุก Pain Point คือจุดเริ่มต้นของนวัตกรรม

Samsung มองว่าความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งจากรูปแบบการอยู่อาศัย ขนาดของครอบครัว ไลฟ์สไตล์ และสภาพเศรษฐกิจ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อการออกแบบผลิตภัณฑ์ในทุกกลุ่ม

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือกลุ่มตู้เย็น ซึ่งได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับรูปแบบที่อยู่อาศัยของคนเมือง เทคโนโลยี SpaceMax™ ช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บภายในโดยยังคงขนาดตัวเครื่องเท่าเดิม ทำให้ผู้บริโภคสามารถใช้พื้นที่ภายในบ้านได้อย่างคุ้มค่ามากขึ้น โดยเฉพาะบ้านและคอนโดที่มีพื้นที่จำกัด

อีกหนึ่งเทคโนโลยีสำคัญคือ AI Digital Inverter ช่วยควบคุมอุณหภูมิให้มีความเสถียร รองรับการใช้งานในสภาพอากาศร้อนของประเทศไทย พร้อมลดการใช้พลังงานและช่วยยืดอายุการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าในระยะยาว

คุณสารัชอธิบายว่า การพัฒนาฟังก์ชันต่าง ๆ ของ Samsung ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้งาน โดยทุกเทคโนโลยีถูกออกแบบให้ตอบโจทย์ทั้งด้านความสะดวก การบริหารจัดการพลังงาน และความมั่นใจในการใช้งานในระยะยาว

เบื้องหลังการพัฒนาผลิตภัณฑ์คือการนำข้อมูลผู้บริโภคมาใช้ในทุกขั้นตอนของการทำงาน ทีมงานติดตามความคิดเห็นของลูกค้าผ่าน Social Listening ควบคู่กับการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เพื่อให้เข้าใจพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ก่อนนำข้อมูลเหล่านั้นกลับเข้าสู่กระบวนการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์

การทำงานในลักษณะนี้ช่วยให้องค์กรตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้รวดเร็วขึ้น และทำให้นวัตกรรมแต่ละชิ้นสะท้อนการใช้ชีวิตของผู้บริโภคได้อย่างใกล้ชิด

“ข้อมูลจากผู้บริโภคมีความสำคัญกับเรามาก เพราะทุกความคิดเห็นคือโอกาสในการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์การใช้งานได้ดียิ่งขึ้น”

“Better Living” ยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านเทคโนโลยีที่เข้าใจวิถีชีวิต

สำหรับ Samsung การยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค ภายใต้แนวคิด Better Living” คือคุณค่าที่แบรนด์ต้องการส่งมอบผ่านเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน โดยมุ่งสร้างความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน ลดภาระจากการทำงานบ้าน คืนเวลาให้ผู้คนได้ใช้กับสิ่งที่สำคัญ พร้อมสร้างความอุ่นใจในการใช้งาน และช่วยบริหารค่าใช้จ่ายด้วยการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

คุณสารัชอธิบายว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเข้ามามีบทบาทในการจัดการชีวิตประจำวันมากกว่าเดิม เทคโนโลยีที่ดีจึงควรช่วยลดขั้นตอนที่ยุ่งยาก ทำให้งานบ้านเป็นเรื่องง่ายขึ้น และเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานมีเวลาไปกับครอบครัวหรือกิจกรรมที่ให้ความสำคัญ

“เราต้องการให้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระในชีวิตประจำวัน ผู้ใช้งานควรใช้เวลากับคนในครอบครัวได้มากขึ้น ขณะที่เรื่องการจัดการภายในบ้านเป็นหน้าที่ของเทคโนโลยี”

Better Living” จึงถูกนำมาเป็นพื้นฐานในการออกแบบผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การใช้งานที่เข้าใจง่าย ระบบที่ช่วยลดการใช้พลังงาน ไปจนถึงฟังก์ชันที่ช่วยดูแลประสิทธิภาพของเครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อสร้างทั้งความสะดวก ความมั่นใจ และความคุ้มค่าให้กับผู้ใช้งานในระยะยาว

จากแนวคิดดังกล่าว Samsung ยังคงตั้งคำถามกับตัวเองอยู่เสมอว่า สิ่งที่พัฒนาขึ้นในวันนี้ จะช่วยให้ผู้บริโภคใช้ชีวิตได้ดีขึ้นในวันข้างหน้าอย่างไร เพื่อให้นวัตกรรมที่เกิดขึ้นสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริง

Smart Home Ecosystem”
จากเครื่องใช้ไฟฟ้า สู่ Connected Home

หนึ่งใน Turning Point สำคัญของการเติบโตของ Samsung เกิดขึ้นเมื่อแบรนด์ยกระดับบทบาทของเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน จาก Standalone Device ที่ทำงานแยกกัน ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของ Connected Home” ที่อุปกรณ์ต่าง ๆ สามารถเชื่อมต่อและทำงานร่วมกันได้ผ่านแพลตฟอร์ม SmartThings

ทำให้ทีวี ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ และอุปกรณ์อัจฉริยะภายในบ้าน ทำงานร่วมกันเป็นระบบเดียว ผู้ใช้งานสามารถควบคุม ตรวจสอบ และจัดการอุปกรณ์ต่าง ๆ ผ่านสมาร์ทโฟนได้สะดวกขึ้น ตั้งแต่การติดตามสถานะของเครื่องใช้ไฟฟ้า การบริหารจัดการการใช้พลังงาน ไปจนถึงการตั้งค่าการทำงานให้สอดคล้องกับรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละครอบครัว

คุณสารัชอธิบายว่า การพัฒนา Smart Home Ecosystem คือการเพิ่มศักยภาพให้กับผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้น ควบคู่กับการเชื่อมโยงการทำงานของอุปกรณ์ภายในบ้าน เพื่อช่วยให้การจัดการชีวิตประจำวันมีความสะดวกและคล่องตัวมากขึ้น

“เรามองว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชิ้นควรทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ต่อเนื่องให้กับผู้ใช้งาน การเชื่อมต่อผ่าน SmartThings เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้อุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในบ้านสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างง่ายดาย”

แนวคิด Smart Home Ecosystem จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ทำให้ Samsung สามารถต่อยอดจากการพัฒนาเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละประเภท ไปสู่การสร้าง Lifestyle Ecosystem ที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี อุปกรณ์ และรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้บริโภคในยุค Connected Home

 AI กลายเป็นผู้ช่วยที่เรียนรู้การใช้ชีวิตของผู้คน

AI เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่เข้ามาเติมเต็มประสบการณ์ภายในบ้าน โดยทำหน้าที่เรียนรู้รูปแบบการใช้งาน วิเคราะห์ข้อมูล และช่วยบริหารจัดการการทำงานของอุปกรณ์ให้เหมาะกับพฤติกรรมของแต่ละครอบครัว

ข้อมูลที่ได้จากการใช้งานยังช่วยให้ระบบสามารถแนะนำการตั้งค่าที่เหมาะสม ติดตามการใช้พลังงาน และแจ้งเตือนเมื่อพบความผิดปกติของอุปกรณ์ ช่วยให้ผู้ใช้งานดูแลเครื่องใช้ไฟฟ้าได้สะดวกยิ่งขึ้น

ในมุมการตลาด AI ยังช่วยให้ Samsung เข้าใจความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละกลุ่มได้ละเอียดมากขึ้น ข้อมูลเชิงลึกที่ได้ถูกนำมาใช้ในการพัฒนาการสื่อสารและการนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความสนใจและรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคล

อีกแนวคิดที่ Samsung ให้ความสำคัญคือ “Product as a Marketer” ซึ่งเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ที่สร้างประสบการณ์ที่ดีจะเป็นตัวแทนของแบรนด์ได้ดีที่สุด เมื่อผู้ใช้งานสัมผัสถึงความสะดวก ความประหยัดพลังงาน หรือประสิทธิภาพของ AI จากการใช้งานจริง ความประทับใจเหล่านั้นจะกลายเป็นคำแนะนำที่ส่งต่อจากผู้ใช้สู่ผู้ใช้ด้วยกันเอง

“ประสบการณ์จากการใช้งานจริงคือสิ่งที่สร้างความเชื่อมั่นได้ดีที่สุด เมื่อผู้บริโภคได้รับคุณค่าจากผลิตภัณฑ์ เขาจะบอกต่อด้วยตัวเอง”

Personalization และ Sustainability ทิศทางของบ้านอัจฉริยะในอนาคต

ความคาดหวังของผู้บริโภคที่มีต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านกำลังเปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง ผู้คนต้องการเทคโนโลยีที่เข้าใจรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละครอบครัว พร้อมช่วยบริหารจัดการการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับแนวคิดด้านความยั่งยืนที่มีบทบาทมากขึ้นในปัจจุบัน

คุณสารัชมองว่า AI จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการดูแลเครื่องใช้ไฟฟ้าตลอดอายุการใช้งาน ตั้งแต่การเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ใช้งาน การวิเคราะห์ข้อมูล ไปจนถึงการแจ้งเตือนเมื่อพบความผิดปกติของอุปกรณ์ เพื่อให้สามารถวางแผนการดูแลรักษาได้ก่อนที่จะเกิดปัญหา การดูแลเชิงป้องกันลักษณะนี้ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน และช่วยยืดอายุของผลิตภัณฑ์ในระยะยาว

อีกประเด็นที่ Samsung ให้ความสำคัญ คือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่กระบวนการออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ การใช้พลังงานระหว่างการใช้งาน ไปจนถึงการจัดการผลิตภัณฑ์เมื่อสิ้นสุดอายุการใช้งาน แนวทางดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในปัจจุบัน พร้อมคำนึงถึงผลกระทบในระยะยาว

“ผู้บริโภคคาดหวังให้เทคโนโลยีช่วยดูแลการใช้ชีวิตได้มากขึ้น ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและการดูแลสิ่งแวดล้อม เราจึงพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยคำนึงถึงทั้งสองเรื่องไปพร้อมกัน”

“ความไว้วางใจ” คือรางวัลที่มีคุณค่าที่สุด

การครองตำแหน่ง Marketeer No.1 Brand Thailand แบรนด์อันดับหนึ่งในใจผู้บริโภคในผลิตภัณฑ์ตู้เย็นเป็นปีที่ 10 ไม่ได้เพียงยืนยันความสำเร็จของแบรนด์ แต่ยังสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ Samsung สร้างร่วมกับผู้บริโภคชาวไทยมาตลอดหลายปี

สำหรับคุณสารัช ความแข็งแกร่งของแบรนด์เกิดจากการรับฟังเสียงของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง นำข้อเสนอแนะมาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ และพัฒนาเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทุกความไว้วางใจจึงเป็นทั้งกำลังใจและความรับผิดชอบที่ผลักดันให้ทีมงานเดินหน้าสร้างสรรค์สิ่งใหม่ต่อไป

“รางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand มีความหมายกับทีมงานทุกคน เพราะเป็นเสียงสะท้อนจากผู้บริโภคโดยตรง ขอขอบคุณทุกครอบครัวที่ให้ ซัมซุง เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต ความไว้วางใจที่ได้รับจะเป็นแรงผลักดันให้เราพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นในทุกวัน”

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline