นวลพรรณ และสาระ ล่ำซำ คือ 2 พี่น้องที่เป็น “ล่ำซำรุ่นที่ 5” ผู้กำลังสืบสาน “ธุรกิจประกันภัย และประกันชีวิต “ มรดกเก่าแก่หลายทศวรรษของตระกูล  

ในขณะที่ธนาคารกสิกรไทย มรดกชิ้นสำคัญ วันนี้เหลือเพียงอดีตที่เคยเป็นหนึ่งในธุรกิจของล่ำซำเท่านั้น

เพราะหลังจาก บัณฑูร ล่ำซำ ลาออกไปเมื่อปี 2563 วันนี้ผู้ถือหุ้นใหญ่ 10 อันดับแรก และรายชื่อผู้บริหารระดับสูงของธนาคารก็ไม่มีชื่อคนในตระกูลล่ำซำ อีกเลย

ย้อนอดีตกลับไปที่ต้นกำเนิดของตระกูล ล่ำซำ

“อึ้งเมี่ยวเหงี่ยนคือล่ำซำรุ่นที่ 1 ที่ได้เดินทางจากมณฑลกวางตุ้ง เข้าสู่ประเทศไทย ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

เริ่มจากเป็นลูกจ้างร้านขายเหล้า ต่อมาได้ยึดอาชีพค้าไม้ อาศัยความขยันขันแข็ง จนได้ทำกิจการสัมปทานป่าไม้อยู่แถวจังหวัดนครสวรรค์กับแพร่

“อึ้งยุกหลง” ล่ำซำรุ่นที่ 2 ได้ขยายมาทำธุรกิจประกันภัยคือ “กวางอันหลงประกันภัย” เมื่อปี 2475 ต่อมาเปลี่ยนชื่อมาเป็น “ล่ำซำประกันภัย” ชื่อสุดท้ายคือ “ภัทรประกันภัย” (ก่อนจะควบรวมกับเมืองไทยประกันภัยเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2551)  

 อึ้งยุกหลงมีบุตรชาย 3 คน ได้แก่ โชติ, จุลินทร์ และเกษม

 ปี 2488 ล่ำซำรุ่นที่ 3 คือโชติ ได้ก่อตั้งธนาคารกสิกรไทยขึ้นมา

 ปี 2493 ล่ำซำรุ่นที่ 4 บัญชา บุตรชายคนโตของโชติ ได้ร่วมก่อตั้งบริษัทเมืองไทยประกันชีวิตกับจุลินทร์ ผู้เป็นอา

ต่อมาบัญชาได้ลาออกจากตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต เพื่อก้าวสู่ตำแหน่งกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย   

เมืองไทยประกันภัยเคยเป็นฝ่ายหนึ่งในบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต เมื่อมีกฎหมายห้าม มิให้บริษัทประกันชีวิตทำธุรกิจประกันวินาศภัย เลยแยกออกมาเป็นบริษัทเมืองไทยประกันภัย เมื่อปี 2541

และได้ควบรวมกิจการกับภัทรประกันภัย จำกัด (มหาชน) เมื่อปี 2551 กลายเป็นบริษัทเมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน)

บัญชาแต่งงานกับ  ม.ร.ว. สำอางวรรณ เทวกุล มีบุตรธิดารวมกันสามคน คือ บัญฑูร, สุวรรณ  และวรางคณา ล่ำซำ

ส่วนจุลินทร์ ผู้เป็นอา มีลูกชายคนหนึ่งชื่อโพธิพงษ์ แต่งงานกับยุพา มีลูก 3 คนคือ นวลพรรณ วรรณพร (พรประภา) และสาระ ล่ำซำ 

ดังนั้น บัณฑูร ล่ำซำ “คุณปั้น” อดีตประธานกรรมการธนาคารกสิกรไทย นวลพรรณ “คุณแป้ง”  และสาระ “คุณป้อง” คือล่ำซำรุ่นที่ 5 และมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน

บัณฑูรลาออกจากประธานกรรมการธนาคารกสิกรไทย เมื่อปี 2563  

 ส่วนนวลพรรณและสาระ ล่ำซำ ยังรับบทบาทในการขับเคลื่อนธุรกิจหลักด้านประกันของตระกูลต่อไป

“เชื่อแป้ง” เชื่อเมืองไทยประกันภัย  

ปีนี้ บมจ. เมืองไทยประกันภัยมีอายุครบ 89 ปี ส่วนนวลพรรณอายุ 55 ปี

นวลพรรณคือผู้บริหารที่คนรู้จักเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นผู้นำเข้าสินค้าแบรนด์ดัง “แอร์เมส” เคยเป็นสมาชิกพรรคการเมือง และปัจจุบันยังเป็นคณะกรรมการโครงการต่าง ๆ มากมาย

แต่บทบาทที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จักในวงกว้างคือการเป็นผู้จัดการฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ที่สามารถนำทัพชบาแก้วเข้าสู่เกมการแข่งขันฟุตบอลโลกหญิงได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ รวมทั้งการเป็นประธานสโมสรฟุตบอลการท่าเรือ เอฟซี ในไทยลีก

ในปี 2563 เธอยังเป็นหนึ่งในนักธุรกิจหญิงผู้ทรงอิทธิพล 1 ใน 25 คน ตามการจัดอันดับของนิตยสาร ฟอร์บส์ เอเชีย (Forbes Asia) อีกด้วย

ดังนั้น ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงของธุรกิจประกันภัย

นวลพรรณจึงกล้าเอาตัวเองมาเป็นหลักประกันสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าผ่านการใช้แคมเปญ “Believe” “เชื่อแป้ง เชื่อเมืองไทยประกันภัย” เพื่อให้คนมั่นใจในการทำประกันกับเมืองไทยประกันภัย   

เธอยังตอกย้ำการประชาสัมพันธ์แคมเปญ “เชื่อแป้งภาค 2” อีกครั้งในปีที่ผ่านมา ท่ามกลางความกังวลใจในเรื่องวิกฤตโควิด-19 ของผู้คน  

เป็นการใช้กลยุทธ์ ของ CEO Marketing ที่ท้าทายอย่างมากว่าการที่เชื่อมั่นเธอ ทำให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจในบริการทุกเรื่องของเมืองไทยประกันภัยแน่นอน เช่น ความรวดเร็วในการบริการ การจ่ายค่าสินไหม และเรื่องอื่น ๆ

นั่นหมายความว่าการบริหารจัดการระบบหลังบ้านของบริษัทไทยประกันภัยต้องดีต้องพร้อมอย่างมากเช่นกัน  

อย่างไรก็ตาม ถ้าดูตัวเลขผลประกอบการจะพบว่าปี 2563 เมืองไทยประกันภัยมีเบี้ยประกันภัยรับรวมที่สูงถึง 14,725 ล้านบาท เติบโตจากปี 2562 มาคิดเป็นร้อยละ 10.3 กำไรสุทธิ 590.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.8%  

วันนี้เธออาจจะมาถูกทาง ผู้คนยังยิ้มได้เมื่อภัยมา แต่จะยิ้มได้นานแค่ไหน คือบทพิสูจน์ของเธอ

Big chance ของสาระ ล่ำซำ   

 ปีนี้บริษัทเมืองไทยประกันชีวิตมีอายุครบ 70 ปี   

เป็นบริษัทประกันชีวิตแถวหน้าของเมืองไทยที่มีความน่าสนใจหลายเรื่องเริ่มจากผู้นำองค์กรกันเลยทีเดียว 

สาระขึ้นมาเป็นกรรมการผู้จัดการเมื่อปี 2547 วันนั้นเขามีอายุเพียง 35 ปี น่าจะเป็นกรรมการผู้จัดการที่อายุน้อยที่สุดในวงการประกันชีวิตในตอนนั้น

วันนี้เขาอายุ 52 ปี แต่ยังมีวิธีคิดที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง เปลี่ยนแปลงองค์กรตลอดเวลาเพื่อให้ลูกค้าได้ผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด 

ในปี 2562 สาระได้ปรับภาพลักษณ์องค์กร (Brightening the Brand) ครั้งใหญ่เพื่อรับมือกับการถูก Disrupt ของธุรกิจประกันภัย

หลายคนมองว่าคือ Big Challenges เขากลับมองว่าเป็น Big chance  

แต่โอกาสจะเกิดขึ้นได้ต้องมีผลิตภัณฑ์ที่โฟกัสเฉพาะบุคคลมากขึ้น ให้ความสำคัญในเรื่องวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า เปลี่ยนระบบการทำงานแบบใหม่ให้คล่องตัวขึ้น รวมทั้งต้องให้บริการที่เกินความคาดหมาย

อย่างไรก็ตาม Products, Process, Services, Beyond Service จะออกมาได้วัฒนธรรมองค์กรต้องเปลี่ยน วิธีคิดของคนต้องเปลี่ยน  

พร้อม ๆ กับการให้ความสำคัญของบรรยากาศในที่ทำงาน “The Garage by Muang Thai Life” เพื่อให้เป็นที่พอใจของคนรุ่นใหม่

นั่นคือสิ่งที่เขามุ่งมั่นทำมาตลอดระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา นอกเหนือจากการเพิ่มความสำคัญในเรื่องการสื่อสารกับพนักงานเองในช่วงโควิด-19 ว่าจะสร้างความท้าทายใหม่ ๆ หรือ Up-skill, Re-skill พนักงานได้อย่างไร

 ในปี 2563 เมืองไทยประกันชีวิต มีอัตราการเติบโตของเบี้ยประกันภัย รับใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตประเภทสัญญาเพิ่มเติมการประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง (Health & CI) อยู่ที่ 21%

มีสัดส่วนการขายแบบประกันชีวิตประเภทคุ้มครองชีวิตและประกันชีวิตควบการลงทุน (Protection and Investment Linked Product Portion) สูงถึง 76%

ขณะเดียวกันมีผลงานจากช่องทางการขายผ่าน Online Sales เติบโต 120%  เมื่อเทียบกับปี 2562

วันนี้ทั้ง “นวลพรรณ” และ “สาระ” กำลังทุ่มเทความสามารถอย่างเต็มที่เพื่อให้องค์กรแข็งแกร่ง และแบรนด์มั่นคง

ไม่ว่าวันหน้าจะมีล่ำซำ รุ่นที่ 6 มาสานต่อภาระของตระกูลหรือไม่ก็ตาม

 

**ขอบคุณข้อมูล ต้นกำเนิดตระกูลล่ำซำ จาก หนังสือเรื่อง เรือชีวิตเจ้าสัวเลือดมังกร (ธนวัฒน์ ทรัพย์ไพบูลยฺ)

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน