หุ่นยนต์ ขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมของจีนที่ได้รับการจับตามองอย่างมากจากทั่วโลกในปัจจุบัน ท่ามกลางพัฒนาการสำคัญๆ ที่มีออกมาอย่างต่อเนื่องในปีนี้

ทั้งการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกหุ่นยนต์ ซึ่งหุ่นยนต์จีนวิ่งได้ทำลายสถิติของคน และการจัดงานแฟร์หุ่นยนต์ในประเทศซึ่งลูกค้าหลายประเทศต่างให้ความสนใจเทคโนโลยี Made by China

รวมไปถึงการทำไอพีโอมูลค่ามหาศาลของยูนิทรี บริษัทหุ่นยนต์ชั้นนำของประเทศ

ล่าสุดมีแนวโน้มว่าตลาดหุ่นยนต์จีน โดยเฉพาะหุ่นยนต์ลักษณะคล้ายมนุษย์ (Humanoid) จะโตได้อีกหลังบรรดาบริษัทในอุตสาหกรรมยานยนต์กำลังแข่งกันพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวเช่นกัน

ค่ายรถเอ็กซ์เผิง สามารถระดมทุนให้กับบริษัทลูกด้านหุ่นยนต์ได้มากกว่า 900 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 29,500 ล้านบาท) ถือเป็นการลงทุนรอบเดียวของวงการ Embodied AI หรือใส่เอไอในเครื่องจักรที่สูงสุดของจีน

ความน่าสนใจของเรื่องนี้ยังไม่หมดแค่นั้น เพราะในบริษัทที่มาร่วมลงทุนมีค่ายเทคระดับประเทศอย่าง เทนเซ็นต์ และ อาลีบาบา รวมอยู่ด้วย

ท่ามกลางรายงานว่า เอ็กซ์เผิง กำลังเดิมพันกับ “ไอรอน” ฮิวมานอยด์ ที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานเชิงพาณิชย์โดยเฉพาะ

ขณะที่ค่ายรถบีวายดี ก็เพิ่งเปิดตัว “เสี่ยวตี้” ฮิวมานอยด์ตัวใหม่ ส่วน เชอรี ออโตโมบิล ก็กำลังผลักดันไอโมกา สู่การไอพีโอ โดยที่ค่ายรถจีนค่ายอื่นๆ ทั้ง ฉางอัน จีเอซี ลี ออโต้ เอสเอไอซี และ เซเรส ต่างก็เร่งพัฒนาฮิวมานอยด์ของตัวเองเช่นกัน

มีหลายสาเหตุที่ผลักดันให้ค่ายรถจีนซึ่งส่วนใหญ่เป็นรถอีวี หันมาแข่งกันพัฒนาหุ่นยนต์ โดยสาเหตุแรกคือหุ่นยนต์ที่ผลิตออกมาสามารถนำมาใช้เป็นประโยชน์ในสายการผลิตรถยนต์ได้

สาเหตุต่อมาคือ เป็นการนำกำลังคนในโรงงานมาให้เกิดประโยชน์ โดยที่ไม่ต้องจ้างงานเพิ่ม ขณะเดียวกันยังสามารถนำซัพพลายเชนรถยนต์มาใช้ในการผลิตหุ่นยนต์ได้อีกด้วย

ขณะที่การชะลอตัวของตลาดรถอีวี และกำไรจากการขายรถในประเทศที่ลดลง จนต้องเปลี่ยนไปมุ่งส่งออก ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่บีบให้ค่ายรถจีนต่างก็แข่งกันพัฒนาหุ่นยนต์ โดยค่ายรถจีนส่วนใหญ่คงเห็นตรงกันว่าหุ่นยนต์จะเป็นธุรกิจใหม่ที่ไปได้สวย

โดยมีการสนับสนุนจากรัฐบาลเป็นสาเหตุสุดท้าย เพราะหุ่นยนต์ ถือเป็น 1 ใน 3 อุตสาหกรรมที่จีนกำลังเดินหน้าผลักดัน ร่วมกับเอไอ และนวัตกรรมด้านยา

เนื่องจากเชื่อมั่นว่าจะทวีความสำคัญต่อเศรษฐกิจประเทศ ตามแผนพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ในภายภาคหน้า (Next New Three) ต่อเนื่องจาก 3 อุตสาหกรรมหลักเดิมในอดีต คือ สิ่งทอ เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า

ต่อด้วย 3 อุตสาหกรรมใหม่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา คือ รถอีวี แบตเตอรี่ลิเธียม และ แผงโซลาร์เซลล์

ทั้งนี้จีนเริ่มพัฒนาหุ่นยนต์ในปี 1999 แต่ยังเป็นแบบต้นทุนต่ำและงานของนักศึกษาเท่านั้น แต่พอข้ามมาในปี 2021 จีนก็เริ่มให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมหุ่นยนต์อย่างจริงจัง นำสู่แผนแม่บท 5 ข้อ คือ

ยกระดับขีดความสามารถด้านนวัตกรรมอุตสาหกรรม เสริมสร้างรากฐานการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมให้มั่นคง เพิ่มปริมาณการผลิตและการป้อนสินค้าเกรดพรีเมียม/ระดับไฮเอนด์สู่ตลาด

ขยายขอบเขตและเพิ่มความลึกซึ้งในการนำไปใช้งานจริง (ให้ครอบคลุมและหลากหลายยิ่งขึ้น) และ ปรับปรุงโครงสร้างนวัตกรรมอุตสาหกรรมให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

นี่ทำให้อุตสาหกรรมหุ่นยนต์จีนพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันถือเป็นยุคทองของหุ่นยนต์จีน โดยเฉพาะกลุ่มหุ่นยนต์อุตสาหกรรมและหุ่นยนต์บริการมีมูลค่าแตะระดับ 11,000–12,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 359,000-392,000 ล้านบาท)

ส่วนหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์จีนเข้าสู่การผลิตระดับอุตสาหกรรมตั้งแต่ปี 2025 และมีคาดการณ์อัตราเติบโตสูงถึง 50% ต่อปี

ซึ่งจากนี้อัตราการเติบโตและการแข่งขันจะดุเดือดยิ่งขึ้น เพราะค่ายรถจีนร่วมลงมาในตลาดหุ่นยนต์ด้วย / techcruch