สมรภูมิโยเกิร์ตแบบถ้วย 5,000 ล้านบาท พลิกโฉมจากขนมหวานสู่ฟังก์ชันนอลไอเทม แบรนด์มุ่งเดินหน้ายึดพื้นที่ในกิจวัตรสุขภาพและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่

ตลาดโยเกิร์ตแบบถ้วยในประเทศไทยตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา นับเป็นเซกเมนต์อาหารและเครื่องดื่มที่มีความเคลื่อนไหวและเปลี่ยนแปลงชัดเจน

ตลาดนี้เคยผ่านจุดที่ผู้บริโภคมองว่าเป็นเพียงขนมหวานกินเล่นหลังมื้ออาหาร หรือของทานเล่นที่เน้นรสชาติหวานอมเปรี้ยว ใส่เนื้อผลไม้เชื่อม ซึ่งตอบสนองการบริโภคตามอารมณ์มากกว่าประโยชน์เชิงสุขภาพ จนทำให้ตลาดเคยเผชิญภาวะหดตัวอย่างต่อเนื่องจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปหาอาหารเพื่อสุขภาพรูปแบบอื่น

กระทั่งก้าวเข้าสู่ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แบรนด์กลุ่มขับเคลื่อนตลาดและผู้เล่นกลุ่มทางเลือกสไตล์คราฟต์ต่างต้องปรับตัวเพื่อสร้างความแตกต่าง โดยหันมาโฟกัสธุรกิจด้วยแนวทางฟังก์ชันนอลไอเทม การชูจุดเด่นเรื่องโปรตีนสูงและสายพันธุ์จุลินทรีย์ 

รวมถึงกลยุทธ์การตลาดที่เจาะลึกถึงไลฟ์สไตล์ และสอดรับกับกระแสนิยมในการจัดแต่งมื้ออาหารให้ดูสวยงามน่ารับประทาน ซึ่งกลุ่มคนรุ่นใหม่นิยมนำโยเกิร์ตไปจัดจานคู่กับผลไม้และธัญพืชอบกรอบ ซึ่งจะเป็นแรงส่งสำคัญในการเปลี่ยนผ่านโยเกิร์ตให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรการดูแลสุขภาพประจำวัน และประคองการเติบโตของตลาดเอาไว้ให้ได้

ฮีลลำไส้=ฮีลตลาด ตลาดโยเกิร์ตแบบถ้วย 5,000 ล้าน

พลังกรีกโยเกิร์ต-เทรนด์สุขภาพพาฟื้นตัว

ปี ค.ศ. มูลค่าตลาด / ล้านบาท
2016 4,450
2017 4,380
2018 4,300
2019 4,120
2020 3,650
2021 3,520
2022 3,900
2023 4,290
2024 4,580
2025 4,880
2026 5,200
เซกเมนต์ตลาด สัดส่วนมูลค่าตลาด
โยเกิร์ตถ้วยสูตรดั้งเดิม 60%
กรีกโยเกิร์ตและโยเกิร์ตโปรตีนสูง 25%
โยเกิร์ตทางเลือก / พืชและออร์แกนิค 15%
ที่มา: Marketeer รวบรวมจากการคาดการณ์ของแบรนด์กลุ่มผู้นำตลาด / กรกฎาคม 2026  

แม้ตัวเลขมูลค่าตลาดรวมจะะฟื้นตัวกลับมาแตะระดับ 5,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 5-7% ต่อปี แต่ลึกลงไป บรรดาบิ๊กแบรนด์ต่างต้องเจอกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง 

ผู้บริโภคส่วนใหญ่ในตลาดโยเกิร์ตแบบถ้วยอ่านฉลากโภชนาการก่อนซื้อ โดยมองหาคำว่า ‘ไม่เติมน้ำตาล’ ‘โปรตีนสูง’ และ ‘ไขมันต่ำ / 0%’

อีกทั้งตลาดยังถูกแย่งชิงส่วนแบ่งจากสินค้ากลุ่มอาหารเสริมอย่างคอลลาเจนและเวย์โปรตีน ที่ดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่ไป ทำให้ผู้เล่นแถวหน้าของไทย ต้องเร่งงัดหมัดเด็ดใหม่ ๆ เพื่อประคองผลประกอบการ

ดัชชี่ (Dutchie) แบรนด์ภายใต้กลุ่มดัชมิลล์ เจ้าตลาดโยเกิร์ตแบบถ้วยกลุ่มแมส เลือกสลัดภาพลักษณ์แบรนด์โยเกิร์ตขนมหวานแบบเดิม ๆ มุ่งหน้าสู่การเป็นไอเทมดูแลสุขภาพที่เข้าถึงง่ายตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา

อย่างเช่น สร้างการรับรู้ใหม่ผ่านแคมเปญโฆษณาที่แก้โจทย์ตลาดโยเกิร์ตแบบถ้วยหดตัวด้วยกลยุทธ์ขี่กระแสคู่แข่ง สนับสนุนให้คนกินอาหารเสริมควบคู่ไปกับการดูแลลำไส้ด้วยโยเกิร์ต เพื่อให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น 

ในด้านผลิตภัณฑ์ ดัชชี่ยกระดับความพรีเมียมด้วยกลุ่มสินค้าอย่าง ‘ดัชชี่ โปรไบโอติก’ หรือ ‘ดัชชี่พลัส’ 

โดยดัชชี่ยังเน้นย้ำความผูกพันกับคนทำงานและกลุ่มรากหญ้าเพื่อยึดหัวหาดตลาดมวลชนว่าดัชชี่คือไอเทมติดตู้เย็นสำหรับทุกคน

ซีพี-เมจิ (CP-Meiji) อีกแบรนด์ขับเคลื่อนหลักในตลาด ซึ่งเกิดจากการร่วมทุนระหว่างเครือเจริญโภคภัณฑ์ และ เมจิ ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์นมจากญี่ปุ่น ก็เดินเกมรุกอย่างหนักด้วยการส่ง ‘เมจิ บัลแกเรีย’ โยเกิร์ตชนิดคงตัวเข้ามาสร้างเทรนด์ใหม่ ๆ ตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

อีกหมัดเด็ดของซีพี-เมจิในช่วงปีที่ผ่านมา คือการอัปเกรดภาพลักษณ์ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษ สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์บัลแกเรีย ด้วยการเปิดตัว ‘เมจิ บัลแกเรีย ไลท์’ เพื่ออุดช่องว่างผู้บริโภคที่กังวลเรื่องไขมันและน้ำตาล เปลี่ยนภาพจำเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ นอกจากนี้ยังเปิดตัว ‘เมจิ ดับเบิล ซีโร่’ (0% ไขมัน และ 0% น้ำตาล) เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักขั้นสุด

ในขณะที่ยักษ์ใหญ่สู้กันในตลาดแมส อีกด้านหนึ่ง แบรนด์ข้ามชาติ และ แบรนด์สัญชาติไทย ในกลุ่มตลาดทางเลือก ก็สามารถสร้างบ่อปลาใบใหม่ กอบโกยรายได้ด้วยการเลี่ยงสงครามราคา และหันมาโฟกัสกลุ่มพรีเมียม

กลุ่มแบรนด์ข้ามชาติ

พาสควล (Pascual) แบรนด์ผลิตภัณฑ์นมชั้นนำระดับโลกจากประเทศสเปน เดินหน้าเจาะตลาดด้วยซีรีส์ ‘Pascual Creamy’ โยเกิร์ตเนื้อเนียนนุ่มที่อัดแน่นด้วยความพรีเมียมของรสผลไม้เด่น ๆ อย่างสตรอว์เบอร์รี และพีชผสมมะม่วง 

บาวเออร์ (Bauer) แบรนด์ผลิตภัณฑ์นมเก่าแก่ชื่อดังจากประเทศเยอรมนี ที่มีความเชี่ยวชาญด้านโยเกิร์ตผลไม้ ส่งผลิตภัณฑ์เรือธงในตระกูล ‘Bauer Fru Fru’ เข้ามาสร้างสีสัน บรรจุภัณฑ์โดดเด่นสะดุดตาด้วยการออกแบบถ้วยทรงสูง เจาะกลุ่มพรีเมียมแมสที่ชอบโยเกิร์ตเนื้อเนียนผสมเนื้อผลไม้

เอ็มมี่ (Emmi) แบรนด์ผลิตภัณฑ์นมระดับพรีเมียมจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ขึ้นชื่อเรื่องการใช้น้ำนมโคคุณภาพ ขนทัพ ‘Swiss Yogurt’ มาในแพ็กเกจจิ้งที่เน้นความคลาสสิกและเรียบหรู เพื่อตอบสนองกลุ่มผู้บริโภคระดับบน โรงแรม และธุรกิจจัดเลี้ยง

ฮอกกิ (Hokki) แบรนด์โยเกิร์ตที่นำเสนอความพรีเมียมผ่านคอนเซปต์โฮมเมดสไตล์คาเฟ่ญี่ปุ่น เพิ่มสีสันให้เชลฟ์ด้วยการบรรจุในถ้วยใสพร้อมฝาปิดโดมสีดำชูความน่ารับประทานของชั้นแยมผลไม้แท้ที่รองอยู่ก้นถ้วย

กลุ่มแบรนด์สัญชาติไทย

ไทย-เดนมาร์ค (Thai-Denmark) แบรนด์นมวัวแดงระดับตำนานที่คนไทยคุ้นเคยและไว้วางใจ ตอกย้ำจุดแข็งด้านคุณภาพด้วยการใช้น้ำนมโคสดแท้ 100% นำเสนอ ‘โยเกิร์ต ไทย-เดนมาร์ค’ ทั้งในกลุ่มรสธรรมชาติสูตรไม่มีน้ำตาล และกลุ่มผสมเนื้อผลไม้แท้ ชูความโดดเด่นของเนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม หอมมันจากนมสดแท้ ๆ 

โยลิดา (Yolida) แบรนด์โยเกิร์ตสัญชาติไทยที่ครองใจสายเฮลตี้มาอย่างยาวนานในบรรจุภัณฑ์ถ้วยใหญ่ พร้อมทั้งยังขยายพอร์ตโฟลิโอตอบโจทย์การดูแลลำไส้ด้วยสูตรโพรไบโอ

วันเดอร์มิลค์ (Wondermilk) แบรนด์ผลิตภัณฑ์นมพรีเมียมสัญชาติไทยที่โดดเด่นเรื่องความคราฟต์และการใช้น้ำนมโคแท้ เอาใจสายสุขภาพด้วย ‘คีโต กรีกโยเกิร์ต’ เสิร์ฟความอร่อยสดชื่นด้วยรสผลไม้หลากสไตล์ในถ้วยดีไซน์มินิมอล

บัตเตอร์ฟลาย ออร์แกนิค (Butterfly Organic) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมออร์แกนิครายแรก ๆ ของไทย นำเสนอโยเกิร์ตในถ้วยดีไซน์มินิมอล ขยายแนวรบจากการขายสินค้าสู่ผู้บริโภคโดยตรง สู่การทำระบบสมาชิกส่งตรงถึงบ้าน 

ริวอง (Rivon) แบรนด์สัญชาติไทยผู้บุกเบิก ‘ตลาดโยเกิร์ตนมถั่วเหลือง’ อย่างจริงจัง และกลายเป็นผู้เล่นทรงอิทธิพลในตลาดเฉพาะกลุ่มนี้มาอย่างยาวนาน

ความเคลื่อนไหวทั้งหมดของแบรนด์หลักและแบรนด์ทางเลือกในไทย สะท้อนให้เห็นว่า สมรภูมิโยเกิร์ตแบบถ้วยได้ก้าวข้ามผ่านเรื่องของ ‘รสชาติและราคา’ สู่ยุคแห่งการประชัน ‘คุณค่าทางโภชนาการควบคู่ประสบการณ์การกิน’  ซึ่งจะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ขับเคลื่อนให้ตลาดโยเกิร์ตไทยเติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืน