หากใครกำลังติดตามความเคลื่อนไหวของโลกธุรกิจและตลาดทุนไทยในปี 2569 จะเห็นได้ว่าเริ่มมีสัญญาณความคึกคักอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในฝั่งของหุ้น IPO (Initial Public Offering) หรือหุ้นน้องใหม่ที่เตรียมเปิดขายให้ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก

หลังจากครึ่งปีแรก UNIX (ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี) ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติก ประเดิมสั่นระฆังเข้าเทรดในตลาด mai ไปแล้ว ครึ่งปีหลังนี้ยังมีอีก 10 บริษัท ครอบคลุมตั้งแต่แบรนด์ระดับตำนานที่ทุกคนต้องเคยดื่ม ไปจนถึงธุรกิจดาวรุ่งที่สอดรับกับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ เรียงคิวเตรียมเข้าจดทะเบียนทั้งใน SET และ mai วันนี้Marketeer สรุปภาพรวมและเจาะลึก 10 แบรนด์น่าจับตามาให้

ตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET) ต้อนรับ 3 ยักษ์ใหญ่รากฐานมั่นคง

1. ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น (TNCC)

ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มแบรนด์ระดับโลกในเครือ Coca-Cola (เช่น โค้ก, แฟนต้า, สไปรท์, น้ำทิพย์) รวมถึงได้รับสิทธิจัดจำหน่ายใน สปป.ลาว และกัมพูชา เตรียมเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 612,451,687 หุ้น คิดเป็น 10.00% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขาย IPO ในครั้งนี้  (สถานะ: อนุมัติแล้ว) 

  • ปี 2565 รายได้ 35,989 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3,083 ล้านบาท
  • ปี 2566 รายได้ 39,295 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3,374 ล้านบาท
  • ปี 2567 รายได้41,314 ล้านบาท กำไรสุทธิ 4,379 ล้านบาท

2.ซุน คอร์ป (SUEN)

ผู้เล่นใหญ่ในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง ภายใต้แบรนด์ “We MAKE”, คอนกรีตผสมเสร็จ และเหมืองหินแกรนิตในพื้นที่ภาคตะวันออก ยื่นเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 196,240,000 หุ้น (คิดเป็น 25.82% ของหุ้นทั้งหมดหลัง IPO)  (สถานะ: ยื่น Filing แล้ว)

  • ปี 2566 รายได้ 3,044 ล้านบาท กำไรสุทธิ 118 ล้านบาท

  • ปี 2567 รายได้ 3,297 ล้านบาท กำไรสุทธิ 240 ล้านบาท

  • ปี 2568 รายได้ 3,578 ล้านบาท กำไรสุทธิ 257 ล้านบาท

3.อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์ (TIPAK)

ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษคราฟท์และกล่องลูกฟูกรายใหญ่ ประสบการณ์กว่า 50 ปี เติบโตรับเทรนด์ E-Commerce และการขนส่ง ยื่นเสนอขายหุ้น IPO ไม่เกิน 143,683,270 หุ้น (คิดเป็น ไม่เกิน 26.03%)  (สถานะ: ยื่น Filing แล้ว)

  • ปี 2566 รายได้ 2,831 ล้านบาท กำไรสุทธิ 192 ล้านบาท

  • ปี 2567 รายได้ 2,741 ล้านบาท กำไรสุทธิ 170 ล้านบาท

  • ปี 2568 รายได้ 2,543 ล้านบาท กำไรสุทธิ 121 ล้านบาท

ตลาดหลักทรัพย์ mai ศูนย์รวม 7 หุ้นเติบโต เกาะเมกะเทรนด์อนาคต

  1. TEBP (ไทยอีสเทิร์น ไบโอ พาวเวอร์) ผลิตก๊าซชีวภาพและบริหารกากอินทรีย์ สายพลังงานสะอาด & ESG เสนอขาย IPO ไม่เกิน 90,000,000 หุ้น (30.00%
  2. PETPAL (เพ็ทพัล โปรดักส์) OEM อาหารสัตว์เลี้ยง รับเทรนด์ Pet Humanization เสนอขาย IPO ไม่เกิน 52,769,000 หุ้น (35.00%
  3. PHAT (กลุ่มภัทร) สกัดและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ (CPKO) เสนอขาย IPO 98,857,264 หุ้น (27.50%
  4. QUICK (ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น) ที่ปรึกษา Digital Transformation & AI เสนอขาย IPO ไม่เกิน 32,000,000 หุ้น (31.37%
  5. MER (แกรนด์ คอส กรุ๊ป) ผู้จัดจำหน่ายเครื่องสำอางแบรนด์ MERREZ’CA รับกระแส Beauty & Wellness เสนอขาย IPO 66,000,000 หุ้น (28.21%
  6. FLE (ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง) จำหน่ายเครื่องสูบน้ำและระบบจัดการน้ำ เสนอขาย IPO 100,000,000 หุ้น (33.33%
  7. ARK (อาร์คิเทคทูรา) เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านระดับไฮเอนด์ เจาะกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง เสนอขาย IPO 110,000,000 หุ้น (31.43%

สิ่งที่น่าสนใจของหุ้น IPO ปีนี้ ไม่ใช่แค่จำนวนบริษัทที่ทยอยเข้าตลาด แต่คือ “ภาพ” ที่บริษัทเหล่านี้ฉายออกมา เพราะหากเรียงตามประเภทธุรกิจ จะพบว่ามีตั้งแต่แบรนด์เครื่องดื่มที่คนไทยคุ้นเคย ไปจนถึงธุรกิจพลังงานสะอาด สัตว์เลี้ยง ความงาม และดิจิทัล ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่เติบโตตามเมกะเทรนด์ของโลก

อาจกล่าวได้ว่า IPO ครึ่งปีหลังของปี 2569 ไม่ได้เป็นเพียงการระดมทุนของบริษัทเอกชน แต่ยังเผยทิศทางใหม่ของเศรษฐกิจไทย ที่ขับเคลื่อนด้วยธุรกิจซึ่งตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค 

 

แหล่งข้อมูล : SET